Submissions

Login or Register to make a submission.

Submission Preparation Checklist

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.
  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.
  • Where available, URLs for the references have been provided.

Author Guidelines

คำแนะนำสำหรับผู้เขียน บทความวิจัย (Research article)

  1. ทั่วไป
    • ต้นฉบับที่ส่งมาลงพิมพ์ในสัตวแพทยสาร ต้องไม่เป็นเรื่องที่เคยเผยแพร่ หรือกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อลงในหนังสือ หรือ วารสารอื่นใดมาก่อน
    • ต้นฉบับเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร Microsoft San Serif 12 หรือ ThSarabun PSK 16 โดยพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft word
    • ความยาวของเรื่องสำหรับบทความชนิดต่างๆ จำนวนไม่เกิน 15 หน้า สำหรับบทความวิจัยสั้นและรายงานสัตว์ป่วยจำนวนไม่เกิน 5 หน้า หรือตามที่เห็นสมควร
    • ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ในสัตวแพทยสารแล้ว ถือเป็นลิขสิทธิ์ของหนังสือที่ผู้เขียนจะนำไปเผยแพร่ที่อื่นอีกไม่ได้
    • ตารางและภาพที่ใช้ประกอบในบทความ ควรแนบไฟล์ต้นฉบับของตารางและภาพนั้นมาด้วย
  1. บทความวิจัย (Research article)

2.1   วัตถุประสงค์

เพื่อเผยแพร่งานวิจัยทางด้านสัตวแพทย์และสัตวบาลฉบับสมบูรณ์

2.2      รูปแบบโดยรวม

2.2.1      ความยาวทั้งหมดตามความเหมาะสมของเนื้อเรื่อง

3.2.2      จำนวนรูปและตาราง ตามความเหมาะสมของบทความ

2.3   การลำดับเรื่องควรเรียงดังนี้

2.3.1      ชื่อเรื่อง (Title) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรตั้งชื่อให้สั้นกะทัดรัด ชัดเจน และสื่อความหมายได้

2.3.2      ชื่อผู้เขียนและผู้ร่วมงาน (Author and co-workers) เขียนชื่อนามสกุลเต็มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งระบุสถานที่ทำงาน จังหวัด รหัสไปรษณีย์และ กรุณาบอกหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลของผู้เขียน/ผู้รับผิดชอบ เพื่อการติดต่อ

2.3.3      บทคัดย่อ (Abstract) เขียนสั้นๆ ให้ได้เนื้อความครอบคลุมทั้งหมด โดยต้องมีชื่อเรื่องและบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 300 คำต่อภาษา

2.3.4      คำสำคัญ (Key words) เป็นคำที่มีความหมายแสดงถึงความเป็นไปของการทดลองนั้นๆ ระบุอยู่ใต้บทคัดย่อ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมกันแล้วไม่เกินภาษาละ 5 คำ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้วิจัยอื่นใช้ในการค้นหา ในกรณีที่เป็นคำสำคัญที่จะใช้เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ให้ใช้คำภาษาอังกฤษ

2.3.5      บทนำ (Introduction) บรรยายความเป็นมาสั้นๆ ควรมีการตรวจเอกสาร (literature review) รวมทั้งอธิบายจุดประสงค์ของงาน

2.3.6      อุปกรณ์และวิธีการ (Materials and Methods) ในกรณีที่เป็นการคิดค้นขึ้นใหม่ควรอธิบายอย่างละเอียด ถ้าเป็นวิธีการที่ทราบกันอยู่แล้วและตีพิมพ์แล้ว ไม่ต้องบรรยายซ้ำ ควรเขียนในลักษณะข้ออ้างอิง (ขึ้นกับความเห็นของผู้พิจารณา) ในกรณีที่มีการใช้สัตว์ทดลอง ขอให้ระบุรหัสการอนุญาตใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของผู้รับผิดชอบบทความที่ออกโดยคณะกรรมการทบทวนสถาบัน (institutional review board) เช่น เลขที่การอนุญาตใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ EA 011/61 (R) กรณีหน่วยงานของผู้วิจัยไม่มี IRB ให้ขอหน่วยงานอื่นที่เทียบเท่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดุลพินิจของสาราณียากร ในกรณีงานวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าสำหรับการวิจัยในมนุษย์โดยคณะกรรมการทบทวนสถาบัน หรือคณะกรรมการจริยธรรมที่เทียบเท่า หรือต้องได้รับความยินยอมโดยได้รับข้อมูล (informed consent) ซึ่งอาจขอความยินยอม ด้วยการลงนามหรือด้วยวาจา หรืออธิบายว่าทำไมไม่ได้รับความยินยอม

2.3.7      ผลการทดลอง (Results) และวิจารณ์ (Discussion) รายงานผลการทดลองเป็นคำบรรยาย ควรให้รายละเอียดและเข้าใจง่าย หากเป็นไปได้ควรเสนอผลในรูปของตาราง รูปภาพ หรือกราฟ ไม่ควรแสดงถึงผลที่เหมือนกัน ถ้าเป็นตาราง (tables) ควรพิมพ์ให้ชัดเจนและขนาดพอเหมาะกับขนาดของหน้าของสัตวแพทยสาร ตารางควรมีความหมายในตัวเอง และต้องมีคำอธิบายเหนือตารางด้วย ในกรณีที่เป็นรูปภาพ (figures) ควรมีคำอธิบายสั้นๆ เป็นภาษาเดียวกับเนื้อเรื่อง สามารถเป็นภาพขาวดำหรือภาพสี ต้องส่งมาเป็นไฟล์แนบมาด้วยขนาดไม่ต่ำกว่า 250 pixels และอธิบายรายละเอียดภาษาเดียวกับเนื้อเรื่องไว้ใต้รูป การวิจารณ์ เป็นการวิจารณ์ผลการทดลองโดยควรมีการเปรียบเทียบกับผลงานของผู้อื่นที่ได้กระทำมาแล้ว และเน้นถึงสิ่งที่ได้ค้นพบ

2.3.8      สรุป (Conclusion) และคำแนะนำ (Suggestion) หากเป็นบทความควรมีการตรวจเอกสาร (review papers) หรือเป็นการทดลองที่มีหลายข้อ ควรมีบทสรุปที่เขียนใจความสำคัญ

2.3.9      กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgment) อาจมีหรือไม่มีก็ได้ เรียบเรียงย่อหน้าเดียวแบบกระชับ ระบุแหล่งทุนวิจัย บุคคลและหน่วยงานที่ได้รับความช่วยเหลือ หรือความร่วมมือในงานค้นคว้าวิจัย

2.3.10    เอกสารอ้างอิง (References)

  • การเขียนอ้างอิงในเนื้อเรื่องควรอ้างอิงดังนี้ คือ
  1. กรณีผู้รายงานเอกสารเป็นคนไทย เมื่อเป็นประธานของประโยค เช่น นรสุทธิ์ และคณะ (2550) หรือเมื่อผู้รายงานอยู่กลางหรือท้ายประโยค เช่น (นิวัตร, 2550) หรือ (พรเพ็ญ และคณะ, 2550)
  2. กรณีผู้รายงานเอกสารเป็นชาวต่างประเทศเมื่อเป็นประธานของประโยค เช่น Tomazewski and Daniel (1992), Taylor et al. (1992) หรือเมื่อผู้รายงานอยู่กลางหรือท้ายประโยค เช่น (Tomazewski and Daniel, 1992) (Taylor et al., 1992)
  3. กรณีอ้างถึงบุคคล หรือเรื่องที่ไม่เคยลงพิมพ์มาก่อน (personal communication) ให้อ้างเฉพาะในเนื้อเรื่องเท่านั้น ไม่ต้องนำไปลงในรายชื่อเอกสารอ้างอิง
  • การเขียนเอกสารอ้างอิงท้ายเรื่องควรอ้างอิงเอกสารภาษาไทยก่อนแล้วตามด้วยภาษาอังกฤษ โดยเขียนเรียงลำดับพยัญชนะของชื่อผู้เขียน (ถ้าเป็นภาษาอังกฤษใช้ชื่อสกุล ตามด้วยชื่อย่อของผู้แต่ง) ตามด้วย ปี ชื่อเรื่อง ชื่อหนังสือหรือชื่อย่อวารสาร (พิมพ์ตัวเอน) ปีที่ ฉบับที่ และหน้าที่อ้างอิง ดังตัวอย่าง คือ

นรสุทธิ์ บางภูมิ  นุช โชติช่วง  สุพจน์ อาวสกุลสุทธิ  วนิดา พัสดุรักษ์  วิมล เพชรกาญจนาพงศ์  กาญจนา อิ่มศิลป์  ธีระศักดิ์ พราพงษ์  วรรณดา สุจริต  และ ศิริวรรณ พราพงษ์.  2550.  สรีระเปรียบเทียบทางด้านสุขภาพของโคนมที่ได้รับตำรับพืชสมุนไพรไทยในระยะก่อนคลอด คลอดและหลังคลอด.  สัตวแพทยสาร.  58 (2): 1-11.

Suradhat, S., Kesdangsakonwut, S., Sada, W., Buranapraditkun, S., Wongsawang, S. and Thanawongnuwech, R.  2006.  Negative impact of porcine reproductive and respiratory syndrome virus infection on the efficacy of classical swine fever vaccine.  Vaccine.  24 (14): 2634-2642.

ค.   ในกรณีที่อ้างอิงตำรา (textbook) ให้ระบุชื่อผู้เขียน ปีที่พิมพ์ ชื่อเรื่อง ชื่อตำรา (พิมพ์ครั้งที่เท่าใดและชื่อบรรณาธิการหากมี) สำนักพิมพ์ เมืองและประเทศที่พิมพ์หน้าแรกและหน้าสุดท้ายที่อ้างอิง

Krammer, J.W.  1989.  Clinical enzymology.  In: Clinical Biochemistry of Domestic Animals.  4th eds., edited by J.J. Kaneko.  Academic Press, USA.  p. 346.

หมายเหตุ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ทั้งภาษาอังกฤษและทับศัพท์ภาษาไทยให้พิมพ์โดยใช้ตัวอักษรที่ต่างจากตัวเรื่อง

บทความปริทัศน์ (Review Article)

ความหมาย

  • การสำรวจงานวิจัยที่มีอยู่แล้ว
  • บทความสำหรับประมวลความรู้ในเรื่อง หรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
  • บทความที่แสดงถึงการเคลื่อนไหว ความเป็นมา เป็นไป และ ชี้แนวทางการทำวิจัยที่ควรจะเกิดขึ้น
  • การประเมินสถานะความรู้ที่ผ่านมา
  • การให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน ถกเถียง ตีความ อภิปราย ชี้แนวทาง ให้ข้อเสนอแนะ บอกทางบวก ทางลบ
  • บทความที่เรียบเรียงโดยมีการวิเคราะห์ วิจารณ์ เปรียบเทียบวรรณกรรมที่มีการดำเนินการมาแล้วจนถึงปัจจุบัน สังเคราะห์ให้เกิดความรู้ที่แสดงภาพของงานวิจัยในหัวข้อเรื่องที่ศึกษา

องค์ประกอบ

  1. ชื่อเรื่อง (Title) สั้น ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ
  2. บทคัดย่อ (Abstract) คือบทสรุปที่นำมาไว้นำเรื่อง หลักเกณฑ์แบบเดียวกับงานวิจัย แต่ไม่ต้องมีหัวข้อต่างๆ ควรเน้นถึงความสำคัญของเรื่อง ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ หรือบทวิจารณ์ของผู้อื่นและของผู้เขียนเอง
  3. บทนำ (Introduction) เพื่อให้ผู้อ่านตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องที่จะตามมา อาจมีเอกสารอ้างอิงหรือไม่ก็ได้ ไม่ควรให้บทนำยาวเกินไป และควรเป็นข้อเขียนที่เข้าใจง่าย
  4. เนื้อเรื่อง (Text) ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวใดๆ ในเรื่องหัวข้อของเนื้อเรื่อง แต่ขึ้นกับเรื่องที่ผู้เขียนเรียบเรียง ควรแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆและอาจมีหัวข้อย่อยตามจำเป็น ผู้เขียนสามารถนำข้อมูล ความคิดเห็น ข้อวิจารณ์ของผู้อื่นมาเสนอในรูปใหม่ ซึ่งอาจเป็น รูปตาราง รูปภาพ กราฟฯ แต่ไม่ควรลอกสิ่งเหล่านี้มาลงโดยไม่ได้ดัดแปลง ตัดทอน หรือเรียบเรียงใหม่ หากทำเช่นนั้นควรให้เครดิตแก่เจ้าของเรื่อง ถ้าเป็นข้อความควรจัดอยู่ในเครื่องหมายคำพูด
  5. บทวิจารณ์ (Discussion) ควรมีการวิจารณ์ของผู้เรียบเรียง เพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามในประเด็นที่ผู้เขียนเห็นว่าสำคัญ หากมีข้อโต้แย้งในเรื่องใด ผู้เขียนควรหาประจักษ์พยานมาอ้างอิง และสรุปเป็นข้อยุติ หากยังมีข้อสงสัย ควรเสนอแนะให้มีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
  6. คำขอบคุณ (Acknowledgement) โดยปกติจะไม่มี แต่หากผู้เขียนได้รับความช่วยเหลือต่างๆในการเรียบเรียงและจัดเตรียมต้นฉบับ เช่นการหาข้อมูล รูปภาพ กราฟ ตารางฯ จากผู้อื่น และนำสิ่งนั้นมาตีพิมพ์โดยไม่มีการดัดแปลง ก็ควรขออนุญาตเจ้าของและแสดงความขอบคุณไว้ในตอนนี้ด้วย
  7. บรรณานุกรม (Bibliography)

บทความวิจัยสั้น (Short communication)

 

  1. ความยาวทั้งหมดไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A4
  2. รูปและตารางไม่เกิน 2 ชิ้น ต่อบทความ
  3. วัตถุประสงค์ของการเขียน เพื่อ

3.1 รายงานการพัฒนา/ปรับปรุงวิธีการที่ใช้ในปัจจุบัน

3.2 รายงานการประยุกต์ใช้สาร/เครื่องมือ ต่างๆที่ไม่เคยใช้มาก่อน

3.3 รายงานที่ข้อมูลสมบูรณ์ระดับหนึ่ง แต่ต้องรีบเผยแพร่

  1. แบ่งหัวข้อต่างๆเหมือนบทความวิชาการ ได้แก่

บทคัดย่อ (Abstracts) ความยาวไม่เกิน 100 คำ

คำสำคัญ (Keywords) ไม่เกิน 5 คำ

คำนำ

อุปกรณ์และวิธีการ

ผลและวิจารณ์

สรุปและข้อเสนอแนะ

กิตติกรรมประกาศ (จะมีหรือไม่ก็ได้)

เอกสารอ้างอิง (References) 6-10 เรื่อง เขียนรูปแบบเดียวกับบทความวิขาการ

 

 

รายงานสัตว์ป่วย (Case report)

 

  1. ความยาวทั้งหมด 4 - 10 หน้ากระดาษ A4
  2. วัตถุประสงค์ของการเขียน เพื่อ

2.1 รายงานการพบโรค/อาการ/กลุ่มอาการ ในสัตว์

2.2 รายงานการตรวจวินิจฉัยโรค/รอยโรค ในสัตว์

2.3 รายงานการใช้ยา/สารเคมี/อาหาร/แร่ธาตุ ในสัตว์

  1. มีการเขียนได้ 2 แบบคือ

3.1 แบ่งหัวข้อต่างๆเหมือนบทความวิชาการ ได้แก่

บทคัดย่อ (Abstracts)

คำสำคัญ (Keywords) ไม่เกิน 5 คำ

คำนำ

อุปกรณ์และวิธีการ

ผลและวิจารณ์

สรุปและข้อเสนอแนะ

กิตติกรรมประกาศ (จะมีหรือไม่ก็ได้)

เอกสารอ้างอิง (References) เขียนรูปแบบเดียวกับบทความวิขาการ

3.2 ไม่แบ่งหัวข้อ

บทคัดย่อ (Abstracts)

คำสำคัญ (Keywords) ไม่เกิน 5 คำ

กิตติกรรมประกาศ (จะมีหรือไม่ก็ได้)

เอกสารอ้างอิง (References) เขียนรูปแบบเดียวกับบทความวิขาการ

บทความชุดคำถามคำตอบเพิ่มพูนความรู้ด้านสัตวแพทยศาสตร์

ใช้รูปแบบตามหลักเกณฑ์ของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางสัตวแพทย์ สำนักงานสัตวแพทยสภา

Articles

Section default policy

Privacy Statement

The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.