ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลหลังสวน จังหวัดชุมพร

ผู้แต่ง

  • หทัยรัตน์ ศิริวงศ์ตระกูล กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลหลังสวน จังหวัดชุมพร

คำสำคัญ:

โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลตนเอง

บทคัดย่อ

        ที่มาของปัญหา: ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-20 ต่อปี ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ซึ่งมักมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนขณะฟอกเลือด ประสิทธิผลของการรักษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรอบรู้ด้านสุขภาพด้วย

        วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลหลังสวน จังหวัดชุมพร

        วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบลงมือปฏิบัติร่วมกันแบ่งกระบวนการเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์: ศึกษาสถิติผู้ป่วยปี 2565-2567 และสัมภาษณ์เชิงลึกพยาบาลวิชาชีพ ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบของโปรแกรม: ผลิตสื่อความรู้ ได้แก่ แผ่นพับและวิดีทัศน์ความยาว 5 นาที ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบโปรแกรม: ดำเนินการกับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วย 32 ราย ณ โรงพยาบาลหลังสวน ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2568 ระยะที่ 4 ประเมินผล: ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและติดตามภาวะแทรกซ้อน เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งพาตนเองของผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลหลังสวน (L-HL Model) การวิเคราะห์ทางสถิติ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

        ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ (อายุเฉลี่ย 66.88 ปี) หลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับค่อนข้างดี (ร้อยละ 68.74) และมีคะแนนเฉลี่ยรวมร้อยละ 72.93 ด้านที่ทำได้ดีที่สุดได้แก่ ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (media literacy) และทักษะการตัดสินใจ (decision skill) ด้านที่ควรพัฒนาเพิ่ม ได้แก่ ทักษะความรู้ ความเข้าใจ (cognitive skill) ด้านผลลัพธ์ทางคลินิก ไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ระหว่างการฟอกเลือด

        สรุป: โปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิผลในการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนขณะฟอกเลือดได้อย่างชัดเจน การมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการแพทย์ทำให้สื่อและกระบวนการมีความสอดคล้องกับบริบทของโรงพยาบาลชุมชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การให้ความรู้ในอนาคตควรเน้นการใช้ภาษาที่ง่ายและสื่อภาพประกอบที่ชัดเจน เพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

National Kidney Foundation. K/DOQI clinical practice guidelines for chronic kidney disease: evaluation, classification, and stratification. Am J Kidney Dis. 2002;39(2 Suppl 1):S1-S266.

Shrestha N, Gautam S, Mishra SR, Virani SS, Dhungana RR. Burden of chronic kidney disease in the general population and high-risk groups in South Asia: a systematic review and meta-analysis. PLoS One. 2021;16(10):e0258494. doi: 10.1371/journal.pone.0258494.

GBD 2019 Diseases and Injuries Collaborators. Global burden of 369 diseases and injuries in 204 countries and territories, 1990-2019: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2019. Lancet. 2020;396(10258):1204-1222. doi: 10.1016/S0140-6736(20)30925-9.

Chuasuwan A, Praditpornsilpa K. Thailand renal replacement therapy year 2014. Bangkok: The Nephrology Society of Thailand; 2014.

Ishikawa H, Takeuchi T, Yano E. Measuring functional, communicative, and critical health literacy among diabetic patients. Diabetes Care. 2008;31(5):874-9. doi: 10.2337/dc07-1932.

กองสุขศึกษา. การสร้างเสริมและประเมินความรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มประชาชนอายุ 15 ปี ขึ้นไป. กรุงเทพฯ: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข; 2561.

ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง; 2561.

Wayne G. Dorothea Orem: self-care deficit nursing theory. Nurseslabs [Internet]. 2023 [cited 2026 Jun 27]; Available from: https://nurseslabs.com/dorothea-orems-self-care-theory

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย: คุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.

ประคอง กรรณสูต. สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2538.

Donabedian A. An introduction to quality assurance in health care. New York: Oxford University Press; 2003.

Titler MG, Kleiber C, Steelman VJ, Rakel BA, Budreau G, Everett LQ, et al. The Iowa model of evidence-based practice to promote quality care. Crit Care Nurs Clin North Am. 2001;13(4):497-509.

Morfin JA, Fluck RJ, Weinhandl ED, Kansal S, McCullough PA, Komenda P. Intensive hemodialysis and treatment complications and tolerability. Am J Kidney Dis. 2016;68(5S1):S43-S50. doi: 10.1053/j.ajkd.2016.05.021.

Singh RG, Singh S, Rathore SS, Choudhary TA. Spectrum of intradialytic complications during hemodialysis and its management: a single-center experience. Saudi J Kidney Dis Transpl. 2015;26(1):168-72. doi: 10.4103/1319-2442.148771.

Douvris A, Zeid K, Hiremath S, Bagshaw SM, Wald R, Beaubien-Souligny W, et al. Mechanisms for hemodynamic instability related to renal replacement therapy: a narrative review. Intensive Care Med. 2019;45(10):1333-1346. doi: 10.1007/s00134-019-05707-w.

Kuipers J, Verboom LM, Ipema KJR, Paans W, Krijnen WP, Gaillard CAJM, et al. The prevalence of intradialytic hypotension in patients on conventional hemodialysis: a systematic review with meta-analysis. Am J Nephrol. 2019;49(6):497-506. doi: 10.1159/000500877.

ประนอม บัวสรวง. อุบัติการณ์การเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่มีไตวายเฉียบพลันระหว่างฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในหอผู้ป่วยหนัก. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี. 30(3):48–63.

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คู่มือการรักษาด้วยการฟอกเลือดและการกรองพลาสมาสำหรับผู้ป่วยโรคไต พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย; 2561.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-27

รูปแบบการอ้างอิง

ศิริวงศ์ตระกูล ห. (2026). ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลหลังสวน จังหวัดชุมพร. ราชภิวัฒน์เวชสาร, 1(2), e7710. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/RBH_Med_J/article/view/7710

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย