การศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฝากครรภ์ล่าช้าในเครือข่ายสุขภาพโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
การมาฝากครรภ์ล่าช้า, เครือข่ายสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริมต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์ในเครือข่ายสุขภาพ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่าง เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ล่าช้าครั้งแรกในเครือข่ายสุขภาพโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จำนวน 317 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามเรื่อง ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริมต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์ในเครือข่ายสุขภาพ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
นำไปตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ .90 ค่าความเที่ยง โดยใช้สูตรค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) เท่ากับ 0.74 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย x̄ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D.
ผลการศึกษา พบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วง 25-29 ปี (ร้อยละ 42.27) จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. (ร้อยละ 39.12) กลุ่มตัวอย่างโดยส่วนใหญ่มีระดับความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการฝากครรภ์อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 70.98) ค่าเฉลี่ยมีค่า 8.91 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่า 0.31 และมีทัศนคติต่อการตั้งครรภ์และการฝากครรภ์ทางบวก (ร้อยละ 59.62) และมีความเชื่อด้านสุขภาพการรับรู้โอกาสเสี่ยงอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 70.66) นอกจากนี้ปัจจัยเอื้อ การเข้าถึงบริการในการฝากครรภ์ ขั้นตอนการให้บริการฝากครรภ์ ระยะทางในการเข้าถึงบริการ ความหวั่นไหวต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 มีระดับความคิดเห็นส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 63.40) และปัจจัยเสริมประกอบด้วย สิทธิการรักษา การได้รับการสนับสนุนจากสามีและบุคคลในครอบครัว พบว่าตัวอย่าง มีระดับความคิดเห็นส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 89.27)
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2565). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุข Health Data Center (HDC) เขตสุขภาพที่ 9. (ม.ป.ป.). คู่มือ 1,000 วันแรกแห่งชีวิต. เข้าถึงเมื่อ 15 กุมภาพันธ์, เข้าถึงได้จาก http://203.157.71.139/group_sr/allfile/1580475179.pdf
ทิพย์วรรณ โพธิ์ตา. (2562). ปัจจัยสาเหตุของการฝากครรภ์ครั้งแรกล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 37(2), 180-189.
ชนัตถ์ มาลัยกนก. (2558). การศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฝากครรภ์ช้า. เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 2566. เข้าถึงได้จาก http://203.157.71.148/hpc7data/Res/ResFile/2562000801.pdf
ภูวดล วิริยะ. (2561). “การนำเสนอกิจกรรมการเรียนการสอนเหตุการณ์โลกในยุคปัจจุบันสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย”. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาการสอนสังคมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เรณู ศรีสุข. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการเขตอำเภอพนัสนิคม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการผดุงครรภ์ขั้นสูง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
วิรีภรณ์ ชัยเศรษฐสัมพันธ์. (2563). เอกสารประกอบการสอน หน่วยที่ 6 การพยาบาลมารดา ทารกในระยะตั้งครรภ์. เข้าถึงเมื่อ 15 กุมภาพันธ์, เข้าถึงได้จาก https://hiperc.sru.ac.th/pluginfile.php/145720/mod_resource/content/1/หน่วยที่%206.1.pdf
สุวิมล สุรินทร์ทรัพย์. (2559). “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมาฝากครรภ์ล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์ พื้นที่เขตตะวันชิงพลบ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน”. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สายใจ โฆษิตกุลพร. (2558). การฝากครรภ์และพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช 2555. นครศรีธรรมราช: ม.ป.ป. (อัดสำเนา)
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา. (2559). โครงการแก้ปัญหาหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ล่าช้า. เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 2566. เข้าถึงได้จาก https://localfund.happynetwork.org/project/1705
อรทัย วงศ์พิกุล สินีนารถ โรจนานุกูลพงศ์ และอำพวรรณ คำรณฤทธิ์. (ม.ป.ป.). ฝากครรภ์ดี มีคุณภาพ ควรฝากก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์. เข้าถึงเมื่อ 15 กุมภาพันธ์, เข้าถึงได้จาก https://hpc9.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/hpc9/n938_df1afe68b9df03814be919b973140495_article_20170110121603.pdf
อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกุล. (2561). การวิจัยทางการศึกษา แนวคิดและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร