ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้ ทักษะการประเมินอาการและการส่งต่อโรคหลอดเลือดสมอง ต่อความรู้ทักษะการประเมินและการส่งต่อของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, โปรแกรมการให้ความรู้และทักษะการประเมินอาการโรคหลอดเลือดสมอง, โรคหลอดเลือดสมองบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของโปรแกรมการให้ความรู้ ทักษะการประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช คำนวณกลุ่มตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*power version 3.1 เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ตามคุณสมบัติที่กำหนด ได้จำนวน 44 คน โปรแกรมประกอบด้วยการให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง อาการของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง บทบาทของ อสม. ในการประเมินและส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และทักษะการใช้การประเมินอาการของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้เวลา 1 วัน รวม 8 ชั่วโมง เครื่องมือและโปรแกรมผ่านการตรวจสอบความตรงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ทดสอบความเที่ยงของเครื่องมือกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง 20 คน ซึ่งประกอบด้วย 1) แบบประเมินความรู้ ใช้การทดสอบ KR-20 ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ .80 2) แบบสังเกตประเมินอาการและส่งต่อโรคหลอดเลือดสมอง คำนวณโดยใช้ Interrater reliability ได้ค่าความตรงเท่ากับ 1 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และ paired t-test
ผลการศึกษาพบว่าค่าเฉลี่ยความรู้โรคหลอดเลือดสมองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) และทักษะการประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01)
ผลการศึกษาครั้งนี้ เป็นการเพิ่มความรู้โรคหลอดเลือดสมองและทักษะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการคัดกรองและคัดแยกผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเบื้องต้น ก่อนนำส่งผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจากชุมชนสู่โรงพยาบาล
เอกสารอ้างอิง
กัลยา ปวงจันทร์ และศิริกาญจน์ จินาวิน. (2563). ผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ระยะเฉียบพลัน โรงพยาบาลแพร่. วารสารพยาบาลโรงพยาบาลแพร่, 28(2), 1-17.
จิรัชยา สุวินทรากร, สุรินธร กลัมพากร และทัศนีย์ รวิวรกุล. (2561). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองของอาสาสมัครสาธารณสุขในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง. Thai Journal of Nursing, 68(1), 39-48.
ฐาปนีย์ ชัยกุหลาบ. (2561). การศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบระยะเฉียบพลันในโรงพยาบาลชุมชน. วิทยานิพนธ์สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงมาลย์ คำหม่อม. (2564). ประสิทธิผลโปรแกรมเสริมสร้างความรู้และทักษะของผู้ดูแลในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 28, 92-106.
รัญจนา ธนานุวัฒน์ศักดิ์ และคณะ. (2562). การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแบบปฐมภูมิ. วารสารสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย, 18(2), 29-39.
ลำดวน เกิดประสพสุข, อุเทน สุทิน และวนิดา ประเสริฐ. (2561). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรู้ และความสามารถในการประเมินและส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต่อความรู้และการประเมินและส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและของอาสาสมัครสาธารณสุข อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี. วารสารสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 7(2), 127-136.
วรวิทย์ จันทร์สุวรรณ. (2565). ระดับขั้นความสามารถของบลูม (Bloom’s Taxonomy). เข้าถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เข้าถึงจาก https://web.rmutp.ac.th/woravith/?page_id=11322
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. 2560. คู่มือการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). นนทบุรี: พิมพ์ดี สำนักกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
อังคาร ปลัดบาง และสุขวรรณ ชุติวัตรพงศธร. (2561). ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาทักษะการประเมินอาการโรคหลอดเลือดสมองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเข้าสู่ระบบบริการ Stroke fast track ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เข้าถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เข้าถึงจาก https://www2.nkh.go.th/nkh/journal/doc/31.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร