การพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์และผลลัพธ์ด้านสุขภาพจิตของผู้อพยพ: กรณีศึกษาอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • สุวิทย์ชัย ทองกูล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี
  • พิมพ์ลักษณ์ อมรไชย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี
  • อุไรวรรณ ฐิติวัฒนากูล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว, ระบบบัญชาการเหตุการณ์, นาจะหลวยโมเดล, สุขภาพจิต, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถอดบทเรียนการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวในสภาวะฉุกเฉิน และเปรียบเทียบสภาวะสุขภาพจิตของผู้อพยพตามรูปแบบการจัดการ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ตามกระบวนการ PAOR ของ Kemmis & McTaggart (1990) ในสถานการณ์ ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีศึกษาอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่าง เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2568 กลุ ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู ้มีส่วนได้ส่วนเสีย 20 คน และกลุ่ม ตัวอย่างผู้อพยพ 382 คนผลการวิจัยพบว่า ปัญหาหลักในการจัดการระลอกที่ 1 คือ “สภาวะสายบังคับบัญชาซ้อนทับ (Dual Command)” ทำให้การสั่งการล่าช้าและเกิด “ศูนย์พักพิงนอกแผน” ที่ขาดทรัพยากร ผู้วิจัยจึง พัฒนารูปแบบ “นาจะหลวยโมเดล”โดยปรับโครงสร้างสู่ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ICS) แบบ Single Command ที่มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC) ชัดเจน การใช้ Dashboard ข้อมูลแบบ Real-time และ การทำงานเชิงรุก (Proactive Approach) ของทีม MCATT ผ่านกระบวนการคัดกรองสุขภาพจิต 100% ภายหลังการประยุกต์ใช้นาจะหลวยโมเดลในเหตุการณ์ระลอกที่ 2 สภาวะสุขภาพจิตของผู้ อพยพดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดลดลงจากร้อยละ 0.39 เหลือร้อยละ 0.07 และไม่พบเหตุการณ์ทำร้ายตนเองสำเร็จ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์สถิติพบว่า “เพศ” และ “การเจ็บป่วย” มีความสัมพันธ์กับระดับความเครียดและภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ขณะที่ “จำนวนครั้งในการอพยพ” มีผลโดยตรงต่อภาวะซึมเศร้า และ “อายุ” มีความสัมพันธ์ทางบวกกับ ระดับความเครียดและภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญ (r = 0.160, 0.178, p < 0.01) สรุปได้ว่า รูปแบบนาจะหลวยโมเดลช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการและเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ งานวิจัยนี ้เสนอแนะให้หน่วยงาน สาธารณสุขระดับเขตบรรจุรูปแบบดังกล่าวเป็นแนวทางมาตรฐานในการจัดการภัยพิบัติชายแดน พร้อม ทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพแบบ Offline เพื่อรองรับความต่อเนื่องในการดูแลกลุ่มเปราะบางใน สภาวะที่โครงสร้างพื้นฐานสื่อสารอาจถูกตัดขาด อันจะเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสวัสดิภาพและ เยียวยาบาดแผลทางจิตใจของผู้อพยพอย่างยั่งยืน คำสำคัญ: รูปแบบการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว, ระบบบัญชาการเหตุการณ์, นาจะหลวยโมเดล, สุขภาพจิต, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

ประวัติผู้แต่ง

สุวิทย์ชัย ทองกูล, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

พิมพ์ลักษณ์ อมรไชย, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 

อุไรวรรณ ฐิติวัฒนากูล, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 

เอกสารอ้างอิง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2565). คู่มือการจัดตั้งและการบริหารจัดการศูนย์พักพิง ชั่วคราว. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. https://cnt.disaster.go.th/ upload/userfiles/CNT

กองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. (2561). คู่มือการปฏิบัติงานทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT). กรมสุขภาพจิต. https://dmh-elibrary.org/items/show/207

Federal Emergency Management Agency. (2017). National Incident Management System (3rd ed.). U.S. Department of Homeland Security. https://www.fema.gov/sites/default/files/2020-07/fema_nims_doctrine-2017.pdf

Inter-Agency Standing Committee. (2007). IASC guidelines on mental health and psychosocial support in emergency settings. IASC. https://interagencystandingcommittee.org/iasc-task-force-mental-health-and-psychosocial-support-emergency-settings/iasc-guidelines-mental-health-and-psychosocial-support-emergency-settings-2007

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.

Mwanri, L., Fauk, N. K., Mude, W., & Gesesew, H. A. (2022). Migration, resilience, vulnerability and migrants’ health. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(18), Article 11525. https://doi.org/10.3390/ijerph191811525

Pacolli-Tabaku, L., Führer, A., Wahidie, D., Trohl, U., Yilmaz-Aslan, Y., & Brzoska, P. (2024). “The police came in white protective suits and with batons, it was pure disaster” – A multi-stakeholder perspective on infection control in reception centers for asylum seekers during the COVID-19 pandemic in Germany. BMC Public Health, 24, Article 2445. https://doi.org/10.1186/s12889-024-19925-5

Proctor, E., Silmere, H., Raghavan, R., Hovmand, P., Aarons, G., Bunger, A., Griffey, R., & Hensley, M. (2011). Outcomes for implementation research: Conceptual distinctions, measurement challenges, and research agenda. Administration and Policy in Mental Health and Mental Health Services Research, 38(2), 65–76. https://doi.org/10.1007/s10488-010-0319-7

Proctor, E. K., Bunger, A. C., Lengnick-Hall, R., Gerke, D. R., Martin, J. K., Phillips, R. J., & Swanson, J. C. (2023). Ten years of implementation outcomes research: A scoping review. Implementation Science, 18, Article 31. https://doi.org/10.1186/s13012-023-01286-z

Sphere Association. (2018). The Sphere handbook: Humanitarian charter and minimum standards in humanitarian response (4th ed.). Sphere Association. https://spherestandards.org/wp-content/uploads/Sphere-Handbook-2018-EN.pdf

World Health Organization. (2015). Framework for a public health emergency operations centre. World Health Organization. https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/196135/9789241565134_eng.pdf

World Health Organization Regional Office for Africa. (2021). Handbook for public health emergency operations center operations and management. World Health Organization Regional Office for Africa. https://www.afro.who.int/sites/default/files/2021-03/AFRO_PHEOC-Handbook_.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-11

รูปแบบการอ้างอิง

ทองกูล ส. . ., อมรไชย พ. ., & ฐิติวัฒนากูล อ. . . (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์และผลลัพธ์ด้านสุขภาพจิตของผู้อพยพ: กรณีศึกษาอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพดิจิทัลและนวัตกรรม, 1(1), 33–43. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JDHSI/article/view/7976

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย