สถานการณ์ผู้เสพรายใหม่ที่เข้าสู่ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2565
คำสำคัญ:
การบำบัด, ข้อมูลการบำบัด, ผู้เสพรายใหม่บทคัดย่อ
การศึกษานี้ เป็นการศึกษาย้อนหลัง (Retrospective cohort study) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวน และศึกษาสถานการณ์ผู้เสพรายใหม่ที่เข้าสู่ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศย้อนหลังในช่วงปีงบประมาณ 2561 – 2565 ใน 3 ประเด็น ดังนี้ 1) ข้อมูลผู้เสพรายใหม่ทั้งหมดในประเทศ ปี พ.ศ. 2561 – 2565 2) ข้อมูลผู้เสพรายใหม่ระหว่างการบำบัดครบโปรแกรมและไม่ครบโปรแกรมจำแนกตามอายุและเขตสุขภาพ 3) การติดตามผู้เสพภายหลังการบำบัดต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้งใน 1 ปี (retention rate) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ
ผลการศึกษาพบว่า ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2565 มีจำนวนวผู้เสพรายใหม่ ทั้งหมด 222,679 ราย โดยผู้เสพรายใหม่ที่เข้ารับการบำบัดรักษาครบโปรแกรม 140,445 ราย คิดเป็นร้อยละ 63.07 ซึ่งผู้เข้ารับการบำบัดรักษาจนครบโปรแกรมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 20 – 24 ปี ส่วนกลุ่มที่เข้ารับการบำบัดรักษาไม่ครบโปรแกรมส่วนใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไป ผลการศึกษายังพบว่า ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาจำนวนมากที่สุดอยู่ เขตสุขภาพที่ 7 – 10 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการทบทวนอัตราการติดตามผู้เสพภายหลังการบำบัดครบโปรแกรมอย่างน้อย 4 ครั้งใน 1 ปี (Retention rate) พบว่า อัตราการติดตามผู้เสพภายหลังการบำบัดมีแนวโน้มลดลง โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีอัตราการติดตามผู้เสพสูงที่สุดคิดเป็นร้อยละ 96.57 รองลงมาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 คิดเป็นร้อยละ 68.91 ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 คิดเป็นร้อยละ 67.56 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คิดเป็นร้อยละ 67.55 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คิดเป็นร้อยละ 38.77 เมื่อวิเคราะห์อัตราการติดตามผู้เสพภายหลัง การบำบัดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพิ่มเติม พบว่า เขตบริการสุขภาพที่ 4 และเขตบริการสุขภาพที่ 13 เป็นของเขตที่ไม่สามารถติดตามผู้เสพได้เป็นไปตามเป้าหมายคือร้อยละ 60 ได้
ผลการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้เสพรายใหม่ที่เข้าร่วมการบำบัดไม่ครบโปรแกรมมีค่อนข้างสูง และอัตราการติดตามผู้เสพหลังการบำบัดกลับมาลดลงในแต่ละปีงบประมาณ ดังนั้นบุคลากรทีมสุขภาพที่มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบดูแลผู้ที่เสพยาเสพติดตระหนักและให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นและติดตามให้ผู้เสพยาเข้ารับการบำบัดครบโปรแกรมและได้รับการติดตามภายหลังการบำบัดที่ดีขึ้นอันจะนำไปสู่การลดอัตราการกลับไปเสพซ้ำได้
เอกสารอ้างอิง
United Nations Office on Drugs and Crime [UNODC]. World drug report 2015. Geneva: UNODC; 2015.
อรรจน์กร สมเกียรติกุล. การพัฒนา รูปแบบการบำบัดรักาผู้ติดยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการและวิจัยยาเสพติด 2566; 1(1): 28-40.
ราศี อาษาจิตร และสุจิตตา ฤทธิ์มนตรี. การพัฒนารูปแบบการบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนแห่งหนึ่งใน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธ. วารสารวิจัยและพัฒนา ระบบสุขภาพ 2566; 16(2): 244-257.
ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564. หน้า 1-89 เล่ม 138 ตอน 73 ก; 8 พฤศจิกายน 2564.
ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด กระทรวงสาธารณสุข . คู่มือการใช้งาน ระบบ ข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.). 2563 [เข้าถึงเมื่อ 6 กรกฎาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/yQN4s
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือ การใช้งานระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติด ยาเสพติดของประเทศ (บสต.) (ฉบับปรับปรุงตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด). 2565 [เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก: file:///C:/Users/NCMCMOPH/Downloads/คู่มือบสต.ตามประมวลกฏหมายยาเสพติด.pdf
Pattrakorn A.& Chaipichitpan N. The Effect of FAST Model for addiction patient in Thanyarak Institute. Journal of the psychiatric association of Thailand 2015; 60(1): 71-81.
กรมการแพทย์ โรงพยาบาลธัญรักษ์ ขอนแก่น. รูปแบบการบำบัด: การบำบัดรักษาเป็น 4 ขั้นตอน. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 6 กรกฎาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก: https://tyrkk.go.th/new/รูปแบบการบำบัด/
กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด. ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ. [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 9 มีนาคม 2566]; เข้าถึงได้จาก: https://antidrugnew.moph.go.th/Runtime/Runtime/Form/FrmReports/
ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์. เลิกยาด้วยตัวเอง vs บำบัดที่สถานบำบัด ต่างกันอย่างไร แบบไหนเห็นผลเร็วกว่า?. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก: https://www.phufaresthome.com/blog/drug-treatment-by-self-or-rehab/
อรรถพงษ์ ฉัตรดอน. แรงจูงใจในการเลิก ใช้สารเสพติดและคุณภาพชีวิตของผู้ที่เข้ารับการบำบัดสารเสพติดโรงพยาบาลปทุมธานีวารสารแพทย์เขต 2564; 40(2): 181-192
กนกทิพย์ พัฒผล. การศึกษาปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์กับการสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ครบตามโปรแกรมของผู้ป่วยยาเสพติดในโรงพยาบาล สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
อัญชลี จุมพฎจามีกร. เด็กติดยาเสพติด. [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 9 มีนาคม 2566]; เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ ramamental/generalknowledge/06212014-1613
นิตตา พิทยาเรืองนนท์ และอารณีย์. ปัญหาในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด:กรณีศึกษาใน สถานพยาบาลของรัฐ. วารสารวิจัยธรรมศึกษา 2565; 5(2): 94-102.
ศุภฤกษ์ นาคดิลก. อุบัติการณ์ของผู้ป่วย ที่ใช้สารเมทแอมเฟตามีนซ้ำในสถาบันบำบัดรักษาและ ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.). วารสารวิชาการเสพติด 2563; 6(1): 47-58.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร