การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของสามเณร ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, สามเณร, โรงเรียนพระปริยัติธรรม, การวิจัยและพัฒนาบทคัดย่อ
ความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงสามเณรซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่สามารถปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของสามเณร ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ พัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ และประเมินผลการใช้รูปแบบ ดำเนินการในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 9 แห่ง กลุ่มตัวอย่างระยะสำรวจ 252 รูป และกลุ่มประเมินผลรูปแบบ 180 รูป เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์ การถดถอยพหุคูณ และ paired t-test ผลการวิจัยพบว่า สภาวะสุขภาพ ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของสามเณรอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ย 3.35, 3.56, 3.46 และ 3.51 ตามลำดับ ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม (r = 0.737, p < .01) และความรอบรู้ด้านสุขภาพ (r = 0.896, p < .01) มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ และร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพได้ร้อยละ 80.7 ภายหลังการใช้รูปแบบ คะแนนเฉลี่ยหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน สรุปได้ว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลและเหมาะสมต่อการประยุกต์ใช้ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา
เอกสารอ้างอิง
พัชรี ชูกันหอม, อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, และอติญาณ์ ศรเกษตริน. (2568). ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามแนวทางหลักสุขบัญญัติแห่งชาติของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม. วารสารพยาบาลทหารบก, 26(1), 430–437.
วุฒิพงศ์ ธนะขว้าง. (2564). ประสิทธิผลโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการดูแลสุขภาพช่องปากในสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 7(1), 87–97.
สุณิสา เสนาหวาน, วราภรณ์ บุญเชียง, และวรางคณา นาคเสน. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสามเณรที่มีภาวะโภชนาการเกิน ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(3), 95–106.
อรพินท์ สีขาว, และสุทธิศรี ตระกูลสิทธิโชค. (2567). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนวัย 10–18 ปี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 34(2), 72–85.
อารญา โทปัญจ่า, ประทีป กาลเขว้า, และเบญญาภา กาลเขว้า. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส. 1ฟ. ของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรโรงเรียนพระปริยัติธรรม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 4(1), 38–48.
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211. T
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078.
Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J. M., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12(1), 80.
World Health Organization. (2013). Health literacy: The solid facts. WHO Regional Office for Europe.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพดิจิทัลและนวัตกรรม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##