การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรงพยาบาลหนองโดน จังหวัดสระบุรี
คำสำคัญ:
รูปแบบการพัฒนา, การแพทย์ฉุกเฉิน, กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันบทคัดย่อ
ในปี พ.ศ. 2564 โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (AMI) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก คิดเป็นร้อยละ 13 ของการตายทั้งหมด การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอุปสรรคในการเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) 2) พัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการแบบมีส่วนร่วม และ 3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบดังกล่าว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 55 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบ Paired t-test ผลการศึกษาพบว่า ก่อนการพัฒนา อัตราการใช้บริการ EMS อยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 5 – 10 มีระยะเวลาตอบสนองเฉลี่ย 9.30 นาที โดยมีอุปสรรคสำคัญ คือ ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน และระดับความรอบรู้ทางสุขภาพของประชาชน รูปแบบที่พัฒนาขึ้นได้บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล (แอปพลิเคชัน Friendly EMS) ร่วมกับแนวทางปฏิบัติทางคลินิก การจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยงในชุมชน และการให้ข้อมูลเชิงรุกแก่ประชาชน ภายหลังการดำเนินงาน พบว่า ระยะเวลาตอบสนองลดลงเหลือ 6.80 นาทีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ($p = 0.002$) โดยสามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุภายใน 8 นาที ได้ถึงร้อยละ 80 และอัตราการเรียกใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 นอกจากนี้ คะแนนความรู้ของกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ($p = 0.0029$) และความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 3.90–4.40) สรุปได้ว่า รูปแบบการมีส่วนร่วมนี้มีประสิทธิภาพในการเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงบริการ ลดระยะเวลารอคอย และมีความเหมาะสมในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ชนบทที่มีทรัพยากรจำกัด เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนอย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
เจริญ ปราบปรี. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน จังหวัดพัทลุง. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 2(2), 78–88.
ชญานิศ ศรีรักษา, นรินทร์ทิพย์ พรมภักดี, และ สิทธิพงษ์ ศิริประทุม. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินและฉุกเฉินเร่งด่วนที่มารับบริการที่ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 6(2), Article e269508, 1–20.
ฐิตาพร วรภัณฑ์วิศิษฎ์, ลาวัลย์ เวทยาวงศ์, และ หทัยรัตน์ ศักดิ์แก้ว. (2565). ผลของโปรแกรมพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อความรู้และทักษะการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 32(3), 174–186.
ทิพย์วดี วุฒิพันธ์. (2565). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลอุดรธานี. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 19(3), 53–66.
ทินทิกร สอนชา, และ สุธิดา จันทร์จรัส. (2565). การพัฒนารูปแบบกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินในเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. บริษัท สยามพิมพ์นานา จำกัด.
ธงชัย อามาตยบัณฑิต. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วนและวิกฤตในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 26(5), 883–895.
นิลนาถ ทับทอง. (2567, 10 ธันวาคม). การเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร https://srth.moph.go.th/research/file/20240623234534-101_2567
เบญจมาศ มาสิงบุญ. (2566). การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(1), 411–422.
บุญนภา ทรงพร. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเลือกใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 7(14), 49–63.
บุญน้อม ไกรยา, นิญาพัชญ์ ศิระรัตนาวัฒน์, และ ยุพาวดี แซ่เตีย. (2566). การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยเครือข่าย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), 38(2), 52–63.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2550). จิตวิทยาการบริหารงานบุคคล. ศูนย์สื่อเสริมวิชาการ.
พนิดา พ้องเสียง. (2563). การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอำเภอโพนทอง. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 2(1), 9–20.
พหล ดีมาก. (2550). ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานต่อการปฏิบัติตามมาตรฐานการศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของโรงเรียน สังกัดเทศบาลเมืองมหาสารคาม [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พัชรินทร์ ชมเมืองมิ่ง. (2564). ประสิทธิผลของการใช้ Warning Signs Card ต่อความรู้สัญญาณเตือนและแนวทางปฏิบัติในการจัดการเมื่อเกิดอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและสมองขาดเลือดแบบเฉียบพลันของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ตำบลบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 1(1), 23–33.
ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล, สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์, วิทยา ชาติบัญชาชัย, อนุชา เศรษฐเสถียร, จิตติ โฆษิตชัยวัฒน์, นธีรัตน์ ธรรม์โรจน์, พัฒนาวิไล อินใหม,
และ ประไพร อุตมา. (2552). การวิจัยเพื่อการประเมินและพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.).
วิชญา จันจะนะ, และ แสงจันทร์ เชียงทา. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุเครือข่ายระดับอำเภอ. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 3(2), 97–108.
วิกานดา สะมะแอ. (2562). การพัฒนาการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคเรื้อรังกลุ่มเสี่ยงให้ได้รับบริการรวดเร็ว ปลอดภัย ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 2(1), 33–44.
ศุภชาติ เขมวุฒิพงษ์, จันทราทิพย์ เพทาย, วรัญญา เตชภานุวัฒน์, และ ฉัตรสิริ ชัยสิทธิ. (2566). การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินในชุมชน จังหวัดตรัง. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 3(1), 57–69.
สมพงษ์ เกษมสิน. (2546). การบริหารงานบุคคลแนวใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 5). ดวงกมล.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2557). การดำเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. อาร์ตควอลิไฟท์.
อาริยา จันทร์นวล, และ ธเนศ สังข์ศรี. (2567). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้การเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลปากพนัง. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 9(1), 375–386.
Cooper, A. M. (1985). How to supervise people. McGraw-Hill.
Ghiselli, R. F., & Brown, C. W. (1992). Personnel and industrial psychology. McGraw-Hill.
Gilmer, B. V. (1971). Industrial and organizational psychology. McGraw-Hill.
Locke, E. A. (1976). The nature and causes of job satisfaction. In M. D. Dunnette (Ed.), Handbook of industrial and organizational psychology (pp. 1297–1349). Rand McNally.
Srimahachota, S., Boonyaratavej, S., Kanjanavanit, R., Sritara, P., Krittayaphong, R., Kunjara-Na-Ayudhya, R., & Tatsanavivat, P. (2012). Thai Registry in Acute Coronary Syndrome (TRACS)—An extension of Thai Acute Coronary Syndrome registry (TACS) group: Lower in-hospital but still high mortality at one-year. Journal of the Medical Association of Thailand, 95(4), 508–518.
World Health Organization. (2015). The global cardiovascular disease (CVD) crisis: Global Hearts Initiative. http://www.who.int/global_hearts
World Health Organization. (2017). Global health expenditure database. https://apps.who.int/nha/database
World Health Organization. (2024). Cardiovascular diseases (CVDs): Key facts. https://www.who.int/cardiovascular_diseases/en/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการนวัตกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##