วารสารวิจัยทางการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr <p>วารสารวิจัยทางการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่บทความ นิพนธ์ต้นฉบับ (Original Articles) บทความวิชาการ (Academic Articles) บทความฟื้นวิชาการ (Review Articles) บทความสั้น/รายงานผลเบื้องต้น (Short Communications/Brief Reports) รายงานผู้ป่วย (Case Reports) และมุมมองและการสะท้อนคิดทางการแพทย์ (Perspectives and Reflections in Medicine) ของบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายสาธารณสุขตลอดจนผู้สนใจในด้านนี้ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลทุ่งสง เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การยกระดับวิชาการ โดยมีกำหนดตีพิมพ์ 3 ฉบับต่อปี (มกราคม - เมษายน, พฤษภาคม – สิงหาคม, กันยายน – ธันวาคม)</p> th-TH <p>ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ</p> <p>การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก วารสารวิจัยทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลทุ่งสง ก่อนเท่านั้น</p> theerapon_s@hotmail.com (นายแพทย์ธีรพล สุขมาก) jmnprtsnst@gmail.com (นางสาวกัญญาวีร์ อร่ามโชติ) Mon, 19 Jan 2026 14:06:48 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/7238 ธีรพล สุขมาก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลทุ่งสง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/7238 Sun, 04 Jan 2026 00:00:00 +0700 สารผู้อำนวยการ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/7245 ศุภลักษณ์ ละอองเพชร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลทุ่งสง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/7245 Mon, 19 Jan 2026 00:00:00 +0700 รูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/6839 <p>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สถานการณ์ ปัญหา และความต้องการในการป้องกันการฆ่าตัวตาย 2) พัฒนารูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตาย และ 3) ประเมินรูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย ดำเนินการทั้งหมด 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 วิเคราะห์จากเอกสารและเชิงคุณภาพ ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยและพัฒนา และระยะที่ 3 ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มเป้าหมายมี 2 กลุ่ม คือ เครือข่ายสุขภาพจิตในชุมชน และผู้ดูแลกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ข้อมูลทุติยภูมิ การสนทนากลุ่ม แบบสอบถาม และรูปแบบ KAM-END Model ตรวจสอบเครื่องด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่า IOC ระหว่าง 0.67 – 1.00 ค่าความเที่ยงแบบประมาณทักษะการดูแล เท่ากับ 0.81 สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์เนื้อหา One Sample T-Test และ Wilcoxon Signed Rank Test</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้น คือ KAM-Model ประกอบไปด้วย การมีความรู้ (K-Knowledge) การเข้าถึงบริการ (A-Access) การมีพี่เลี้ยง (M-Monitor) การให้กำลังใจ (E-Encourage) การมีเครือข่าย (N-Network) และการมีศูนย์ข้อมูล (D-Data Center) 3) หลังการพัฒนารูปแบบ ฯ พบว่า 1) มีโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้าลดลง และอัตราการฆ่าตัวตายลดลง 2) ทักษะการดูแลของผู้ดูแลมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และ 3) ผู้ดูแลมีความเครียดในการดูแลลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.001</p> <p>ฉะนั้น โรงพยาบาลพระพรหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุมชน นำรูปแบบไปใช้ในชุมชน โดยขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เน้นประสิทธิภาพในการคัดกรองโดยใช้แบบประเมิน 2Q 9Q และ 8Q และพัฒนาทักษะการดูแลและสังเกตสัญญาณเตือนการฆ่าตัวตายของประชาชนในชุมชน</p> กัลยา รัตนปราโมทย์, อลิสา บัวทอง, นิศา ดิษฐาน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/6839 Mon, 19 Jan 2026 00:00:00 +0700