แนวทางการจัดการตนเองเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, การจัดการตนเองชมรมผู้สูงอายุท่าชี, การป้องกันการพลัดตกหกล้มบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพลัดตกหกล้ม และแนวทางการจัดการตนเองเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าชี จำนวน 192 คน โดยใช้สูตรคำนวณกรณีทราบจำนวนประชากรที่แน่นอนที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ตามแนวคิดของทาโร่ ยามาเน่ ตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน และร้อยละ และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติทดสอบความสัมพันธ์แบบ logistic regression
ผลการวิจัย จากการวิเคราะห์อิทธิพลของข้อมูลทั่วไป ปัจจัยภายใน และปัจจัยสิ่งแวดล้อมกับการหกล้มของผู้สูงอายุ พบว่า เพศ สถานภาพ โรคประจำตัว ปัญหาในการทรงตัว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลักษณะของที่พักอาศัย มีความสัมพันธ์ต่อการหกล้มของผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการล้มเพื่อการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุพึงระวังและมีการป้องกันตนเอง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่เกิดความพิการและการเสียชีวิตจากการหกล้ม และยังช่วยให้ผู้สูงอายุเกิดความตระหนักและเกิดการป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการหกล้ม โดยมีข้อเสนอจากการวิจัยดังนี้ 1) ด้านนโยบาย สามารถนำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับผู้สูงอายุในชุมชนพื้นที่เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในชุมชนและสามารถนำไปสู่การพยาบาลเชิงปฏิบัติชุมชนเพื่อป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ด้านเครือข่ายบริการสุขภาพ ควรสร้างความร่วมมือในการป้องกันการพลัดตกหกล้ม การสื่อสาร ตลอดจนการส่งต่อการดูแลในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม และ 3) ผู้สูงอายุ ครอบครัว และประชาชนในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการหกล้ม ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการปฏิบัติ และให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้อง
เอกสารอ้างอิง
ดาราวรรณ รองเมือง และคณะ. อุบัติการณ์ของการหกล้ม และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการหกล้มในผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 27(ฉบับเพิ่มเติม); 2559:123-135.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ผู้สูงอายุประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2566, จาก http://www.dop.go.th; 2562.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าชี. รายงานข้อมูลตำบลท่าชี. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าชี; 2566.
ละออม สร้อยแสง, จิรยาวัตร คมพยัคฆ์ และกนกพร นทีธนสมบัติ. การศึกษาแนวทางการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุชุมชนมิตรภาพพัฒนา. วารสารพยาบาลทหารบก; 2557, 15(1), 122-129.
วนิดา ราชมี. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการหกล้มของผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 6. ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
วันทนีย์ กุลเพ็ง และคณะ. รายงานการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยโครงการศึกษาการดำเนินมาตรการป้องกันการหกล้มและภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุในชุมชนในประเทศไทย. โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ: กรุงเทพฯ; 2561.
ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์. ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับธุรกิจ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ฮาซันพริ้นติ้ง; 2553.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2558. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข: กรุงเทพฯ; 2559.
อริสรา บุญรักษา. ปัจจัยที่มีผลต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ ตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา. หลักสูตรปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยพะเยา; 2564.
Hendrich, A. L., Bender, P. S., & Nyhuis, A. Validation of the Hendrich II Fall Risk Model: A large concurrent case/control study of hospitalized patients. Applied Nursing Research; 2003, 16(1), 921.
Malini, F. M., Lourenço, R. A., & Lopes, C. S. Prevalence of fear of falling in older adults, and its associations with clinical, functional and psychosocial factors: The Frailty in Brazilian Older People-Rio de Janeiro study. Geriatrics & Gerontology International; 2016, 16(3), 336–344.
Nasuphawat. Elderly Nursing: Challenges for the Elderly Population. 2nd ed. KhonKaen: printing KhonKae; 2009.
Stephen, H., & Andrew, G. Fear of falling. Australine Journal of Advanced Nursing; 2011, 27(1), 94–100.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร