การศึกษาย้อนหลังความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะกับลักษณะและความรุนแรงของการบาดเจ็บในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก ณ ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลราชบุรี

ผู้แต่ง

  • ไอรดา จันทสิริยากร กลุ่มงานนิติเวช โรงพยาบาลราชบุรี จังหวัดราชบุรี

คำสำคัญ:

อุบัติเหตุจราจรทางบก, สารเสพติดในปัสสาวะ, พยาธิสภาพบาดแผล, คะแนนความรุนแรงของการบาดเจ็บ (ISS), นิติเวชศาสตร์

บทคัดย่อ

        ที่มาของปัญหา: อุบัติเหตุจราจรทางบกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเสพติด (drug-involved traffic accidents) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีการแพร่ระบาดของเมตแอมเฟตามีนสูง อย่างไรก็ตาม ยังขาดข้อมูลเชิงประจักษ์ทางระบาดวิทยาที่เชื่อมโยงระหว่างการตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ รูปแบบการบาดเจ็บรายระบบ และคะแนนความรุนแรงของการบาดเจ็บ (injury severity score: ISS) ในผู้เสียชีวิต

        วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความชุกของสารเสพติดในปัสสาวะ พยาธิสภาพบาดแผลรายระบบ และประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบสารเสพติดกับคะแนน ISS ในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก

        วิธีการศึกษา: การศึกษาเชิงพรรณนาย้อนหลังในศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรที่ผ่าชันสูตร ณ ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลราชบุรี (พ.ศ.2565 - 2568) จำนวน 200 ราย บันทึกผลตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ บาดแผลรายระบบ (AIS-85) และคะแนน ISS วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Fisher's exact test, Chi-square, Independent t-test และ Kruskal-Wallis (p < 0.05)

        ผลการศึกษา: พบสารเสพติดในปัสสาวะร้อยละ 22.0 (n = 44) สารที่พบบ่อยที่สุดคือ เมตแอมเฟตามีน ร้อยละ 63.6 ของกลุ่มผลบวก โดยพบการใช้สารเสพติดร่วมตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ร้อยละ 27.3 ของกลุ่มผลบวก อุบัติการณ์การตรวจพบบาดแผลในทุกระบบอวัยวะ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มผลบวกและผลลบ (p > 0.05 ทุกระบบ) ค่าเฉลี่ยคะแนน ISS ระหว่างกลุ่มผลบวก (38.72 ± 21.11) และกลุ่มผลลบ (41.06 ± 22.63) ไม่แตกต่างกัน (p = 0.541) เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนน ISS แบบจำแนกกลุ่มอิสระขาดจากกัน (เมตแอมเฟตามีนอย่างเดียว, กัญชาอย่างเดียว, สารเดี่ยวอื่น ๆ และกลุ่มใช้สารร่วม) พบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.892)

        สรุป: สารเสพติดโดยเฉพาะเมตแอมเฟตามีนมีความชุกสูงในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะไม่มีความสัมพันธ์กับรูปแบบการบาดเจ็บในอวัยวะภายในหลักและระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ (คะแนน ISS) ในผู้เสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global status report on road safety 2023. Geneva: WHO; 2023.

National Highway Traffic Safety Administration. Drugs and human performance fact sheets (Report No. DOT HS 812 047). Washington, DC: U.S. Department of Transportation; 2014.

Logan BK, Lowrie KJ, Turri JL. Methamphetamine and driving impairment. J Forensic Sci. 2020;48(3):675-84.

Choonhapran P, Lertmaharit S, Jongpiputvanich S. Prevalence of substance use among road traffic injury victims in Thailand. J Med Assoc Thai. 2019;102(4):412-8.

สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ. รายงานสถิติประจำปีประเด็นสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร. กรุงเทพฯ: สถาบัน; 2565.

สุรเจต ตั้งศิริ, อภิชาติ ศิริบุญญาวงศ์. ภาวะหมดฤทธิ์ยาเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีนกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางบกประเภทไม่มีคู่กรณี: การศึกษาย้อนหลังทางนิติเวชศาสตร์. วารสารวิทยาศาสตร์นิติวิทยาศาสตร์และกองพิสูจน์หลักฐาน. 2564;7(2):114-25.

พลภัทร โรจน์นครินทร์, อนันต์ ทัศนียานนท์, บรรณาธิการ. ตำราพิษวิทยาคลินิกและนิติพิษวิทยา. กรุงเทพฯ: ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2564.

ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดราชบุรี. แผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567. ราชบุรี: ศูนย์; 2566.

กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์. คู่มือการตรวจพิสูจน์สารเสพติดและแอลกอฮอล์ในงานนิติเวชสำหรับพนักงานสอบสวน. กรุงเทพฯ: กระทรวง; 2563.

พงษ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์, นพดล ชูเกียรติ. การศึกษาพยาธิสภาพและรูปแบบการบาดเจ็บในศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ. วารสารนิติเวชศาสตร์ประเทศไทย. 2566;15(1):45-56.

Chulamanee P, Phuangphung P. Prevalence of alcohol and drugs in fatal road traffic injuries (RTIs) in a Thai population between 2018 and 2023. Biomed Sci Clin Med. 2026;65(2):174-82. doi: 10.12982/BSCM.2026.18.

Baselt RC. Disposition of toxic drugs and chemicals in man. 12th ed. Seal Beach (CA): Biomedical Publications; 2020.

Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข. คู่มือการตรวจวิเคราะห์สารเสพติดในปัสสาวะด้วยชุดตรวจชนิดรวดเร็ว (rapid test). นนทบุรี: กรม; 2565.

Saitman A, Park HD, Fitzgerald RL. False-positive interferences of common urine drug screen immunoassays: a review. J Anal Toxicol. 2014;38(7):387-96. doi: 10.1093/jat/bku075.

Baker SP, O'Neill B, Haddon W, Long WB. The injury severity score: a method for describing patients with multiple injuries and evaluating emergency care. J Trauma. 1974;14(3):187-96.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-17

รูปแบบการอ้างอิง

จันทสิริยากร ไ. (2026). การศึกษาย้อนหลังความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะกับลักษณะและความรุนแรงของการบาดเจ็บในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก ณ ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลราชบุรี. ราชภิวัฒน์เวชสาร, 1(3), e8265. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/RBH_Med_J/article/view/8265

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย