วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES <p> วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์รับตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวกับด้านศาสนา ปรัชญา สุขภาพ ศึกษาศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และการบริหารจัดการทางสังคม บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ และได้ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Doubleblind Peer Review) ลักษณะของบทความที่จะนำลงตีพิมพ์ ได้แก่ บทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทรรศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review Article) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมและการชำระค่าตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p><strong> ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p> th-TH jbhesksinrin@gmail.com (พระปลัดสุระ ญาณธโร, ผศ.ดร.) jbhesksinrin@gmail.com (กองบรรณาธิการ) Tue, 28 Apr 2026 17:50:41 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 หมอลำหมู่: ระบบนันทนาการเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยกับการเชื่อมโยงความสุขและอัตลักษณ์ของชุมชนอีสานในยุคดิจิทัล https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/6949 <p>หมอลำหมู่เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคอีสานที่มีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและได้วิวัฒน์สู่การเป็นระบบนันทนาการเชิงวัฒนธรรมที่มีบทบาทสำคัญในสังคมร่วมสมัย โดยบทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์บทบาทของหมอลำหมู่ในฐานะเครื่องมือนันทนาการที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและความสุข 2) ศึกษาผลกระทบเชิงนันทนาการที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้คน และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาให้หมอลำหมู่เป็นกิจกรรมนันทนาการสร้างสรรค์ที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนในสังคมร่วมสมัย โดยใช้วิธีการสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารทางวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ เชิงแนวคิดในบริบทสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย ผลการศึกษาพบว่า หมอลำหมู่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางวัฒนธรรมที่มีบทบาทในการสร้างความสามัคคี ลดช่องว่างระหว่างวัย และเอื้อให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีพลวัต อีกทั้งยังส่งเสริมสุขภาวะจิตสังคมผ่านประสบการณ์นันทนาการที่สร้างความสุขและการผ่อนคลาย ส่วนในมิติทางเศรษฐกิจ หมอลำหมู่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้แก่ศิลปินและธุรกิจท้องถิ่น รวมถึงสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ขณะเดียวกันในด้านการอนุรักษ์ หมอลำหมู่ยังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดดนตรี เครื่องแต่งกาย และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ควบคู่กับการปรับตัวเชิงนวัตกรรมสู่ยุคดิจิทัลผ่านการใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียง และการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการบทบาทของครอบครัวในการปลูกฝังคุณค่า ชุมชนในการกำหนดกฎระเบียบและสนับสนุนพื้นที่จัดแสดง ศิลปินในการพัฒนาสมรรถนะและสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัย และผู้ประกอบการในการลงทุนและใช้การตลาดดิจิทัลเชิงรุก ร่วมกับการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์จากภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้เพื่อสถาปนาหมอลำหมู่ให้ดำรงอยู่ในฐานะกลไกนันทนาการร่วมสมัยที่มีความสร้างสรรค์ ทรงคุณค่า และยั่งยืนทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก</p> เตชภณ ทองเติม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/6949 Tue, 28 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาเยาวชนในสังคมด้วยหลักอิทธิบาทธรรม https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7568 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับหลักอิทธิบาทธรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท วิเคราะห์กลไกเชิงจิตวิทยาและสังคมของอิทธิบาท 4 ต่อกระบวนการพัฒนาเยาวชนและสังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาเยาวชนเชิงพุทธที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย โดยศึกษาพระไตรปิฎก อรรถกถา คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เอกสารวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพถายในที่มีลักษณะเป็นระบบ สามารถเสริมสร้างแรงจูงใจภายใน ความเพียร ความรับผิดชอบ สมาธิ และการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เมื่อบูรณาการสู่ระบบการศึกษา ครอบครัว และชุมชน จะก่อให้เกิดการพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืนและสามารถาร้างสังคมให้อยู่บนฐานคุณธรรมอย่างสงบสุข</p> สรพงษ์ ทองดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7568 Tue, 28 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรม https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7569 <p><strong> </strong>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและนำเสนอแนวทางการพัฒนาชุมชนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน โดยการนำหลักธรรมดังกล่าวมาประยุกต์ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความเจริญรุ่งเรือง ป้องกันความเสื่อมถอย การศึกษาครั้งนี้ เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีจากเอกสารทางวิชาการและตำราต่าง ๆ ผลการวิเคราห์พบว่า ผลการวิเคราะห์พบว่า อปริหานิยธรรมเป็นธรรมที่เน้นการมีส่วนร่วม ความพร้อมเพรียง การเคารพในระเบียบกติกา ตลอดจนการสืบสานวัฒนธรรมและจารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและลดความขัดแย้งภายในชุมชนเท่านั้น ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมที่เข้มแข็ง ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขและขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p> จิตรลดา ประสงค์สุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7569 Tue, 28 Apr 2026 00:00:00 +0700 การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กร https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7563 <p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่สู่การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กร เป็นกระบวนการให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงการส่งเสริมความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน ช่วยให้องค์กรภาครัฐสามารถพัฒนาระบบการบริหารงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรมีความตระหนักถึงความสำคัญของผลการปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง เพิ่มคุณภาพการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นำไปสู่การพัฒนาองค์กรภาครัฐอย่างยั่งยืน</p> อภิวัฒน์ ไชยหะนิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7563 Tue, 28 Apr 2026 00:00:00 +0700 บทบาทคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์กับการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์อย่างยั่งยืน https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7488 <p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์ในพระพุทธศาสนา 2) ศึกษาสภาพการศึกษาสงเคราะห์ของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน และ 3) วิเคราะห์บทบาทคณะสงฆ์เพื่อความยั่งยืน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ คณะสงฆ์ ผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนา และนักวิชาการในพื้นที่ ผลการศึกษาพบว่า คณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ได้เปลี่ยนผ่านจาก การให้ทานแบบจารีตสู่กระบวนทัศน์การลงทุนทางสังคม (Social Investment) โดยมีจุดเด่นคือการใช้ โครงสร้างการบริหารแบบทวิภาค ที่แยกบทบาทผู้นำสงฆ์ด้านจิตวิญญาณออกจากคณะกรรมการฆราวาสที่บริหารจัดการการเงิน พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมทางการเงินผ่าน กองทุนถาวร (Endowment Funds) ที่เน้นใช้ดอกผลบริหารจัดการควบคู่กับระบบความโปร่งใสแบบเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อรักษาฐานศรัทธา</p> <p>จากการวิเคราะห์พบว่า ความยั่งยืนของโครงการมิได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินบริจาค แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลง ภาวะผู้นำเชิงบารมีสู่ระบบสถาบัน คณะสงฆ์ทำหน้าที่เป็น ผู้ประกอบการทางสังคม ที่สร้างความเป็นเจ้าของร่วมผ่าน Surin Sangha Model และ KUMAR-MODEL อย่างไรก็ตาม จุดเปราะบางสำคัญคือ การขาดแคลนแผนสืบทอดตำแหน่ง อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความต่อเนื่องของโครงการ บทความนี้จึงเสนอแนะให้คณะสงฆ์เร่งพัฒนาทักษะการบริหารจัดการสมัยใหม่และสร้างกลไกสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพื่อยกระดับงานศึกษาสงเคราะห์ให้เป็นสถาบันหลักประกันทางสังคมที่ยั่งยืน</p> ปราชญ์ ก้อนเพชร, พระครูพิพัฒน์กิจจานุรักษ์ (สีลสํวโร/นวลคนึง), ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธสุขภาวะศึกษาและสังคมศาสตร์ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JBHES/article/view/7488 Tue, 28 Apr 2026 00:00:00 +0700