วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาลและสุขภาพ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JRINH <p><strong>วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาลและสุขภาพ </strong>รับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านการวิจัย และนวัตกรรมทางการพยาบาล สาธารณสุข วิทยาศาสตร์สุขภาพ และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ คณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในสถาบันการศึกษา นอกสถาบัน และในระบบบริการสุขภาพ</p> <p>เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ<span style="font-size: 0.875rem;">ประกอบด้วย บทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความกรณีศึกษา ผลงานทางวิชาการ ทุกเรื่องจะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 คน โดยใช้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญในสาขา ที่เกี่ยวข้องจากสถาบันที่หลากหลายไม่อยู่ในสังกัดเดียวกันกับผู้แต่งด้วยกระบวนการ Double-blind </span></p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">กำหนดการตีพิมพ์ 3 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม และ ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม</span></p> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## parinyaporn.9754@gmail.com (ผศ. ดร.ปริญญาภรณ์ ธนะบุญปวง) parinyaporn.9754@gmail.com (ผศ. ดร.ปริญญาภรณ์ ธนะบุญปวง) Mon, 23 Feb 2026 23:16:03 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ปัจจัยทำนายการมารับการรักษาล่าช้าของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดชนิดไม่ยก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JRINH/article/view/7138 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายการมารับการรักษาล่าช้าในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่ยก ได้แก่ การเข้าถึงบริการสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับโรค การสนับสนุนทางสังคม และการรับรู้ภาวะสุขภาพ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลหลังสวน จังหวัดชุมพร จำนวน 129 คน คัดเลือกด้วยวิธีสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินการเข้าถึงบริการสุขภาพ แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับโรค แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินการรับรู้ภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า การเข้าถึงบริการสุขภาพ (<em>β</em>=-0.34, <em>p</em>&lt;.001) ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ (<em>β</em>=-0.27, <em>p</em>=.017), การสนับสนุนทางสังคม (<em>β</em>=-0.23, <em>p</em>=.019) และ การรับรู้ภาวะสุขภาพ (<em>β</em>=0.18, <em>p</em>=.027) ตัวแปรทั้งสี่สามารถร่วมกันทำนายระยะเวลาการมารับการรักษาล่าช้าของผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดชนิดไม่ยก ได้ร้อยละ 37 (Adjusted R² = 0.34, <em>p</em>&lt; .001) โดยการเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลมากที่สุด</p> <p>ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การสร้างความรู้ และการเสริมแรงสนับสนุนทางสังคม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีและลดความสูญเสีย จากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน</p> อุมาพร ไทยนุกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาลและสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JRINH/article/view/7138 Mon, 23 Feb 2026 00:00:00 +0700