วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES
<p> วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์รับตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวกับด้านศาสนา ปรัชญา สุขภาพ ศึกษาศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และการบริหารจัดการทางสังคม บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ และได้ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Doubleblind Peer Review) ลักษณะของบทความที่จะนำลงตีพิมพ์ ได้แก่ บทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทรรศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review Article) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมและการชำระค่าตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p><strong> ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p>
สมาคมกู้ภัยเขวาสินรินทร์กตัญญูสุรินทร์
th-TH
วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
3088-1439
-
หมอลำหมู่: ระบบนันทนาการเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยกับการเชื่อมโยงความสุขและอัตลักษณ์ของชุมชนอีสานในยุคดิจิทัล
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/6949
<p>หมอลำหมู่เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคอีสานที่มีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและได้วิวัฒน์สู่การเป็นระบบนันทนาการเชิงวัฒนธรรมที่มีบทบาทสำคัญในสังคมร่วมสมัย โดยบทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์บทบาทของหมอลำหมู่ในฐานะเครื่องมือนันทนาการที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและความสุข 2) ศึกษาผลกระทบเชิงนันทนาการที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้คน และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาให้หมอลำหมู่เป็นกิจกรรมนันทนาการสร้างสรรค์ที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนในสังคมร่วมสมัย โดยใช้วิธีการสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารทางวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ เชิงแนวคิดในบริบทสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย ผลการศึกษาพบว่า หมอลำหมู่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางวัฒนธรรมที่มีบทบาทในการสร้างความสามัคคี ลดช่องว่างระหว่างวัย และเอื้อให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีพลวัต อีกทั้งยังส่งเสริมสุขภาวะจิตสังคมผ่านประสบการณ์นันทนาการที่สร้างความสุขและการผ่อนคลาย ส่วนในมิติทางเศรษฐกิจ หมอลำหมู่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้แก่ศิลปินและธุรกิจท้องถิ่น รวมถึงสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ขณะเดียวกันในด้านการอนุรักษ์ หมอลำหมู่ยังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดดนตรี เครื่องแต่งกาย และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ควบคู่กับการปรับตัวเชิงนวัตกรรมสู่ยุคดิจิทัลผ่านการใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียง และการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการบทบาทของครอบครัวในการปลูกฝังคุณค่า ชุมชนในการกำหนดกฎระเบียบและสนับสนุนพื้นที่จัดแสดง ศิลปินในการพัฒนาสมรรถนะและสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัย และผู้ประกอบการในการลงทุนและใช้การตลาดดิจิทัลเชิงรุก ร่วมกับการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์จากภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้เพื่อสถาปนาหมอลำหมู่ให้ดำรงอยู่ในฐานะกลไกนันทนาการร่วมสมัยที่มีความสร้างสรรค์ ทรงคุณค่า และยั่งยืนทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก</p>
เตชภณ ทองเติม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
2026-04-28
2026-04-28
2 1
1
21
-
การพัฒนาเยาวชนในสังคมด้วยหลักอิทธิบาทธรรม
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7568
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับหลักอิทธิบาทธรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท วิเคราะห์กลไกเชิงจิตวิทยาและสังคมของอิทธิบาท 4 ต่อกระบวนการพัฒนาเยาวชนและสังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาเยาวชนเชิงพุทธที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย โดยศึกษาพระไตรปิฎก อรรถกถา คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เอกสารวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพถายในที่มีลักษณะเป็นระบบ สามารถเสริมสร้างแรงจูงใจภายใน ความเพียร ความรับผิดชอบ สมาธิ และการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เมื่อบูรณาการสู่ระบบการศึกษา ครอบครัว และชุมชน จะก่อให้เกิดการพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืนและสามารถาร้างสังคมให้อยู่บนฐานคุณธรรมอย่างสงบสุข</p>
สรพงษ์ ทองดี
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
2026-04-28
2026-04-28
2 1
22
35
-
การพัฒนาชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรม
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7569
<p><strong> </strong>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและนำเสนอแนวทางการพัฒนาชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน โดยการนำหลักธรรมดังกล่าวมาประยุกต์ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความเจริญรุ่งเรือง ป้องกันความเสื่อมถอย การศึกษาครั้งนี้ เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีจากเอกสารทางวิชาการและตำราต่าง ๆ ผลการวิเคราห์พบว่า ผลการวิเคราะห์พบว่า อปริหานิยธรรมเป็นธรรมที่เน้นการมีส่วนร่วม ความพร้อมเพรียง การเคารพในระเบียบกติกา ตลอดจนการสืบสานวัฒนธรรมและจารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและลดความขัดแย้งภายในชุมชนเท่านั้น ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมที่เข้มแข็ง ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขและขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
จิตรลดา ประสงค์สุข
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
2026-04-28
2026-04-28
2 1
36
47
-
การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กร
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7563
<p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่สู่การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กร เป็นกระบวนการให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงการส่งเสริมความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน ช่วยให้องค์กรภาครัฐสามารถพัฒนาระบบการบริหารงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรมีความตระหนักถึงความสำคัญของผลการปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง เพิ่มคุณภาพการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นำไปสู่การพัฒนาองค์กรภาครัฐอย่างยั่งยืน</p>
อภิวัฒน์ ไชยหะนิจ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
2026-04-28
2026-04-28
2 1
48
64
-
บทบาทคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์กับการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์อย่างยั่งยืน
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7488
<p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์ในพระพุทธศาสนา 2) ศึกษาสภาพการศึกษาสงเคราะห์ของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน และ 3) วิเคราะห์บทบาทคณะสงฆ์เพื่อความยั่งยืน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ คณะสงฆ์ ผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนา และนักวิชาการในพื้นที่ ผลการศึกษาพบว่า คณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ได้เปลี่ยนผ่านจาก การให้ทานแบบจารีตสู่กระบวนทัศน์การลงทุนทางสังคม (Social Investment) โดยมีจุดเด่นคือการใช้ โครงสร้างการบริหารแบบทวิภาค ที่แยกบทบาทผู้นำสงฆ์ด้านจิตวิญญาณออกจากคณะกรรมการฆราวาสที่บริหารจัดการการเงิน พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมทางการเงินผ่าน กองทุนถาวร (Endowment Funds) ที่เน้นใช้ดอกผลบริหารจัดการควบคู่กับระบบความโปร่งใสแบบเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อรักษาฐานศรัทธา</p> <p>จากการวิเคราะห์พบว่า ความยั่งยืนของโครงการมิได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินบริจาค แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลง ภาวะผู้นำเชิงบารมีสู่ระบบสถาบัน คณะสงฆ์ทำหน้าที่เป็น ผู้ประกอบการทางสังคม ที่สร้างความเป็นเจ้าของร่วมผ่าน Surin Sangha Model และ KUMAR-MODEL อย่างไรก็ตาม จุดเปราะบางสำคัญคือ การขาดแคลนแผนสืบทอดตำแหน่ง อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความต่อเนื่องของโครงการ บทความนี้จึงเสนอแนะให้คณะสงฆ์เร่งพัฒนาทักษะการบริหารจัดการสมัยใหม่และสร้างกลไกสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพื่อยกระดับงานศึกษาสงเคราะห์ให้เป็นสถาบันหลักประกันทางสังคมที่ยั่งยืน</p>
ปราชญ์ ก้อนเพชร
พระครูพิพัฒน์กิจจานุรักษ์ นวลคนึง
ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์
2026-04-28
2026-04-28
2 1
65
79