ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของไตลดลงของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหนองโดน จังหวัดสระบุรี
คำสำคัญ:
เบาหวานชนิดที่ 2, โรคไตเรื้อรัง, ปัจจัยเสี่ยง, ความชุกบทคัดย่อ
โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่มีความรุนแรงและมีอุบัติการณ์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานะสุขภาพ ความชุกของการเกิดโรคไตเรื้อรัง และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่ลดลงในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง โดยทำการศึกษาจากลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 391 ราย จากประชากรทั้งหมดที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลหนองโดน จังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2565 เก็บข้อมูลจากการรวบรวมจากฐานข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาลหนองโดนวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยChi-square test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 64.06 ปี พบความชุกของโรคไตเรื้อรังร้อยละ 56.01 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อายุ (p=.001) ดัชนีมวลกาย (p=.046) ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (p=.025) ค่า HbA1c (p=.027) ระยะเวลาการเป็นโรคเบาหวาน (p=.001) การใช้ยา metformin (p<.001) และการใช้ยา statins (p=.006) การคัดกรองเชิงรุกและการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง มีความสำคัญต่อการดำเนินโรคไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายได้ ท้ายสุดผู้วิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2565, 25 มิถุนายน). ระบาดวิทยาและการทบทวนมาตรการป้องกันโรค
ไตเรื้อรัง. กรมควบคุมโรค. https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1308820220905025852.pdf
จิรวัฒน์ สีตื้อ. (2562). ความชุกของโรคไตวายเรื้อรังและปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการทำงานของไตลดลงผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 27(2), 1–15.
ดำรงศักดิ์ อบเหลือง, อัครเดช ตะพัง, และนรินทร์ ลาพินี. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กับการเกิดโรคไตเรื้อรัง. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 8(2), 60–72.
ทรงกรฎ ศฤงคาร, ตฤณ ทิพย์สุทธิ์, และกัลยา มั่นล้วน. (2567). การควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วย
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยการจัดการตนเองและครอบครัว. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา,19(1), 80–96.
บดินทร์ จักรแก้ว. (2565). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะไตวายเรื้อรังในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่2 ในอำเภอเขตกึ่งเมืองของจังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขล้านนา, 18(1), 16–30.
พนิดา รัตนศรี. (2565). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
สำราญ. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 4(2), 209–224.
รัตนาพร สุวานิช, ลดา เลยหยุด, ปัทมา ล้อพงค์พานิชย์, และ เจษฎา สุราวรรณ์. (2565). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพระยืน จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 4(2), 163–176.
ศันสนีย์ เชาวนเกตุ. (2564). อุบัติการณ์และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการลดลงของอัตราการกรองของไตผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 6(3), 76–84.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2560). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2560. ร่มเย็นมีเดีย.
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565, 10 พฤศจิกายน).โรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease: CKD).
https://www.nephrothai.org/wp-content/uploads/2022/11/โรคไตเรื้อรัง.pdf
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2564, 15 ตุลาคม). เยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรัง-ผู้ป่วยล้างไต จ.สระบุรี ให้การ
ดูแลต่อเนื่องแม้ในภาวะอุทกภัย. https://www.nhso.go.th/th/communicateth/thnewsforperson/News_3327
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2565, 12 กรกฎาคม). การเข้าถึงบริการบำบัดทดแทนไตช่วยชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย. https://eng.nhso.go.th/view/1/DescriptionNews/Access-to-renal-replacement-therapy-saves-lives-and-reduces-financial-burden-for-patients/453/EN-US
อมรรัตน์ สุวรรณลาภ, และ สาโรจน์ นาคจู. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตามหลักธรรมานามัย สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บางขันแตก อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม. PTU Journal of Science and Technology, 4(1), 469–482.
อัจฉรา เจริญพิริยะ, อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว, และงามจิต คงทน. (2560). ความชุกโรคไตวายเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(1), 73–82.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change.Psychological Review, 84(2), 191–215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Carney, E. F. (2020). The impact of chronic kidney disease on global health. Nature Reviews
Nephrology, 16(5), 251. https://doi.org/10.1038/s41581-020-0268-7
Curtin, R. B., Mapes, D. L., Schatell, D., & Hudson, S. B. (2005). Self-management in patients with end-stage renal disease: Exploring domains and dimensions. Nephrology Nursing Journal, 32(4), 389–398.
De Nicola, L., & Zoccali, C. (2016). Chronic kidney disease prevalence in the general population: Heterogeneity and concerns. Nephrology Dialysis Transplantation, 31(3), 331–335. https://doi.org/10.1093/ndt/gfv42
He, Y., Li, Y., Wang, D., Zhang, L., & Wang, F. (2016). Obesity increases the risk of chronic
kidney disease: A systematic review and meta-analysis. Kidney International, 89(1), 87–99. https://doi.org/10.1016/j.kint.2015.07.012
House, J. S. (1981). Work stress and social support. Addison-Wesley.
National Kidney Foundation. (2002). K/DOQI clinical practice guidelines for chronic kidney disease: Evaluation, classification, and stratification. American Journal of Kidney Diseases, 39(2 Suppl 1), S1–S266. https://doi.org/10.1053/ajkd.2002.30939
Schulman-Green, D., Jaser, S., Martin, F., Alonzo, A., Grey, M., McCorkle, R., Redeker, N. S., Reynolds, N., & Whittemore, R. (2012). Processes of self-management in chronic illness. Journal of Nursing Scholarship, 44(2), 136–144. https://doi.org/10.1111/j.1547-5069.2012.01444.x
Streng, K. W., Voors, A. A., Hillege, H. L., & Bakker, S. J. L. (2017). Waist circumference and risk of chronic kidney disease: A population-based cohort study. Nephrology Dialysis Transplantation, 32(5), 859–865. https://doi.org/10.1093/ndt/gfw421
World Health Organization. (2024, November 14). Diabetes. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการนวัตกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##