การดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกของตำบลตลาดเกรียบ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
โรคไข้เลือดออก, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, กระบวนการ AIC, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมร่วมกับกระบวนการ Appreciation–Influence–Control (AIC) เพื่อพัฒนารูปแบบการควบคุมโรคไข้เลือดออกในตำบลตลาดเกรียบ อำเภอบางปะอิน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
เพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกและเพื่อศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จในเพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกของตำบลตลาดเกรียบ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนในตำบลตลาดเกรียบ จำนวน 903 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสำรวจลูกน้ำยุงลาย และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานแบบ paired t-test ระหว่างเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการรับรู้ ความคาดหวัง และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับมาก โดยมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ระหว่างการรับรู้และพฤติกรรมการควบคุมโรค จากการดำเนินกิจกรรมรณรงค์ภายใต้โครงการ “ชาวตลาดเกรียบห่างไกลไข้เลือดออก” เช่น การให้ความรู้ การรณรงค์ 5 ป. 1 ข. การสำรวจบ้านปลอดลูกน้ำ และการแจกจ่ายทรายอะเบท พบว่าหลังการดำเนินงาน ค่าดัชนี House Index (HI) ลดลงจาก 31.75 เหลือ 7.50 และค่าดัชนี Container Index (CI) ลดลงจาก 35.71 เหลือ 3.26
สรุปได้ว่า การดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยใช้กระบวนการ PAR ร่วมกับกระบวนการ AIC สามารถลดปัจจัยเสี่ยงและควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังส่งเสริมความร่วมมือในชุมชนอย่างยั่งยืน เหมาะสมต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกประจำปี 2566. กระทรวงสาธารณสุข.https://ddc.moph.go.th/
จิระวัตร วิเศษสังข์. (2563). รูปแบบการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนโดยการมีส่วนร่วม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
ธานินทร์ ศิลปจารุ. (2557). การวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ LISREL. หจก. บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
นพคุณ แทนผักแว่น. (2562). การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในการควบคุมโรคไข้เลือดออก. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(3), 45–55.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางปะอิน. (2568). รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตำบลตลาดเกรียบ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พ.ศ. 2564–2567). เอกสารรายงานภายใน.
สุทธี พลรักษา. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการควบคุมโรคไข้เลือดออกของอสม. วารสารวิจัยสุขภาพชุมชน, 17(2), 23–35.
สฤษดิ์เดช เจริญไชย, และคณะ. (2563). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง. วารสารสาธารณสุขชุมชน, 14(1), 66–76.
ศิริพร วัฒนพฤกษ์. (2567). การประยุกต์นวัตกรรมท้องถิ่นและเทคโนโลยีเพื่อควบคุมโรคไข้เลือดออกแบบมีส่วนร่วม. วารสารวิทยาศาสตร์และสุขภาพ, 12(1), 89–101.
อุทาน เพ็งทอง. (2567). การพัฒนารูปแบบการควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนผ่านการมีส่วนร่วม. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 18(1), 57–73.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.
Rosenstock, I. M. (1974). The health belief model and preventive health behavior. Health Education Monographs, 2(4), 354–386. https://doi.org/10.1177/109019817400200405
Suwanbamrung, C., Somrongthong, R., Singchagchai, P., & Srigernyuang, L. (2019). Community capacity for sustainable dengue prevention and control. Asia Pacific Journal of Public Health, 31(4), 312–319. https://doi.org/10.1177/1010539519860736
World Health Organization. (2017). Dengue: Guidelines for diagnosis, treatment, prevention and control. WHO. https://www.who.int/publications/i/item/9789241547871
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการทางสังคมและการจัดการสุขภาวะ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
