ผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อความรู้ ทัศนคติ และการปฏิเสธยาเสพติดในผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดเลย
คำสำคัญ:
ผลของโปรแกรม, การให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ, ผู้ป่วยยาเสพติดบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิดกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ความสามารถของตนเองในการปฏิเสธยาเสพติด และความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงเลิกเสพและความต้องการบำบัดสารเสพติด กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่ติดสารเสพติดที่ได้รับ การคัดเลือกเข้าร่วมการวิจัยแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรู้ แบบสอบถาม ทัศนคติต่อการป้องกันการกลับไปเสพยาซ้ำ แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของตนเองในการปฏิเสธการเสพยา และแบบสอบถามความพร้อมในการเลิกเสพและความต้องการบำบัดสารเสพติด เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการทดลอง คือ โปรแกรมให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลิกการเสพยาเสพติด พัฒนาโดยคณะผู้วิจัยภายใต้ทฤษฎีขั้นตอน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของ Prochaska and Diclemente (ปี ค.ศ. 2006) โปรแกรมประกอบด้วยกิจกรรม 8 ครั้ง บำบัดครั้งละ 45 - 60 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม – ธันวาคม 2567 โดยวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยสถิติพรรณนา และสถิติค่าที ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เฉลี่ยก่อนและหลัง โปรแกรมให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพยาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 (p<.001) โดยหลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มตัวอย่างมีความรู้ ทัศนคติต่อการป้องกันการกลับไปเสพยาซ้ำ การรับรู้ความสามารถในการปฏิเสธยา และความพร้อมในการเลิกเสพและความต้องการบำบัดสารเสพติดสูงกว่าก่อน เข้าโปรแกรม
เอกสารอ้างอิง
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมราชทัณฑ์. รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 18 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.correct.go.th/rt103pdf/report_index.php?report=drug.
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการ บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข. ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.). [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 20 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: /https://antidrug.moph.go.th/report/normal.
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการ บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข. ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.). [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 20 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://antidrug.moph.go.th/report/normal.
นฤมล อารยะพิพัฒน์. การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing หรือ MI). ใน: การพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผู้ใช้ยาและสารเสพติด. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 14 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.tyrkk.go.th/center/media/kunena/attachments/583/MotivationalInterviewing.
โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี กรมการแพทย์. แบบประเมินขั้นตอนความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงและความต้องการรักษาปัญหาการเสพติด Stage of Change Readiness and Treatment Eagerness Scale, (SOCRATES-8D). อุดรธานี: โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี กรมการแพทย์; 2567.
Miller, W. R., & Tonigan, J. S. (1996). Assessingdrinkers’ motivation for change: The stage of change readiness and treatment eagerness scale (SOCRATES). Psychology of addictive behaviors, 10, 81-89.
กนกวรรณ บุญประสิทธิ์, สุกรรณ์ยา งามชัด และจีระภา ช้างน้อย. ผลการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยติดบุหรี่ กรณีศึกษา คลินิกบำบัดผู้ติดบุหรี่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ขอนแก่น. ขอนแก่น: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กรมการแพทย์; 2563.
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 18 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles
มหาวิทยาลัยขอนแก่น. รายงานข้อมูลการสำรวจในภาคะวันออกเฉียงเหนือ เครือข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติด ภาคะวันออกเฉียงเหนือ. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 24 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://https://th.kku.ac.th/th.
กัญญ์กุลณัช รามศิริ, พรนภา หอมสินธุ์ และรุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์. ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูลข่าวสาร สร้างแรงจูงใจและพัฒนาทักษะเพื่อป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยรุ่นหญิง. วารสารวิจัย สุขภาพและการพยาบาล 2565;38(2):48-58.
นีรนุช โชติวรางกูล. การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรู้ร่วมกับการบำบัดระบบเมทริกซ์ โปรแกรมในผู้ป่วยยาเสพติดเพื่อป้องกันการเสพซ้ำ. วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 2564;18(3):203-224.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร