https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/issue/feed วารสารการพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพและการศึกษา 2025-12-25T21:49:31+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิราภรณ์ นันท์ชัย nursingjournal@crc.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารการพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพและการศึกษา</strong></p> <p><strong>E-ISSN:</strong></p> <p><strong>กำหนดออก </strong><strong>:</strong> 3 ฉบับต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม, ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ </strong><strong>: </strong>วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านการพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ และการศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป</p> https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7186 สารจากบรรณาธิการ 2025-12-25T21:21:47+07:00 จิราภรณ์ นันท์ชัย jiraporn.nunchai@crc.ac.th 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/5686 ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้จะเป็นบิดา: บทบาทพยาบาลแผนกฝากครรภ์ 2025-08-26T15:50:25+07:00 นริศรา ใคร้ศรี narisara.kraisee@crc.ac.th ปริชมน ด่านชัย parichamon.danchai@crc.ac.th <p>ผู้ที่กำลังจะเป็นบิดาจำเป็นต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและความท้าทาย ในช่วงเวลาที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์ นอกจากการดูแลสุขภาพของตนเองแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการให้การสนับสนุนและดูแลสุขภาพของภรรยาและทารกในครรภ์ด้วย ดังนั้นจึงต้องมีความรู้และการตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม ความรอบรู้ด้านสุขภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้จะเป็นบิดา เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับบทบาทใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ หมายถึง ความรู้และความสามารถของบุคคลในการตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพซึ่งมี 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ เป็นความสามารถในการสืบค้นและเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ 2) การทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพ ความสามารถในการตีความและเข้าใจเนื้อหาของข้อมูลด้านสุขภาพที่ได้รับ 3) การประเมินข้อมูลสุขภาพ เป็นความสามารถในการวิเคราะห์ ตีความ และประเมินคุณภาพความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของข้อมูล 4) การประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพ คือ ความสามารถในการนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม</p> <p>พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการฝากครรภ์ มีหน้าที่ดูแลหญิงตั้งครรภ์และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ที่จะเป็นบิดาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล จึงต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้จะเป็นบิดา จะสามารถส่งเสริม สนับสนุน และให้คำแนะนำที่เหมาะสม อันจะช่วยให้ผู้จะเป็นบิดามีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความรู้ในการดูแลตนเอง คู่สมรส และทารกในครรภ์ได้อย่างเหมาะสมต่อไป</p> <p> </p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6176 การดูแลเด็กโรคสมาธิสั้น: บทบาทของพยาบาลจิตเวช 2025-07-24T14:47:14+07:00 ปาริชาต ปัญญา parichat.panya@crc.ac.th สาวิตรี จีระยา sawitri.jeeraya@crc.ac.th พัชราวรรณ แก้วกันทะ patcharawan.kaewkanta@crc.ac.th <p>โรคสมาธิสั้น เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อพฤติกรรม อารมณ์ และการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย โดยมีอาการหลักคือขาดสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง และหุนหันพลันแล่น ซึ่งมักพบในเด็กวัยเรียนและส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเรียนรู้และการเข้าสังคม สาเหตุของโรคเกิดจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งพันธุกรรม การทำงานของสมองที่บกพร่องของสารสื่อประสาท และปัจจัยสิ่งแวดล้อม หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม โรคสมาธิสั้นจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อตัวเด็ก ครอบครัว และสังคม รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาทางจิตเวชและพฤติกรรมในอนาคต การดูแลรักษาโรคสมาธิสั้นที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยแนวทางแบบผสมผสานทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การช่วยเหลือทางจิตใจและด้านการเรียน และการรักษาด้วยยา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปกครอง และครู บทความนี้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของพยาบาลในการดูแลเด็กโรคสมาธิสั้น ตั้งแต่การประเมินและคัดกรองเบื้องต้น การให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองและครู การติดตามอาการและประเมินผลการดูแลอย่างต่อเนื่อง การเสริมสร้างทักษะชีวิตและพฤติกรรม และการดำเนินงานเชิงรุกในชุมชนและโรงเรียน จะช่วยลดการตีตรา การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กสมาธิสั้น ให้พวกเขาสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีคุณภาพในสังคม</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6180 บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงในชุมชน 2025-09-07T14:34:39+07:00 กนกกาญจน์ กิมประสิทธิ์ kanokkan.kimprasit@crc.ac.th <p>โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การจัดการโรคในระดับชุมชนจึงต้องอาศัยทั้งการรักษาทางการแพทย์ การปรับพฤติกรรมสุขภาพ และกลไกสนับสนุนจากชุมชน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกำลังสำคัญในการดูแลผู้ป่วยร่วมกับทีมสุขภาพผ่านการเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่องตามขอบเขตและบทบาทของอสม. ประกอบด้วย 1) การคัดกรอง และค้นหาผู้ป่วยรายใหม่เพื่อส่งต่อเข้าสู่ระบบสุขภาพ 2) การติดตาม และประเมินภาวะสุขภาพร่วมกับพยาบาลเพื่อให้เกิดการดูแลอย่างต่อเนื่อง 3) การส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกาย และ 4) การดูแลแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ผ่านการให้กำลังใจและการสร้างเครือข่ายการช่วยเหลือในชุมชน อสม. จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพของการควบคุมโรค ลดภาวะแทรกซ้อน แบ่งเบาภาระบุคลากรสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6191 การใช้ยาหลายขนานในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง: บทบาทพยาบาลวิชาชีพ 2025-09-11T20:55:26+07:00 พนิดา ชัยวัง panida.chaiwang@crc.ac.th ณัฐวรา เชื้อหมอ natwara.ch59@gmail.com พัชราวรรณ แก้วกันทะ patcharawan.kaewkanta@crc.ac.th <p>ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มประชากรที่มีแนวโน้มเผชิญกับภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด พร้อมกัน ซึ่งมักนำไปสู่การใช้ยาหลายขนาน (Polypharmacy) การใช้ยาจำนวนมากแม้จะมีจุดประสงค์เพื่อรักษาโรค แต่ก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ผลข้างเคียงจากยา หรือปฏิกิริยาระหว่างยาที่ใช้ร่วมกันหลายขนาน ซึ่งอาจบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้ พยาบาลผู้มีบทบาทในการจัดการการใช้ยาจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการรักษาโรคและคงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโรคเรื้อรังที่มีการดำเนินโรคซับซ้อนและมีอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่สูงขึ้น นับว่าเป็นความท้าทายที่สำคัญของพยาบาลในระบบบริการสุขภาพในปัจจุบันที่พยาบาลมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการประเมิน การประสานงาน และการให้คำปรึกษาเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาหลายขนานในผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง</p> <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้พยาบาล สามารถประยุกต์ใช้กลยุทธ์ทางการพยาบาลในการจัดการการใช้ยาหลายขนานในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตลอดจนป้องกันผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ของยา และสามารถให้การพยาบาลตามบทบาทในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุกลุ่มดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6199 การใช้ยาบรรเทาปวดในเกษตรกรที่มีอาการปวดระบบโครงร่างกล้ามเนื้อ: บทบาทพยาบาลอาชีวอนามัย 2025-07-21T16:02:53+07:00 กันย์นิรินท์ ไชยแก้ว khannirinth.chaikaew@crc.ac.th วรุณรัตน์ พรมภักดี varunrat.prompakdee@crc.ac.th <p>ความปวดทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อที่พบในเกษตรกร มีสาเหตุจากปัจจัยด้านการยศาสตร์จากการทำงานในปริมาณงานมาก และมีท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม ความปวดดังกล่าวส่งผลให้คุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานลดลง โดยพฤติกรรมการจัดการความปวดแบบใช้ยา นิยมใช้มากกว่าการจัดการความปวดแบบไม่ใช้ยา ยาบรรเทาปวดที่เกษตรกรนิยมมากที่สุดคือ ยากลุ่มอะเซตามีโนเฟน และกลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการใช้ยาในระดับดี ส่วนยาสมุนไพรนิยมใช้ในรูปแบบยาทาภายนอกมากกว่าชนิดรับประทาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังมีการใช้ยาชุดแก้ปวดเมื่อยและยาลูกกลอน ซึ่งถือว่าเป็นยาที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้น ดังนั้นบทบาทพยาบาลอาชีวอนามัยจึงมีความสำคัญในการให้ความรู้ คำแนะนำ และส่งเสริมสุขภาพการทำงานเกษตรกร รวมถึงการจัดการความปวดทั้งแบบไม่ใช้ยาและแบบใช้ยาอย่างปลอดภัยโดยใช้หลักการใช้ยาแบบสมเหตุผลสำหรับเกษตรกร</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย