วารสารการพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพและการศึกษา https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE <p><strong>วารสารการพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพและการศึกษา</strong></p> <p><strong>E-ISSN: </strong>3088-1293 (Online)</p> <p><strong>กำหนดออก </strong><strong>:</strong> 3 ฉบับต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม, ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม</p> <p>จำนวนบทความที่ตีพิมพ์ต่อฉบับ ประมาณ 5 เรื่อง</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ </strong><strong>: </strong>วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านการพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ และการศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะพยาบาลศาสตร์</p> nursingjournal@crc.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิราภรณ์ นันท์ชัย) nursingjournal@crc.ac.th (นางสาวกานต์ชนิต ศิริผัด) Sun, 30 Aug 2026 22:24:11 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 สารจากบรรณาธิการ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/8284 จิราภรณ์ นันท์ชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/8284 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 ผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษา ต่อความรู้ และการตัดสินใจเลือกวิธีบำบัดทดแทนไต ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ระยะ 4-5 โรงพยาบาลแม่สาย จังหวัดเชียงราย https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7398 <p>การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาต่อความรู้และการตัดสินใจเลือกวิธีบำบัดทดแทนไต ของผู้ป่วยก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการให้คำปรึกษา กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ระยะ 4–5 ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ซึ่งเข้ารับบริการที่คลินิกโรคไต โรงพยาบาลแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 30 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือ โปรแกรมการให้คำปรึกษาพัฒนาขึ้นตามแนวคิดการดูแลร่วมกันและการตัดสินใจร่วมกัน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังและการบำบัดทดแทนไต และแบบสอบถามการตัดสินใจเลือกวิธีบำบัดทดแทนไต วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบฟิชเชอร์ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำทางเดียว</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังได้รับโปรแกรมการให้คำปรึกษา ผู้ป่วยมีคะแนนเฉลี่ยความรู้หลังได้รับโปรแกรมฯ ทันทีอยู่ในระดับปานกลางและหลังได้รับโปรแกรมฯ 1 เดือนอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และ 2) ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจเลือกวิธีบำบัดทดแทนไตได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 โดยส่วนใหญ่เลือกการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม สรุปได้ว่า โปรแกรมการให้คำปรึกษามีประสิทธิภาพในการเพิ่มความรู้และส่งเสริมการตัดสินใจเลือกวิธีบำบัดทดแทนไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 4–5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการให้คำปรึกษาในคลินิกโรคไตได้</p> ฐิติพันธ์ จันทร์พัน, ศิรินภา สิริโชติรุ่งโรจน์, วทัญญู สุตะวงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7398 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 คุณภาพและอัตลักษณ์บัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7432 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพบัณฑิตและอัตลักษณ์บัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประชากรคือ หัวหน้าหอผู้ป่วยหรือพยาบาลประจำการที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเดียวกันกับบัณฑิตที่สำเร็จปีการศึกษา 2563 จำนวน 98 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบสอบถามคุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาพยาบาลศาสตร์ (6 ด้าน) และ 3) แบบสอบถามอัตลักษณ์บัณฑิตที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรคือเป็นคนดี คนเก่ง มีวินัย และภูมิใจในชาติ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า บัณฑิตมีคุณภาพโดยรวมทั้ง 6 ด้านอยู่ในระดับมาก (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 3.99, S.D. = 0.57) ด้านที่มีคะแนนสูงสุดคือด้านคุณธรรม จริยธรรม (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 4.30, S.D. = 0.65) รองลงมาคือด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและรับผิดชอบ (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 4.29, S.D. = 0.51) ส่วนด้านที่มีคะแนนต่ำสุดคือด้านทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 3.52, S.D. = 0.56) บัณฑิตมีอัตลักษณ์โดยรวมทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 4.15, S.D. = 0.58) ด้านที่มีคะแนนสูงสุดคือด้านมีวินัย (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 4.32, S.D. = 0.56) รองลงมาคือด้านเป็นคนดี (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 4.28, S.D. = 0.59) ส่วนด้านที่มีคะแนนต่ำสุดคือด้านเป็นคนเก่ง (<img src="https://latex.codecogs.com/gif.image?\dpi{110}&amp;space;\bar{x}" alt="equation" /> = 3.81, S.D. = 0.54) ดังนั้น ควรพัฒนานิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพด้านทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ และมีอัตลักษณ์ด้านเป็นคนเก่งเพิ่มมากขึ้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่</p> <p> </p> กรกาญจน์ ปานสุวรรณ, ธิดารัตน์ คำบุญ, อินทิรา ปากันทะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7432 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 ความรู้ ทัศนคติ การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการเพื่อสังคม ณ ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7825 <p>ความรู้ ทัศนคติ มีความสำคัญต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัว การศึกษาเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ทัศนคติการตรวจเต้านมและการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ ณ ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง จำนวน 111 ราย เลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม แบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติเกี่ยวกับการตรวจเต้านม และแบบสอบถามการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง สำหรับแบบสอบถามเกี่ยวกับโรคมะเร็วเต้านม ใช้สูตร KR-20 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.70 และแบบสอบถามทัศนคติเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมใช้ Cronbach’s alpha coefficient มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมในระดับต่ำ ทัศนคติเกี่ยวกับการตรวจเต้านมอยู่ในระดับสูง และมีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองร้อยละ 38.7 การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับต่ำ กับการตรวจมะเร็วเต้านมด้วยตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.21, p &lt; 0.05) และทัศนคติเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลางกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.33, p &lt; 0.001) ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับบุคลากรทางสุขภาพในการวางแผนส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง</p> ฐิติอาภา ตั้งค้าวานิช, รัตนากร เจริญกุล, ธนัยรัตย์ ชัยศิริภูวดล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/7825 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 การให้ความรู้ทางสุขภาพเพื่อลดปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6239 <p>ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มีโอกาสเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันได้มากหากพร่องความรู้เกี่ยวกับโรคและและปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องในการใช้ยาสูดขยายหลอดลม เมื่อเกิดอาการกำเริบผู้ป่วยจะมีอาการหายใจเหนื่อยเพิ่มขึ้น ร่วมกับไอมีเสมหะปริมาณมากขึ้นลักษณะขุ่นข้นคล้ายหนอง และอาการไม่ดีขึ้นภายในช่วงระยะเวลาน้อยกว่า 14 วัน ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะหายใจล้มเหลวและอาจถึงขั้นเสียชีวิต การช่วยให้ผู้ป่วยมีภาวะอาการคงที่ สามารถจัดการตนเองเกี่ยวกับโรคได้ถูกต้อง และการลดภาระค่าใช้จ่ายในระบบสุขภาพเป็นบทบาทที่สำคัญของพยาบาล</p> <p>บทความนี้จะเป็นการทบทวนความรู้เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน เพื่อให้พยาบาลได้ใช้เป็นแนวทางในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และผู้ดูแลได้อย่างเฉพาะเจาะจง ภาวะทุพโภชนาการ ควันบุหรี่มลพิษทางอากาศ อากาศเย็น การรับรู้เกี่ยวกับความรุนแรงของการเจ็บป่วยที่ไม่ถูกต้องหรือน้อยกว่าความเป็นจริง การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ การมีกิจกรรมทางกายที่ลดลง และการบริหารยาพ่นสูดขยายหลอดลมที่ไม่ถูกต้อง เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เกิดอาการกำเริบ</p> รัตนากร เจริญกุล, ปิยาภรณ์ เพ็ญประไพ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6239 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 การเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์: บทบาทอาจารย์พยาบาลกับการป้องกันภาวะซึมเศร้าในนักศึกษาพยาบาล https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6729 <p>การพลิกผันของโลกแบบ VUCA world ที่โลกมีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ สู่การเปลี่ยนผ่านแบบ BANI world ที่เป็นโลกยุคแห่งความโกลาหลที่เร่งความเปราะบางทางจิตสังคมของเยาวชน การยกระดับการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการศึกษาพยาบาล เพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าในกลุ่มเสี่ยงอย่างนักศึกษาพยาบาล ในบทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอแนวคิดการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ และบทบาทอาจารย์พยาบาลในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ เพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าในนักศึกษาพยาบาล ฉะนั้นการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ในนักศึกษาพยาบาลต้องขับเคลื่อนโดยผ่านบทบาทเชิงรุกของอาจารย์พยาบาลที่ทำหน้าที่เป็นตัวแบบ ทำให้นักศึกษาพยาบาลเห็นขั้นตอนการคิด ความรู้สึก การกระทำ และการออกแบบผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ให้ชัดเจน ครอบคลุมการกำกับอารมณ์ การสื่อสารเชิงบวก และการตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจที่ยอมรับการถาม และความผิดพลาดอย่างไม่ตำหนิ บูรณาการการฝึกสติและการปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่ของนักศึกษาพยาบาล หล่อหลอมความพร้อมทางสังคมและอารมณ์ของนักศึกษาพยาบาล ในการเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดันจากการเรียน การปฏิบัติงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้จริงต่อไป</p> พัชราวรรณ แก้วกันทะ, วิไลภรณ์ วิชญาวัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JNHSE/article/view/6729 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700