วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES <p> วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์รับตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวกับด้านศาสนา ปรัชญา สุขภาพ ศึกษาศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และการบริหารจัดการทางสังคม บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ และได้ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Doubleblind Peer Review) ลักษณะของบทความที่จะนำลงตีพิมพ์ ได้แก่ บทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทรรศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review Article) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมและการชำระค่าตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p><strong> ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p> th-TH jbhesksinrin@gmail.com (พระปลัดสุระ ญาณธโร, ผศ.ดร.) jbhesksinrin@gmail.com (กองบรรณาธิการ) Sat, 29 Aug 2026 16:47:43 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทวิจารณ์หนังสือ (THE BOOK OF FIVE RINGS) https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7904 <p>The Book of Five Rings (คัมภีร์ห้าห่วง) เป็นผลงานการประพันธ์ของซามูไรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น มิยาโมโตะ มูซาชิ มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1584-1645 เขาเขียนหนังสือเล่มนี้จบก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1645 ในถ้ำเรกันโดซึ่งมูซาชิอาศัยอยู่ที่นี่ 2 ปี The Book of Five Rings มีความยาว 92 หน้า แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Thomas Cleary ในปี 1993 สำนักพิมพ์ Shambhala หมายเลข ISBN 9781590302484 มูซาชิเป็นซามูไรพเนจรและเป็นนักดวลดาบที่ไม่เคยแพ้ใครในการดวลดาบ 62 ครั้ง เขาได้รับการยกย่องจากคนญี่ปุ่นว่าเป็นเคนไซ หรือ เทพแห่งดาบ โดยเขาคิดค้นการต่อสู้ด้วยดาบคู่และก่อตั้งสำนักดาบนิเทนอิชิริว มูซาชิเคยเข้าร่วมรบในศึกใหญ่หลายครั้งให้แก่ตระกูลโตกุกาวะ เขาสร้างชื่อเสียงในหมู่ซามูไรจากการดวลดาบกับคู่ต่อสู้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศหลายคนและลูกศิษย์ของเขาบางคนได้กลายเป็นซามูไรที่มีชื่อเสียงให้แก่ตระกูลขุนนางขนาดใหญ่ มูซาชิเขียนหนังสือ 5 เล่ม คัมภีร์ห้าห่วง ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำราพิชัยสงครามที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นและมีการตีความหนังสือเพื่อไปปรับใช้ในชีวิตส่วนตัว การเมือง การบริหารและการทำธุรกิจ ชีวิตของมูซาชิถูกเขียนเป็นนิยายและหนังสือการ์ตูนมากกว่า 1,000 เรื่องและแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก มีภาพยนตร์ที่ทำขึ้นจากชีวิตของเขามากกว่า 50 เรื่อง เรื่องที่โด่งดังที่สุดคือภาพยนตร์ไตรภาคเรื่อง Samurai I: Musashi Miyamoto (1954); Samurai II: Duel at Ichijoji Temple (1955); Samurai III: Duel at Ganryu Island (1956) ปัจจุบันสำนักดาบของมูซาชิยังคงเปิดสอนอยู่ในจังหวัดโออิตะและมีการสอนเพลงดาบสองมือสืบทอดต่อ ๆ กันมาโดยลูกศิษย์ของเขาแล้ว 12 รุ่นอายุคนในช่วง 400 ปีที่ผ่านมา</p> ยงยุทธ ขำคง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7904 Sat, 29 Aug 2026 00:00:00 +0700 การประยุกต์หลักไตรสิกขาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7567 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้หลักไตรสิกขาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงวิเคราะห์เอกสาร จากคัมภีร์พระพุทธศาสนา หนังสือ และตำราที่เกี่ยวข้อง เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับกลไกการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ผลการศึกษาพบว่า ไตรสิกขาอันประกอบด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นระบบการฝึกฝนพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาที่บูรณาการเข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม โดยศีลทำหน้าที่เป็นกรอบในการควบคุมพฤติกรรมให้ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น สมาธิช่วยเสริมสร้างความสงบมั่นคงทางจิตใจ และปัญญาทำหน้าที่เป็นเข็มทิศในการรู้แจ้งและเท่าทันต่อสภาวะกิเลส การนำหลักธรรมดังกล่าวมาประยุกต์ใช้มิใช่เพียงการปฏิบัติเป็นกิจกรรมเสริม แต่คือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท องค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อปัจเจกบุคคลและชุมชนน้อมนำไตรสิกขามาเป็นวิถีปฏิบัติในระดับฐานราก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างความเกื้อกูล ความสามัคคี และเมตตาธรรมในสังคม ทำให้มนุษย์สามารถดำรงตนอยู่ท่ามกลางความผันผวนของโลกได้อย่างมีความสุข สงบ และเปี่ยมไปด้วยความหมาย ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม</p> พระสมควร ธีรวโร ตองติดรัมย์, พระครูปริยัติปัญญาโสภณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7567 Sat, 29 Aug 2026 00:00:00 +0700 พุทธวิธีส่งเสริมการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพขององค์กร https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7564 <p> บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 เพื่อการบริหารงานขององค์กร เป็นกระบวนการเพื่อให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุประสิทธิผลสำหรับองค์กร การนำหลักพรหมวิหาร 4 มาใช้ในการบริหารงานขององค์กร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในองค์กร สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบของตนเอง ของแต่ละส่วนงานตามหลักธรรม เป็นหลักธรรมที่ช่วยประสานคนหมู่มาก ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม เป็นหลักธรรมอันจะก่อให้เกิดความผาสุกหลักพรหมวิหาร 4 มีความเหมาะสมกับการนำไปเป็นเกณฑ์มาตรฐานแห่งความดีงามมากที่สุดในการดำเนินงานถ้านำไปปฏิบัติก็จะเกิดความมั่นคงและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นที่รักและเคารพของผู้อื่น</p> สมถวิล ควรสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7564 Sat, 29 Aug 2026 00:00:00 +0700 คุณภาพการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7624 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณภาพการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลคลองขุด และ 2) ปัญหาและอุปสรรคของคุณภาพการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนที่มาใช้บริการของเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล จำนวน 280 คน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า</strong></p> <ol> <li>ปัจจัยส่วนบุคคลของประชาชนที่มาใช้บริการเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 40 - 49 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอาชีพค้าขาย และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท</li> <li>ระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ในภาพรวม มีคุณภาพการให้บริการระดับมาก ( = 3.86, S.D. = .394) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้</li> </ol> <p> 2.1 ด้านการให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ คุณภาพการให้บริการในระดับมากที่สุด ( <em> </em><em>=</em> 4.25<em>, </em>S.D. <em>= </em>.392)</p> <p> 2.2 ด้านความเป็นรูปธรรมของการให้บริการ มีคุณภาพการให้บริการในระดับมาก ( <em> </em>= 3.93, S.D. = .579)</p> <p> 2.3 ด้านความน่าเชื่อถือไว้วางใจได้ในการให้บริการ มีคุณภาพการให้บริการในระดับมาก ( <em> </em>= 3.88<em>,</em> S.D. = <em>.</em>630)</p> <p><em> </em><em> </em>2.4 ด้านการตอบสนองต่อผู้รับบริการ มีคุณภาพการให้บริการในระดับปานกลาง ( <em> </em>= 3.38<em>, </em>S.D. = <em>.</em>463)</p> <ol start="3"> <li>ปัญหาและอุปสรรคของคุณภาพการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ได้แก่ ที่จอดรถ ห้องน้ำ และที่นั่งรอรับบริการไม่เพียงพอ การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้รับบริการกับผู้ให้บริการล่าช้า ข้อร้องเรียงยังไม่ถูกแก้ไข เจ้าหน้าที่มีการสื่อสารไม่ชัดเจน ไม่กระตือรือร้นในการให้บริการ</li> </ol> วาสนา ประดิษฐ์ , ประสาน บุญโสภาคย์, กันตพัฒน์ พรศิริวัชรสิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7624 Sat, 29 Aug 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7625 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร รูปแบบในการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวในฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร จำนวน 66 คน โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า</strong></p> <ol> <li>1. ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานครในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =74, S.D. = .322) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (<em> </em><em>=</em> 4.08<em>, </em>S.D. <em>= .</em>335) ด้านลักษณะการปฏิบัติงานมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( <em> </em>= 3.67, S.D. = .464) ด้านสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( <em> </em>= 3.6<em>5,</em> S.D. = <em>.</em>558) และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ด้านนโยบายและการบริหารงานมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( <em> </em>= 3.59<em>, </em>S.D. = <em>.</em>465)</li> <li>2. ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การเรียนรู้ และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน การยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยขาดความยืดหยุ่น และปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานโดยระบบพรรคพวก นำมาซึ่งความไม่ยุติธรรมในองค์กร</li> </ol> ประทีป ชัยยะ, ปกรณ์ ปรียากร, กันตพัฒน์ พรศิริวัชรสิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7625 Sat, 29 Aug 2026 00:00:00 +0700