https://he05.tci-thaijo.org/index.php/tnhsj/issue/feed วารสารแนวโน้มทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2026-04-22T00:00:00+07:00 ผศ.ดร.นงเยาว์ มีเทียน nongyaow.m@msu.ac.th Open Journal Systems <p><span class="textstyle13">วารสารแนวโน้มทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ </span><span class="textstyle14">เป็นวารสารวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยวารสารฉบับนี้ตีพิมพ์ บทความวิจัย และบทความวิชาการ ซึ่งจัดพิมพ์เผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ</span><span class="textstyle15"><br /></span><strong><span class="textstyle9">วัตถุประสงค์</span></strong><span class="textstyle15"><br /> </span><span class="textstyle14"> 1. เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานวิชาการให้แก่นักวิจัยทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ<br /> 2. เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้ และสนับสนุนการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ<br /> 3. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรสุขภาพ</span><span class="textstyle11"><br /></span><span class="textstyle9"><strong>กำหนดการออกวารสารจัดพิมพ์ปีละ 3 ฉบับ</strong> ดังนี้</span><span class="textstyle15"><br /> </span><span class="textstyle14"> 1) 📃 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน<br /> 2) 📃ฉบับที่ 2 พฤษภาคม– สิงหาคม<br /> 3) 📃ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม</span></p> https://he05.tci-thaijo.org/index.php/tnhsj/article/view/7334 การพัฒนาโปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง ชนิดถาวร (ซีเอพีดี) ในจังหวัดมหาสารคาม 2026-04-02T08:55:17+07:00 ภัทรศรี พิมทา pui_patara@hotmail.com กชณากาญ ดวงมาตย์พล khanittha.r@msu.ac.th บุญญาดา แสนมี khanittha.r@msu.ac.th รุจลินทร์ มีเพียร khanittha.r@msu.ac.th อังคณา เหล่าสะพาน khanittha.r@msu.ac.th <p>การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาลักษณะทั่วไป ภาระการดูแล และความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องชนิดถาวร (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis: CAPD) ในจังหวัดมหาสารคาม (2) พัฒนาโปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลที่เหมาะสมกับบริบทชุมชน และ (3) ประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมต่อความรู้ ทักษะการดูแล ความมั่นใจในตนเอง ภาระการดูแล สุขภาพจิต และความพึงพอใจของผู้ดูแล โดยดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สถานการณ์และพัฒนาโปรแกรม (R1–D1) และระยะที่ 2 การนำโปรแกรมไปใช้และประเมินผล (R2–D2)</p> <p>กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลหลักของผู้ป่วย CAPD จำนวน 80 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยโปรแกรมดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การให้ความรู้ การฝึกทักษะปฏิบัติจริง การเสริมสร้างความมั่นใจ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ดูแล และการสนับสนุนต่อเนื่อง เก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลองใช้ด้วยแบบสอบถามมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ผู้ดูแลส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 47.79 ปี และใช้เวลาดูแลผู้ป่วยมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ทักษะการดูแล และความมั่นใจในตนเองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; .001) ในขณะที่คะแนนเฉลี่ยด้านความเครียด ความรู้สึกโดดเดี่ยว ภาระทางการเงิน และเวลาพักผ่อนส่วนตัวที่ลดลง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; .05) ผู้ดูแลมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการสื่อสารของผู้สอนและการนำไปใช้จริง</p> <p>สรุปผลการศึกษา โปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลผู้ป่วย CAPD ที่พัฒนาจากความต้องการจริงของชุมชนและบูรณาการแนวคิดการเสริมพลังอำนาจร่วมกับความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถเพิ่มศักยภาพของผู้ดูแล ลดภาระการดูแล และส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจได้อย่างมีประสิทธิผล ควรนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และขยายผลสู่พื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียง</p> 2026-05-11T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารแนวโน้มทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ https://he05.tci-thaijo.org/index.php/tnhsj/article/view/7477 การพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหลอดอาหารแบบ ไอวอร์-ลูอิส 2026-02-28T21:12:02+07:00 วิภาวดี จันทร์นัน vipawadee.jan@mahidol.ac.th อัญชลี ทองโสม vipawadee.jan@mahidol.ac.th <p>การผ่าตัดหลอดอาหารแบบไอวอร์-ลูอิส (Ivor Lewis Esohagectomy) เป็นการผ่าตัดรักษามะเร็งหลอดอาหารส่วนกลางและส่วนล่าง ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนสูงและมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ การพยาบาลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในพยาธิสรีรวิทยา วิธีการผ่าตัด และการดูแลแบบองค์รวมอย่างเป็นระบบ บทความนี้นำเสนอแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหลอดอาหารแบบไอวอร์-ลูอิส โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ ครอบคลุมตั้งแต่ระยะหลังผ่าตัดทันทีจนถึงการดูแลต่อเนื่องระยะยาว โดยเน้นการป้องกันและจัดการภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ เช่น การรั่วของรอยต่อ, ภาวะแทรกซ้อนทางปอด และภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต รวมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ทั้งนี้บทความได้นำหลักการตามแนวทางการฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัดมาใช้ร่วมกับการดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p> 2026-04-22T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารแนวโน้มทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ