ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์กลุ่มวัยทำงานจังหวัดพังงา

ผู้แต่ง

  • วัชระ พัฒนรักษ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา

คำสำคัญ:

พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์, วัยทำงาน, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของประชากรวัยทำงานในจังหวัดพังงา กลุ่มตัวอย่างคือ ประชากรวัยทำงานอายุ 15-59 ปี จำนวน 351 คน ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถแห่งตน การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha และ KR-20) อยู่ระหว่าง 0.78-0.86 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Chi-square test, Fisher's exact test และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ระดับดี  (ร้อยละ 66.67) ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศ (p=0.002) อาชีพ (p=0.001) อายุ (r=0.176, p=0.001) รายได้ (r=0.144, p=0.007) จำนวนสมาชิกในครอบครัว
(r=-0.107, p=0.044) และชั่วโมงการทำงาน (r=-0.129, p=0.016) ส่วนปัจจัยทางจิตสังคมทุกตัวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยเรียงลำดับความสัมพันธ์จากมากไปน้อย ได้แก่ การรับรู้ความสามารถแห่งตน (r=0.558) ทัศนคติ (r=0.420)
การสนับสนุนทางสังคม (r=0.399) การรับรู้อุปสรรค (r=0.303) ความรู้ (r=0.263) และการรับรู้ประโยชน์ (r=0.253) ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรับรู้ความสามารถแห่งตนและทัศนคติที่ดีต่อพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพของประชากรวัยทำงาน พร้อมทั้งพัฒนานโยบายสถานที่ทำงานส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพเสี่ยง เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ, กรมอนามัย. (2567). ผลการวิเคราะห์พฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน. https://dopah.anamai.moph.go.th/th/dopahkpiindicators2567/download?id=114136&mid=38782&mkey=m_document&lang=th&did=33844

ก้องไพร ตันสุชาติ, ปราโมทย์ เย็นบุญธรรม และธวัฒชัย แก้วอ้วน. (2567). การเปรียบเทียบความรอบรู้ด้านสุขภาพระหว่างเพศหญิงและเพศชายที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 4(2), e268034.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2567). ข้อมูลประชากรกลางปี. https://spd.moph.go.th/mid-year-population/

จังหวัดพังงา. (2566). เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดพังงา ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2585).

จุฑาพร ศรีจันทร์, จุฬารักษ์ กวีวิวิธชัย, นรีมาลย์ นีละไพจิตร, และธรรมรัฐ ฉันทแดนสุวรรณ. (2561). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถแห่งตน และวิดีทัศน์การ์ตูนแอนิเมชั่น ต่อความรู้ ความวิตกกังวล และการรับรู้ความสามารถแห่งตนของผู้ป่วยที่ได้รับการสวนหัวใจ. วารสารสภาการพยาบาล, 33(1), 89-102.

ชัชชฎาภร พิศมร, และเอกสิทธิ์ ไชยปิน. (2566). การประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง.

ธนวิชญ์ แสนสองแคว. (2559). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พงศกร หัวนา, พิษณุรักษ์ กันทวี, ธนูศิลป์ สลีอ่อน, และภัทรพล มากมี. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกายโดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนเป็นฐานในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. เชียงรายเวชสาร, 13(3), 90-113.

พงศธร พอกเพิ่มดี. (2563). แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) พ.ศ. 2561-2580. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(1), 173–186.

พรทิวา คงคุณ, ระวิ แก้วสุกใส, รังสฤษฎ์ แวดือราแม, บุญยิ่ง ทองคุปต์, และมูฮัมหมัดไซด์ ซาและ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้และการสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตแบบวิถีใหม่เพื่อการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้จำหน่ายอาหาร จังหวัดนราธิวาส. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 8(3), 133-146.

ศารีนา สุขสมบูรณ์. (2563). สุขภาพและปัจจัยคัดสรรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของแรงงานประมงต่างด้าว

ในภาคใต้ตอนล่าง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ศิริลักษณ์ ชณะฤกษ์, และอุบล จันทร์เพชร. (2562). พฤติกรรมสุขภาพของวัยทำงานอายุ 15–59 ปีในเขตสุขภาพที่ 5. ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี.

สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง. (2567). การวิเคราะห์ทบทวนบทบาท ภารกิจหน่วยงานในสังกัดกรมอนามัย. กระทรวงสาธารณสุข.

สมพร รุ่งเรืองกลกิจ. (2553). เพศภาวะกับสุขภาพจิต. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 55(1), 109-118.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา. (2567). นโยบายและยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน. กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักโรคไม่ติดต่อ, กรมควบคุมโรค. (2560). แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560–2564).

สุทัศน์ เสียมไหม, ชวนากร ศรีปรางค์, พยงค์ เทพอักษร, และเอกนรินทร์ ลัดเลีย. (2564). ปัจจัยทำนายความเสี่ยงต่อสุขภาพของการสัมผัสตะกั่วจากการทำงานของชายชาวเลเกาะบูโหลน จังหวัดสตูล. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health, 8(2), 93-109.

สุนันทินี ศรีประจันทร์. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น.

อภิญา ชอบงาม, ภิลันทน์ สังคง, ดุษณีย์ สุวรรณคง, ตั้ม บุญรอด, และชำนาญ ชินสีห์. (2566). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ แรงสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มหวานในนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(6), 1066-1075.

วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, และวราภรณ์ เสถียรนพเก้า. (2564). การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

Ajzen, I. (1985). From intentions to actions: A theory of planned behavior. In J. Kuhl &

J. Beckmann (Eds.), Action control: From cognition to behavior (pp. 11-39). Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-642-69746-3_2

Apinonkul, B., Soonthorndhada, K., Vapattanawong, P., Aekplakorn, W., & Jagger, C. (2015). Gender differences in health expectancies across the disablement process among older Thais. PLOS ONE, 10(3), Article e0121310.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.

Faul, F., Erdfelder, E., Buchner, A., & Lang, A.-G. (2009). Statistical power analyses using G*Power 3.1: Tests for correlation and regression analyses. Behavior Research Methods, 41(4), 1149-1160. https://doi.org/10.3758/BRM.41.4.1149

House, J. S., Landis, K. R., & Umberson, D. (1988). Social relationships and health. Science, 241(4865), 540-545. https://doi.org/10.1126/science.3399889

Mintel. (2023). Over half of Thais want to eat healthily but budgets create barriers. https://www.mintel.com/press-centre/mintel-over-half-of-thai-consumers-are-committed-to-taking-healthy-eating-into-their-own-hands-but-budgets-create-barriers/

Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 328-335. https://doi.org/10.1177/109019817400200403

Schober, P., Boer, C., & Schwarte, L. A. (2018). Correlation coefficients: Appropriate

use and interpretation. Anesthesia & Analgesia, 126(5), 1763-1768. https://doi.org/10.1213/ANE.0000000000002864

World Health Organization. (2024). Noncommunicable diseases. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12-09-2025

รูปแบบการอ้างอิง

พัฒนรักษ์ ว. (2025). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์กลุ่มวัยทำงานจังหวัดพังงา. วารสารสหวิทยาการทางสังคมและการจัดการสุขภาวะ, 1(1), E – 6513. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JSIHM/article/view/6513