ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจ ผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ต่อความรู้ พฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และพัฒนาการเด็กปฐมวัย ที่สงสัยล่าช้า
The Effects of an Empowerment Program for Early Childhood Caregivers on Knowledge, Development - Promoting Behaviors and Developmental Status of Children with Suspected Developmental Delay
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างพลังอำนาจ, ผู้ดูแลเด็ก, ความรู้การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย, พฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย, พัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้าบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อความรู้ พฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่สงสัยพัฒนาการล่าช้า คำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*Power ได้กลุ่มตัวอย่างกลุ่มละ 25 คน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ดูแลเด็กและเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทั้งหมดจำนวน 100 คน โปรแกรมดำเนินการเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การค้นพบสภาพจริง การสะท้อนคิดอย่าง
มีวิจารณญาณ การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติ และการคงไว้ซึ่งการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความรู้และแบบสอบถามพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาและความเชื่อมั่นโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ จำนวน ร้อยละ และการทดสอบ
Paired t-test, Independent t-test และ Chi-square Test
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้และพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และมีจำนวนเด็กปฐมวัยที่
มีพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้นจากก่อนการทดลอง รวมทั้งมีสัดส่วนเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสมวัยสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมดังกล่าวมีประสิทธิผลในการพัฒนาความรู้และพฤติกรรมของผู้ดูแลเด็ก และส่งผลให้เด็กปฐมวัย โดยเฉพาะเด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้า มีพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้น
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM). นนทบุรี:
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). Health Data Center 2567 [อ้างเมื่อ 27 กรกฎาคม 2567]
จาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/kpi/1/2024
ทิพย์ภารัตน์ ไชยชนะแสง, วิภาพร จันทะนาม, อุมาสมร หังสพฤกษ์, พิทักษ์ศิลป์ ศรีโซ้ง. ศักยภาพของชุมชนในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย:การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วารสารพยาบาลทหารบก 2564; 22(2): 451-459.
ณิชกุล พิชาชาญ, กิตติพงษ์ สอนล้อม และศิริภัททรา จุฑามณี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการเด็กปฐมวัย การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี 2566; 31(1): 128-142.
เยาวรัตน์ รัตน์นันต์. การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย เขตสุขภาพที่ 8. งานวิจัย บทความและสรุปบทเรียนของหน่วยงานในเขตสุขภาพที่ 7. ขอนแก่น: สำนักงานเขตสุขภาพที่ 7; 2559.
สิริรัตน์ จัตกุล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการสงสัยล่าช้า ของเด็กปฐมวัยในคลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2564; 13(2): 87-102.
ฤดีมน สกุลคู. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาในเด็กอายุ 2-5 ปี อำเภอท่าบ่อจังหวัดหนองคาย. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2565; 31(5): 788-796.
สิตา ฤทธิ์ธาธรรม, ยุทธนา ศิลปรัสมี, วีณา ธิติประเสริฐ, เสาวลักษณ์ วงค์นาถ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการสงสัยว่าล่าช้า: บทบาทของครูและศูนย์เด็กเล็กในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช. การประชุมวิชาการระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคใต้ ครั้งที่ 5; 2563; จังหวัดนครศรีธรรมราช:มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย. หน้า 1-10.
วิจิตร จันดาบุตร, วิทยา อยู่สุข และวิโรจน์ เซมรัมย์. การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2561;3(1): 208-219.
รัตนาภรณ์ แบ่งทิศ, ศรินทร์ทิพ ชวพันธุ์, หยาดพิรุณ เสาร์เป้ง. ผลของโปรแกรมการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ต่อความรู้และทักษะของครูในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย. วารสารสภาการพยาบาล 2566; 38(2): 77-87. DOI: 10.60099/jtnmc.v38i02.261669
เบ็ญจมาศ สลิลปราโมทย์. คุณภาพชีวิตของผู้ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการล่าช้า. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 2565; 15(3): 114-127.
หนึ่งฤทัย เกื้อเอียด, ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์, สมเกียรติยศ วรเดช. สถานการณ์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพัฒนาการของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี: การทบทวนวรรณกรรม. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและ
การสาธารณสุขภาคใต้ 2561; 5(1): 281-296.
จีระวรรณ ศรีจันทร์ไชย, ศิราณี อิ่มน้ำขาว, ปราณี ทาบึงการ, อรรถยาภรณ์ ทองมี, อัญรัตน์ อุทัยแสง. ภาระการดูแลของมารดาเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ 2565; 9(1): 318-328.
วรรณลีรัตน์ งามเลิศ, ธิติรัตน์ ราศิริ. บทบาทและศักยภาพของครูผู้ดูแลเด็กในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา 2567; 4(2): 1-19
Gibson CH. The process of empowerment in mothers of chronically ill children. J Adv Nurs 1995; 21(6): 1201-10. DOI: 10.1046/j.1365-2648.1995.21061201.x
นอลีสา โต๊ะยุโส๊ะ, วิชุชตา มัคสิงห์. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของมารดา ต่อพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ช่วงอายุ 0-5 ปี. วารสารบัณฑิตศาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 2563; 18(2): 196-208.
ปีใหม่ แก่สา, ชนะพล ศรีฤาชา, วิลาวัณย์ ชมนิรัตน์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจในการส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าในผู้ปกครองเด็ก ตำบลโสกนกแตน อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2568; 17(2): 42-55.
ศิริมา สาระนันท์. ผลของโปรแกรมเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลต่อความรู้ความสามารถในการดูแลเด็กโรคปอดเรื้อรัง. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลอุดรธานี 2563; 28(3): 374-383.
สุกัลยา โพธาราม. ผลของโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยต่อความรู้และพฤติกรรมส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัยของผู้ดูแลเด็กในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดยโสธร. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา 2567; 4(2): 1-13.
ชัยพล ศรีธุระวานิช, พัชรินทร์ สมบูรณ์, ยุพิน สุขเกษม. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็ก อายุ 3-5 ปี. ราชบุรี: ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กรมอนามัย; 2562.
สิริมา ชุ่มศรี, นุจรี ไชยมงคล, ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ดูแลเด็กต่อความสามารถและความรู้สึกเป็นภาระในการดูแลเด็กสมองพิการ. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา 2557; 22(4): 36-46.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เผยแพร่ ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ท่านสามารถอ่านและใช้งานบทความเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เกียรติแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อความที่แสดงในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ผู้เขียนมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความ การนำไปใช้ซ้ำหรือตีพิมพ์ซ้ำอื่นๆ ต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร