การพัฒนาโปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง ชนิดถาวร (ซีเอพีดี) ในจังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ภัทรศรี พิมทา -
  • กชณากาญ ดวงมาตย์พล
  • บุญญาดา แสนมี
  • รุจลินทร์ มีเพียร
  • อังคณา เหล่าสะพาน

คำสำคัญ:

โปรแกรมเสริมพลังอำนาจ, ผู้ดูแลผู้ป่วย, การล้างไตทางช่องท้อง, ภาระการดูแล

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาลักษณะทั่วไป ภาระการดูแล และความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องชนิดถาวร (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis: CAPD) ในจังหวัดมหาสารคาม (2) พัฒนาโปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลที่เหมาะสมกับบริบทชุมชน และ (3) ประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมต่อความรู้ ทักษะการดูแล ความมั่นใจในตนเอง ภาระการดูแล สุขภาพจิต และความพึงพอใจของผู้ดูแล โดยดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สถานการณ์และพัฒนาโปรแกรม (R1–D1) และระยะที่ 2 การนำโปรแกรมไปใช้และประเมินผล (R2–D2)

กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลหลักของผู้ป่วย CAPD จำนวน 80 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยโปรแกรมดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การให้ความรู้ การฝึกทักษะปฏิบัติจริง การเสริมสร้างความมั่นใจ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ดูแล และการสนับสนุนต่อเนื่อง  เก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลองใช้ด้วยแบบสอบถามมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ดูแลส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 47.79 ปี และใช้เวลาดูแลผู้ป่วยมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ทักษะการดูแล และความมั่นใจในตนเองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ในขณะที่คะแนนเฉลี่ยด้านความเครียด ความรู้สึกโดดเดี่ยว ภาระทางการเงิน และเวลาพักผ่อนส่วนตัวที่ลดลง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ผู้ดูแลมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการสื่อสารของผู้สอนและการนำไปใช้จริง

สรุปผลการศึกษา โปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลผู้ป่วย CAPD ที่พัฒนาจากความต้องการจริงของชุมชนและบูรณาการแนวคิดการเสริมพลังอำนาจร่วมกับความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถเพิ่มศักยภาพของผู้ดูแล ลดภาระการดูแล และส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจได้อย่างมีประสิทธิผล ควรนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และขยายผลสู่พื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียง

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย; 2565.

National Institute of Nephrology. Thailand end-stage renal disease annual report 2023. Bangkok (Thailand): Author; 2023.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. รายงานระบบบริการบำบัดทดแทนไตภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2567. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง; 2567.

Brown EA, Blake PG, Boudville N, Davies SJ. Supporting caregivers in home dialysis: Current evidence and future directions. Kidney Int Rep. 2022; 7(4): 845-52. doi:10.1016/j.ekir.2022.01.015.

Chow KM, Szeto CC, Li PKT. Home-based dialysis and caregiver roles in chronic kidney disease management. Clin Kidney J. 2023; 16(2): 201-9. doi:10.1093/ckj/sfac223.

Seangpraw K, Ong-Artborirak P. Burden and well-being among caregivers of chronically ill older adults in rural Thailand. Int J Environ Res Public Health. 2020; 17(18): 6895. doi:10.3390/ijerph17186895.

วรารัตน์ ทิพย์รัตน์, โสภิต สุวรรณเวลา, ญนัท วอลเตอร์. ปัจจัยทำนายความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุภาวะความดันโลหิตสูงที่มีโรคร่วม จังหวัดตรัง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2563; 7(2): 26-38.

Kalpesh P, Sharma R, Verma S. Structured caregiver training program and reduction of peritonitis among CAPD patients: A quasi-experimental study. J Ren Care. 2025; 51(1): 22-30.

Senthur R, Seshadri G. Effectiveness of caregiver empowerment model on home-based CAPD outcomes in India. Nephrol Nurs J. 2025; 52(1): 14-21.

Liu H, Wang X, Chen Y. Self-efficacy intervention for family caregivers of patients with dementia: A randomized controlled trial. Aging Ment Health. 2022; 26(8): 1550-8. doi:10.1080/13607863.2021.1908992.

Tsai PC, Chen YH, Lin HS. Effects of an empowerment intervention on burden and quality of life among stroke caregivers. J Clin Nurs. 2021; 30(9-10): 1344-53. doi:10.1111/jocn.15654.

Gibson CH. The process of empowerment in mothers of chronically ill children. J Adv Nurs. 1995; 21(6): 1201-10. doi:10.1046/j.1365-2648.1995.21061201.x.

Bandura A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977; 84(2): 191-215. doi:10.1037/0033-295X.84.2.191.

Martins A, Silva R, Costa P. Coaching-based caregiver support program in chronic kidney disease: Effects on confidence and burden. BMC Nephrol. 2023; 24: 211. doi:10.1186/s12882-023-03211-4.

Yamane T. Statistics: An introductory analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row; 1973.

Roth DL, Fredman L, Haley WE. Informal caregiving and its impact on health: A reappraisal from population-based studies. Annu Rev Public Health. 2020; 41: 635-52. doi:10.1146/annurev-publhealth-040119-094330.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-11

รูปแบบการอ้างอิง

พิมทา ภ., ดวงมาตย์พล ก. ., แสนมี บ. ., มีเพียร ร. . ., & เหล่าสะพาน อ. . (2026). การพัฒนาโปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง ชนิดถาวร (ซีเอพีดี) ในจังหวัดมหาสารคาม. วารสารแนวโน้มทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 2(2), 11–30. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/tnhsj/article/view/7334

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย