ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ระยะสุดท้ายของผู้ดูแลในโรงพยาบาลบ้านโป่ง

ผู้แต่ง

  • วาสนา หนุนภักดี กลุ่มงานการพพยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

คำสำคัญ:

การรับรู้สมรรถนะแห่งตน, สมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, การดูแลแบบประคับประคอง, ผู้ดูแล

บทคัดย่อ

         ที่มาของปัญหา: มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่บ้านมักประสบปัญหาการขาดความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วย ความไม่มั่นใจในความสามารถของตนเอง และความเครียดจากการดูแล การเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาความสามารถของผู้ดูแล

         วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและสมรรถนะในการดูแล ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายของผู้ดูแลก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตน

         วิธีการศึกษา: การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง ในผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง จำนวน 30 คน ได้รับโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนที่พัฒนาตามแนวคิดของแบนดูรา ประกอบด้วยกิจกรรม 4 ครั้ง ในระยะเวลา 6 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและแบบประเมินสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test

         ผลการศึกษา: ผู้ดูแลมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอยู่ในระดับปานกลาง (x̄=2.91, SD=0.62) และหลังเข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มขึ้นเป็นระดับสูง (x̄=4.22, SD=0.54) โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=12.16, p<.001) คะแนนเฉลี่ยสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอยู่ในระดับปานกลาง (x̄=2.83, SD=0.65) และหลังเข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มขึ้นเป็นระดับสูง (x̄=4.29, SD=0.51) โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=12.70, p<.001)

         สรุป: โปรแกรมการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนช่วยเพิ่มการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายของผู้ดูแลได้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่บ้านและเป็นแนวทางในการพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนผู้ดูแลในบริบทอื่น ๆ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Cancer [Internet]. 2023 [cited 2024 Oct 18]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer

กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.

อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย, นฤมล บุญบางยาง, สายสมร เฉลยกิติ. ประสบการณ์การใช้สัมพันธภาพบำบัดในการดูแลแบบประคับประคองสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว. วารสารพยาบาลตำรวจ. 2565;14(1):204-213.

World Health Organization. Palliative care [Internet]. 2023 [cited 2024 Oct 18]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/palliative-care

Brennan F. Palliative care as an international human right. J Pain Symptom Manage. 2018;55(5):1196-1203.

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care). นนทบุรี: กรมการแพทย์; 2565.

Alshakhs S, Park T, McDarby M, Reid MC, Czaja S, Adelman R, et al. Interventions for family caregivers of patients receiving palliative/hospice care at home: a scoping review. J Palliat Med. 2024;27(1):112-27. doi: 10.1089/jpm.2023.0160.

Nacak UA, Erden Y. End-of-life care and nurse's roles. Eurasian J Med. 2022;54(Suppl 1):141-4. doi: 10.5152/eurasianjmed.2022.22324.

กัมพล อินทรทะกูล, สุรีพร ธนศิลป์, ปิ่นหทัย ศุภเมธาพร. ประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามที่บ้านของผู้ดูแลในครอบครัว. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2566;35(2):12-23.

Karimi Moghaddam Z, Rostami M, Zeraatchi A, Mohammadi Bytamar J, Saed O, Zenozian S. Caregiving burden, depression, and anxiety among family caregivers of patients with cancer: an investigation of patient and caregiver factors. Front Psychol. 2023;14:1059605. doi: 10.3389/fpsyg.2023.1059605.

เพ็ญศรี จาบประไพ, บุญสืบ โสโสม, สุนันทา เตโช. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง: การดูแลแบบไร้รอยต่อเครือข่ายโรงพยาบาลพระพุทธบาท. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2564;30(6):1101-11.

Bedaso A, Dejenu G, Duko B. Depression among caregivers of cancer patients: updated systematic review and meta-analysis. Psychooncology. 2022;31(11):1809-20. doi: 10.1002/pon.6045.

Chow R, Mathews JJ, Cheng EY, Lo S, Wong J, Alam S, et al. Interventions to improve outcomes for caregivers of patients with advanced cancer: a meta-analysis. J Natl Cancer Inst. 2023;115(8):896-908. doi: 10.1093/jnci/djad075.

Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.

Hebdon MCT, Coombs LA, Crane TE. Self-efficacy in caregivers of adults diagnosed with cancer: an integrative review. Eur J Oncol Nurs. 2021;52:101933. doi: 10.1016/j.ejon.2021.101933.

ปรารถนา กันทอน, เกษร สำเภาทอง. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดของผู้ดูแล. วารสารพยาบาลวิชาชีพ [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 14 ม.ค. 2569];23(2):14-29. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/vnj/article/view/252697

Kajiwara K, Kobayashi M, Morikawa M, Kanno Y, Nakano K, Matsuda Y, et al. Nursing support for caregiver burden in family caregivers of patients with cancer: a scoping review. Am J Hosp Palliat Care. 2024;41(10):1184-94. doi: 10.1177/10499091231215808.

โรงพยาบาลบ้านโป่ง. รายงานประจำปี 2566 หน่วยงานการดูแลแบบประคับประคอง. ราชบุรี: โรงพยาบาลบ้านโป่ง; 2567.

โรงพยาบาลบ้านโป่ง. ทะเบียนผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน ปีงบประมาณ 2568. ราชบุรี: หน่วยงานการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลบ้านโป่ง; 2568.

Thailand Nursing and Midwifery Council. มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สภาการพยาบาล; 2564.

Best JW. Research in education. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1977.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-28

รูปแบบการอ้างอิง

หนุนภักดี ว. (2026). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ระยะสุดท้ายของผู้ดูแลในโรงพยาบาลบ้านโป่ง. ราชภิวัฒน์เวชสาร, 1(1), e7610. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/RBH_Med_J/article/view/7610

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ