การพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลเครือข่ายสุขภาพอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
การวิจัยและพัฒนา , การแพทย์ทางไกล , ระบบบริการสุขภาพ , การเข้าถึงบริการสุขภาพ , ระยะเวลารอคอย , ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล 2) พัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลที่เหมาะสมกับบริบทการใช้งานจริง และ 3) ประเมินประสิทธิภาพของระบบต่อการเข้าถึงบริการและระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยโรคเรื้อรังและ ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน ดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการด้วยวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์ 30 คน และผู้ป่วย 5 คนระยะที่ 2 การพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลโดยประยุกต์ใช้แนวคิด การออกแบบที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลางร่วมกับการพัฒนาแบบวนซ้ำและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ 30 คนร่วมออกแบบและประเมินระบบ และระยะที่ 3 การประเมินประสิทธิผลของระบบโดยใช้การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลหลังการทดลอง ในกลุ่มตัวอย่าง 102 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 51 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และ Independent t-test ผลการวิจัยพบว่า
1. ผู้ให้บริการและผู้รับบริการประสบปัญหาการเข้าถึงบริการล่าช้า ระยะเวลารอคอยนาน และมีความต้องการใช้ ระบบการแพทย์ทางไกลเพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับบริการ
2. ได้ระบบการแพทย์ทางไกลที่มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การคัดกรองผู้ป่วย การให้คำปรึกษาทางไกล และการติดตามอาการหลังรับบริการ ซึ่งได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสมและพร้อมต่อการนำไปใช้งานจริง
3. หลังพัฒนาระบบ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยการเข้าถึงบริการสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (M = 10, SD = 0.50; t = 7.34, p-value < .001) และมีระยะเวลารอคอยต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (M = 50.00 นาที, SD = 15.00; t = 11.43, p-value < .001) ทั้งนี้ ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์มีความพึงพอใจต่อระบบโดยรวมอยู่ในระดับมาก
สรุปได้ว่า ระบบการแพทย์ทางไกลที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดระยะเวลารอคอย และสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีความเหมาะสมต่อการประยุกต์ใช้และขยายผลในระบบบริการสุขภาพระดับเครือข่าย เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564–2568. นนทบุรี: ผู้แต่ง.
กระทรวงสาธารณสุข. (2568). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center): รายงานสถิติสุขภาพอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช. สืบค้นจาก https://hdcservice.moph.go.th
นาถฤดี ศิรินาม, จารุวรรณ วิโรจน์, และณัชชลิดา ยุคะลัง. (2567). รูปแบบการให้บริการด้วยระบบการแพทย์ทางไกลในคลินิกผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลหนองหาน จังหวัดอุดรธานี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น, 16(3), 276–294.
นัฐยา พานิชย์ดี. (2566). การพัฒนาระบบบริการแพทย์ทางไกลคลินิกเฉพาะโรค (Telemedicine) โรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(2), 127–142.
นิตยา คล่องขยัน. (2567). การพัฒนารูปแบบบริการผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลพรเจริญด้วยระบบ Telemedicine. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม, 2(1), e267809.
ประเสริฐ บินตะคุ. (2566). การจัดบริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีผ่านระบบการแพทย์ทางไกลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (Telemedicine NCDs on Cloud). วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 16(3), 127–140.
รัฐศาสตร์ สุดหนองบัว. (2567). การเปรียบเทียบประสิทธิผลของการตรวจผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และการตรวจแบบดั้งเดิมในผู้ป่วยเบาหวานเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โรงพยาบาลมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 10(2), 200–210.
วีระชณ ทวีศักดิ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการรับและส่งต่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยใช้เครือข่ายสุขภาพร่วมกับระบบการแพทย์ทางไกล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(1), 148–159.
วรานลินรัตน์ โพธิพัฒน์. (2568). การยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการระบบแพทย์ทางไกลของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง: กรณีศึกษาโรงพยาบาลมะขาม จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 19(1), 65–78.
สังวาลย์ วงศ์สมศักดิ์, พัฒน์สรณ์ บุราณรักษ์, และชญาภา เยยโพธิ์. (2567). การพัฒนารูปแบบบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 5(2), 268–281.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340. doi:10.2307/249008
Donabedian, A. (1988). The quality of care: How can it be assessed? JAMA, 260(12), 1743–1748. doi:10.1001/jama.1988.03410120089033
Kruse, C. S., Krowski, N., Rodriguez, B., Tran, L., Vela, J., & Brooks, M. (2017). Telehealth and patient satisfaction: A systematic review and narrative analysis. BMJ Open, 7(8), e016242. doi:10.1136/bmjopen-2017-016242
Omboni, S., Ballatore, T., Rizzi, F., Tomassini, F., Panzeri, E., & Campolo, L. (2021). Telehealth at scale can improve chronic disease management in the community during a pandemic: An experience at the time of COVID-19. PLOS ONE, 16(9), e0258015. doi:10.1371/journal.pone.0258015
World Health Organization. (2021). Global strategy on digital health 2020–2025. Geneva, Switzerland: Author.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสมาคมนวัตกรรมการพยาบาลและสุขภาพ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.