https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/issue/feed
วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
2026-08-17T00:00:00+07:00
Dr.Suratsawadee Panomkaen
surad.kk@gmail.com
Open Journal Systems
<p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><strong><span class="gBYvFf C9DxTc ">วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน </span><span class="gBYvFf C9DxTc ">สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น</span></strong></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><strong><span class="gBYvFf C9DxTc ">Journal of Nursing and Community Health, Boromarajonani College of <br />Nursing Khon Kaen Alumni Association</span></strong></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><span class="gBYvFf C9DxTc ">ISSN 3088-3776 (Online)</span></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><span class="gBYvFf C9DxTc ">วารสารนี้จัดทำโดยสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการด้านการพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ ระบบสุขภาพชุมชน การศึกษาพยาบาล นวัตกรรมทางสุขภาพ และผลงานวิจัยเชิงปฏิบัติ (R2R) โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานทางสุขภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการและการศึกษาพยาบาลอย่างยั่งยืน</span></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><a href="https://sites.google.com/view/bcnkkaa-jnch/index/"><strong><span class="gBYvFf C9DxTc ">วารสารรับบทความทางวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลและสุขภาพในมิติต่าง ๆ ได้แก่</span></strong></a></p> <ul class="n8H08c UVNKR "> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">การพยาบาลทุกสาขาและทุกระดับบริการ (ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ)</span></p> </li> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">ระบบสุขภาพชุมชน การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง และการส่งเสริมสุขภาพ</span></p> </li> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">การศึกษาพยาบาล การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน การเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีและ AI</span></p> </li> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">งานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพบริการ (R2R, Clinical Innovation, Patient Safety)</span></p> </li> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">นวัตกรรมสุขภาพ เช่น e-Health, m-Health, Digital Health, Community Innovation</span></p> </li> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">การทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพด้านสุขภาพ (Interprofessional Collaboration)</span></p> </li> <li class="zfr3Q TYR86d eD0Rn " dir="ltr"> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr" role="presentation"><span class="gBYvFf C9DxTc ">สุขภาพจิต จิตวิญญาณ และสุขภาพเฉพาะกลุ่ม</span></p> </li> </ul> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><span class="gBYvFf C9DxTc ">ประเภทบทความที่เปิดรับได้แก่ บทความวิจัย (Research Article), บทความวิชาการ (Academic Article), และบทความปฏิบัติการหรือนวัตกรรม (Practical / R2R / Innovation Article) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</span></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><strong><span class="gBYvFf C9DxTc "> วารสารมีกำหนดออกปีละ 3 ฉบับ ได้แก่</span></strong></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><span class="gBYvFf C9DxTc ">1.</span><span class="C9DxTc "> </span> <span class="gBYvFf C9DxTc ">มกราคม–เมษายน</span></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><span class="gBYvFf C9DxTc ">2.</span><span class="C9DxTc "> </span> <span class="gBYvFf C9DxTc ">พฤษภาคม–สิงหาคม</span></p> <p class="zfr3Q CDt4Ke " dir="ltr"><span class="gBYvFf C9DxTc ">3.</span><span class="C9DxTc "> </span> <span class="gBYvFf C9DxTc ">กันยายน–ธันวาคม</span></p>
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/article/view/8190
บทบาทของพยาบาลวิชาชีพประจำห้องปฏิบัติการพยาบาลในการสนับสนุนผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาล
2026-08-02T00:10:03+07:00
พัชรญาดา ชำนาญการ
phxxd.b@gmail.com
วิไลวรรณ วัฒนานนท์
wilaiwan.wat@neu.ac.th
<p>ห้องปฏิบัติการพยาบาลเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่เชื่อมโยงความรู้ภาคทฤษฎีกับการปฏิบัติทางคลินิก และเปิดโอกาสให้นักศึกษาพยาบาลพัฒนาทักษะปฏิบัติ การคิดเชิงคลินิก การตัดสินใจ การสื่อสาร และความปลอดภัยก่อนให้การดูแลผู้ป่วยจริง ประสิทธิผลของห้องปฏิบัติการไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่ หุ่นจำลอง และอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยบุคลากรที่สามารถเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้กับการเตรียมสภาพแวดล้อมและกระบวนการสนับสนุนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความสำคัญ วิเคราะห์บทบาทและสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพประจำห้องปฏิบัติการพยาบาล และเสนอแนวทางสำหรับสถาบันการศึกษาพยาบาลที่มีหรือยังไม่มีบุคลากรในตำแหน่งดังกล่าว</p> <p>ผลการสังเคราะห์สาระสำคัญพบว่า พยาบาลวิชาชีพประจำห้องปฏิบัติการควรมีบทบาท 9 ด้าน ได้แก่ การร่วมวิเคราะห์ผลลัพธ์การเรียนรู้ การออกแบบและเตรียมสภาพแวดล้อม การตรวจสอบความพร้อม การสนับสนุนกิจกรรมและการฝึกซ้ำ การบริหารความปลอดภัยและความเสี่ยง การบริหารทรัพยากรและวงจรชีวิตอุปกรณ์ การสนับสนุนการประเมินสมรรถนะ การจัดระบบข้อมูลและตัวชี้วัด และการพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ สมรรถนะที่จำเป็นครอบคลุมด้านคลินิกและวิชาชีพ การสนับสนุนการเรียนรู้ สถานการณ์จำลอง เทคโนโลยีและการปฏิบัติการ การบริหารจัดการ คุณภาพและความเสี่ยง ตลอดจนข้อมูล วิจัย และนวัตกรรม ผู้เขียนเสนอกรอบ LAB-Nurse Learning Outcome Support Framework ซึ่งประกอบด้วยการเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ การออกแบบสภาพแวดล้อมที่สมจริงและปลอดภัย การตรวจสอบความพร้อมก่อนเรียน การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ การติดตามผลลัพธ์และหลักฐาน และการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ การมีพยาบาลวิชาชีพประจำห้องปฏิบัติการจึงเป็นทางเลือกเชิงระบบที่อาจช่วยยกระดับห้องปฏิบัติการจากพื้นที่จัดเตรียมอุปกรณ์ไปสู่ระบบสนับสนุนผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มีความถูกต้องทางคลินิก ปลอดภัย เป็นมาตรฐาน และตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ควรมีการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินผลของกรอบที่เสนอต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาลต่อไป</p>
2026-08-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/article/view/8186
บทบาทและสมรรถนะของอาจารย์ด้านกิจการนักศึกษาในการพัฒนาระบบดูแลนักศึกษาพยาบาลแบบองค์รวม
2026-07-31T13:45:52+07:00
เชษฐาภรณ์ จันทร์เลิศฤทธิ์
chetthaporn.ch@bcnkk.ac.th
<p>งานกิจการนักศึกษามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนานักศึกษาพยาบาลให้มีความพร้อมทั้งด้านการเรียน สุขภาวะ ความรับผิดชอบ อัตลักษณ์ และความเป็นวิชาชีพ แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาอาจถูกมองเป็นเพียงการจัดกิจกรรม การให้สวัสดิการ หรือการกำกับระเบียบวินัย ทำให้การดูแลนักศึกษาแยกส่วนและขาดความต่อเนื่อง บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และสมรรถนะของอาจารย์ด้านกิจการนักศึกษา และเสนอแนวทางพัฒนาระบบดูแลนักศึกษาพยาบาลแบบองค์รวม โดยสังเคราะห์แนวคิดการคิดอย่างเป็นระบบ ตะกร้า 3 ใบ สุนทรียสนทนา ความผูกพันต่อสถาบัน ความภาคภูมิใจในวิชาชีพ และการทำงานเป็นเครือข่าย ผลการสังเคราะห์จำแนกบทบาทของอาจารย์ด้านกิจการนักศึกษาเป็น 8 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมศักยภาพและการเรียนรู้นอกชั้นเรียน การสร้างความผูกพันต่อสถาบันและความภาคภูมิใจในวิชาชีพ การดูแลความเสมอภาคและสวัสดิภาพ การส่งเสริมสุขภาวะ การให้คำปรึกษาและประสานการดูแลรายบุคคล การกำกับวินัยเชิงพัฒนา การพิทักษ์สิทธิและความหลากหลาย และการใช้ข้อมูล เครือข่าย และการพัฒนาคุณภาพ สมรรถนะสำคัญประกอบด้วยการดูแลโดยยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง การคิดอย่างเป็นระบบ การฟังและให้คำปรึกษา การประเมินความต้องการ การส่งเสริมสุขภาวะ การคุ้มครองสิทธิและข้อมูล การสร้างอัตลักษณ์วิชาชีพ และภาวะผู้นำเชิงเครือข่าย บทความเสนอกรอบดำเนินงาน 6 ขั้น ได้แก่ เข้าถึง ประเมิน จำแนก ดูแล เชื่อมต่อ และติดตาม เพื่อสนับสนุนการดูแลที่ต่อเนื่อง ปลอดภัย เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีของนักศึกษา ทั้งนี้ สถาบันควรกำหนดบทบาท พัฒนาสมรรถนะ จัดระบบส่งต่อ และประเมินผลกรอบดังกล่าวก่อนนำไปใช้เป็นรูปแบบมาตรฐาน</p>
2026-08-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/article/view/8228
จากพยาบาลจักษุสู่อาจารย์พยาบาล: บทบาทในการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาพยาบาล
2026-08-13T13:12:36+07:00
ทองเตือน ทุมมา
thongtuan.tum@neu.ac.th
วัชรี อมรโรจน์วรวุฒิ
wacharee.a@nec.ac.th
<p>การเปลี่ยนผ่านจากพยาบาลจักษุสู่อาจารย์พยาบาลมิใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่เป็นการเปลี่ยนอัตลักษณ์และความรับผิดชอบทางวิชาชีพ จากผู้ให้การพยาบาลที่มุ่งผลลัพธ์และความปลอดภัยของผู้ป่วย ไปสู่ผู้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่รับผิดชอบต่อพัฒนาการของผู้เรียน คุณภาพบัณฑิต และความปลอดภัยของผู้รับบริการในอนาคต แม้ความเชี่ยวชาญด้านจักษุเป็นทุนสำคัญที่ประกอบด้วยความรู้เฉพาะทาง ทักษะการประเมิน การเฝ้าระวังภาวะเร่งด่วน การใช้ยาอย่างปลอดภัย และการสื่อสารกับผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น แต่ความเชี่ยวชาญทางคลินิกมิได้เปลี่ยนเป็นความเชี่ยวชาญด้านการสอนโดยอัตโนมัติ บทความวิชาการนี้มุ่งอธิบายความท้าทายของการเปลี่ยนผ่าน สังเคราะห์บทบาทของอาจารย์พยาบาล และเสนอกรอบการเปลี่ยนความเชี่ยวชาญทางคลินิกสู่การจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 กรอบดังกล่าวประกอบด้วย 5 ขั้น ได้แก่ 1) ถอดความเชี่ยวชาญ 2) วิเคราะห์ผู้เรียน 3) คัดเลือกและจัดระดับเนื้อหา 4) แปลงความรู้เป็นประสบการณ์เรียนรู้ และ 5) ประเมินและสะท้อนผล โดยอาจารย์ทำหน้าที่สำคัญ 5 บทบาท คือ ผู้คัดเลือกและจัดระดับเนื้อหา ผู้เชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติและออกแบบประสบการณ์เรียนรู้ ผู้กระตุ้นการคิดเชิงคลินิก ผู้เป็นแบบอย่างด้านวิชาชีพและความปลอดภัย และผู้ประเมินพร้อมให้ข้อมูลย้อนกลับ พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้กับกรณีผู้สูงอายุหลังผ่าตัดต้อกระจก กรอบนี้ช่วยเปลี่ยนความรู้ที่ฝังอยู่ในประสบการณ์ให้เป็นการเรียนรู้ที่มองเห็นได้ เหมาะกับระดับผู้เรียน และนำไปใช้ได้จริง ทั้งยังสามารถประยุกต์กับอาจารย์พยาบาลใหม่จากสาขาคลินิกอื่น โดยควรได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมและศึกษาผลของการนำไปใช้ต่อไป</p>
2026-08-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/article/view/8229
สุนทรียสนทนาในการสอนเพื่อการสื่อสารทางสุขภาพ: แนวทางสำหรับอาจารย์พยาบาล
2026-08-13T13:18:19+07:00
ศุภานัน ยอดแคล้ว
suphanan.yod@neu.ac.th
วัชรี อมรโรจน์วรวุฒิ
wacharee.a@nec.ac.th
<p>การสื่อสารเพื่อการบำบัดเป็นสมรรถนะสำคัญของนักศึกษาพยาบาลและเป็นส่วนเฉพาะของการสื่อสารทาง สุขภาพ โดยเฉพาะในการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชที่นักศึกษาต้องใช้ตนเองเป็นเครื่องมือในการสร้างสัมพันธภาพ เข้าใจประสบการณ์ของผู้รับบริการ และตอบสนองอย่างมีเป้าหมาย การเรียนรู้แบบมุ่งจำเทคนิคจึงอาจไม่เพียงพอสำหรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและมีอารมณ์เข้มข้น บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดและแนวทางประยุกต์ใช้สุนทรียสนทนาในการสอนการสื่อสารเพื่อการบำบัด โดยทบทวนวรรณกรรมแบบบรรยายจากฐานข้อมูลสากล ฐานข้อมูลไทย และเอกสารทฤษฎีต้นทาง บทความเสนอกรอบที่กำหนดให้สุนทรียสนทนาเป็นกระบวนการเรียนรู้ การสะท้อนคิดเป็นกลไกเปลี่ยนประสบการณ์ให้เป็นความเข้าใจ การสื่อสารเพื่อการบำบัดเป็นสมรรถนะผลลัพธ์ และการดูแลที่ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางเป็นผลลัพธ์ปลายทาง พร้อมแนวทางจัดกิจกรรม 5 ระยะ กรณีศึกษา บทบาทอาจารย์ ตัวอย่างคำถาม และเกณฑ์ประเมินแบบหลายแหล่งข้อมูล แนวทางนี้ช่วยเชื่อมความรู้ ทักษะ การตระหนักรู้ในตนเอง และเหตุผลทางคลินิก โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทางจิตใจ ความสมัครใจ การรักษาความลับ ขอบเขตวิชาชีพ และการไม่ใช้วงเรียนรู้แทนการบำบัดทางจิตเวช</p>
2026-08-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/article/view/8183
การพัฒนาหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์และผลต่อการเรียนรู้ทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของนักศึกษาพยาบาล
2026-07-31T13:22:27+07:00
พิสิษฐ์ พูลอนันทโชติ
pisit.ph@bcnkk.ac.th
กรกนก พัดไธสง
kornkanok.ph@bcnkk.ac.th
มนัสนันท์ หอมสมบัติ
manansanan.h@bcnkk.ac.th
ประภาพร เจริญราช
Prapaporn.c@bcnkk.ac.th
จิรนันท์ ทองสมบัติ
jiranan.th@bcnkk.ac.th
วรรณิดา เกตุทอง
wannisa.k@bcnkk.ac.th
ศักดิ์ขรินทร์ นรสาร
sakkharin.n@bcnkk.ac.th
สุรีย์พร พงษ์พยัคฆ์
sureeporn.ph@bcnkk.ac.th
<p>การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์สำหรับฝึกทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของนักศึกษาพยาบาล และ 2) ศึกษาผลของการใช้หุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์ต่อการเรียนรู้ทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและการตระหนักรู้ต่อตนเอง ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูล ออกแบบ และพัฒนาต้นแบบ พร้อมตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ระยะที่ 2 ทดลองใช้และปรับปรุงต้นแบบ และระยะที่ 3 ประเมินผลโดยใช้การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 จำนวน 118 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 59 คน กลุ่มทดลองฝึกด้วยหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์ ส่วนกลุ่มควบคุมฝึกตามเงื่อนไขเปรียบเทียบ เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบประเมินมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ครอบคลุมคุณลักษณะของหุ่น ผลต่อการเรียนรู้ และการตระหนักรู้ต่อตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Welch’s independent-samples t-test</p> <p>ผลการพัฒนาพบว่า หุ่นประกอบด้วยโครงสร้างแขน ผิวสัมผัสยืดหยุ่น ระบบหลอดเลือดและของเหลวจำลอง และระบบเซ็นเซอร์ที่ให้ข้อมูลย้อนกลับเมื่อแทงเข็มถูกตำแหน่ง แทงผิดตำแหน่ง หรือแทงทะลุหลอดเลือด ค่า IOC รายด้านอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าเฉลี่ยรวม 0.87 ก่อนทดลอง คะแนนเฉลี่ยรวมของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (M=4.05, SD=0.64 และ M=3.99, SD=0.64; p=.632) ภายหลังทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (M=4.49, SD=0.52 และ M=4.18, SD=0.64; mean difference=0.32, 95% CI 0.10–0.53, p=.005) แต่คะแนนการเปลี่ยนแปลงระหว่างกลุ่มไม่แตกต่างกัน (p=.095) ผลรายข้อพบความแตกต่างในด้านการให้ข้อมูลย้อนกลับของเซ็นเซอร์ ความทนทาน ความสะดวกในการใช้งาน การช่วยประเมินตนเอง และความเหมาะสมในการใช้เป็นสื่อการเรียนรู้</p> <p>หุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์มีความเหมาะสมสำหรับใช้สนับสนุนการเรียนรู้และการประเมินตนเองของนักศึกษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เป็นข้อมูลตามการรับรู้ของผู้เรียน จึงควรศึกษาร่วมกับการประเมินทักษะปฏิบัติแบบปรนัยในอนาคต</p>
2026-08-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น