การเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ป่วยเสพติดและครอบครัวเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างพลังอำนาจ, ผู้ป่วยเสพติด, ครอบครัวบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพลังอำนาจของผู้ป่วยเสพติดและครอบครัวเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ 2) ศึกษาการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ป่วยเสพติดและครอบครัวเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ 3) ประเมินการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ป่วยเสพติดและครอบครัวเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา มี 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาระดับพลังอำนาจของผู้ป่วยเสพติดและครอบครัว โดยเลือกตัวอย่างประชากรทั้งหมด เป็นผู้ป่วยเสพติดที่รับการบำบัด จำนวน 186 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระยะที่ 2 ศึกษารูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ป่วยเสพติดและครอบครัวเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นผู้ป่วยเสพติดที่รับการบำบัด จำนวน 5 คน ใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) พลังอำนาจของผู้ป่วยเสพติดและครอบครัวเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำคือ คุณลักษณะระดับบุคคลที่เกิดจากการเสริมสร้างพลังอำนาจมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการป้องกันการกลับไปเสพยาซ้ำ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านมีความตระหนักในคุณค่าแห่งตน 2) ด้านมีความพึงพอใจในตนเอง 3) ด้านมีความสามารถแก้ปัญหาและจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ 4) ด้านมีความยึดมั่นผูกพัน และ 5) ด้านมีความสามารถพัฒนาตนเอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และทำการทดลองรูปแบบในกลุ่มทดลอง โดยมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการทดสอบความแตกต่างโดยใช้สถิติ dependent sample t-test ด้านความยึดมั่นผูกพัน พบว่า การเสริมสร้างพลังอำนาจทำให้ค่าคะแนนคุณลักษณะด้านความยึดมั่นผูกพันสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P = .05
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. สถานการณ์ปัญหายาเสพติด [ออนไลน์]. 2557. เข้าถึงได้จาก: http://www.nccd.go.th/index.php?mod=content_list&cate=369
พิชัย แสงชาญชัย; พงศธร เนตราคม, นวพร หิรัญวิวัฒน์กุล. ตำราจิตเวชศาสตร์การติดสารเสพติด. กรุงเทพฯ: สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด; 2549.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข : รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปี 2555.: กรุงเทพฯ: บางกอกบล็อก; 2554.
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ, สุรณี พิพัฒน์โรจนกมล, อำพล จินดาวัฒนะ. การสร้างเสริมสุขภาพ : แนวคิด หลักการ และบทเรียนของไทย. กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน; 2550.
คณิต เขียววิชัย. การเสริมสร้างพลังอำนาจให้กับคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
Gibson, C. H. “ A concept analysis of empowerment.” Journal of Advanced; Nursing 1991; 16: 354-361.
Hokanson, H., & Hromek, C. “Nursing practicum: Empowering strategies.” Nursing Outlook 1992; 40(5): 231-234.
Clutterbuc, D, & Kemaghan, S. (1995). The Empowerment. London: Kogan Page Limited.
Gunden, E., & Crissman, S. Leadership skills for empowerment. Journal of Nursing Administration Quarterly. 1992; 16(3): 6-10.
Almaseb, H.; & Julia,M. (2007). Kuwaiti Bedouin Muslim women achieving control over their lives : Factors supporting empowerment. Social Development. 2007; 29: 80 –9.
Greasley, K., Bryman, A., Dainty, A., Price, A., Soetanto, R. and King, N. "Employee perceptions of empowerment", Employee Relations. 2005; 27(4): 354-368.
Bandura, A. Health Promotion from the Perspective of Social Cognitive Theory. Psychology and Health. 1998; 13: 623-649.
Cascardi, M., & O'Leary, K. D. Depressive symptomatology, self-esteem, and self-blame in battered women. Journal of Family Violence. 1992; 7(4): 249–259.
Beeber, L. S. Depression in women. In A. B. McBride & J. K. Austin (Eds.), Psychiatricmental health nursing: Integrating the behavioral and biological sciences. 1996; 235-268.
Bandura, A. Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall. 1986.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการและวิจัยยาเสพติด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร