การพัฒนารูปแบบการจัดบริการแบบอโรคยาศาลสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายโรงพยาบาลห้วยอด จังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดบริการแบบอโรคยาศาล, ผู้ป่วยระยะท้าย, ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดบริการแบบอโรรยาศาลของผู้ป่วยระยะท้าย โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง และศึกษาผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายด้วยรูปแบบการจัดบริการแบบอโรคยาศาล กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยระยะท้ายที่นอนพักรักษาในตึกอโรคยาศาลทุกคน จำนวน 20 คน เก็บข้อมูลโดยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยหาจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการจัดบริการแบบอโรคยาศาลของผู้ป่วยระยะท้าย โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นการจัดบริการการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายโดยมีอาคารแยกเฉพาะออกมาจากหอผู้ป่วยทั่วไปซึ่งเรียกว่า “อโรคยาศาล” โดยได้มีการปรับปรุงเป็นอาคารต้นแบบด้านการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อการเยียวยา 5 ด้าน การดูแลด้วยทีมสหวิชาชีพ และการดูแลด้านจิตวิญญาณ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการจัดบริการแบบอโรคยาศาลสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายตามลักษณะการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาในระดับดีมากถึงดีมากที่สุดทุกด้าน ดังนั้น การจัดรูปแบบบริการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่เป็นการดูแลแบบองค์รวมอย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
กิตติกร นิลมานัต และวราภรณ์ คงสุวรรณ. (2559). ปรากฏการณ์ที่พบบ่อยในระยะท้ายของชีวิตและการดูแล. กรุงเทพฯ: บริษัทนีโอพอยท์ (1995) จำกัด.
กิตติพล นาควิโรจน์. (2559). การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง. กรุงเทพฯ: บริษัท บียอนด์เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด.
โกศล จึงเสถียรทรัพย์ และคณะ. (2559). สถาปัตยกรรมโรงพยาบาลและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.).
จิรประภา ศิริสูงเนิน, มาลินันท์ พิมพ์พิสุทธิพงศ์, วุธิพงศ์ ภักดีกุล. (2561). รูปแบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง จังหวัดขอนแก่น [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชนมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6(2), 317-335.
ทรงสุดา ยงพัฒนจิตร, สุปรีดา มั่นคง, นุชนาฏ สุทธิ. (2520). ความเครียดจากการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและการเผชิญความเครียดของญาติผู้ดูแลในหอผู้ป่วยที่มีการดูแลแบบประคับประคอง [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารสภาการพยาบาล, 35(2), 116-131.
ทัศนีย์ เทศประสิทธิ์, พิมลรัตน์ พิมพ์ดี, ศศิพินท์ มงคลไชย, พวงพยอม จุลพันธ์, ยุพยงค์ พุฒธรรม. (2556). การพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรงพยาบาลอุดรธานี [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 23(1), 80-90.
ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย และคณะ. (2552). การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ (1987) จำกัด.
พิมพ์พนิต ภาศรี, แสงอรุณ อิสระมาลัย, อุไร หัถกิต. (2558). ทรรศนะของครอบครัวและความต้องการการช่วยเหลือในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารสภาการพยาบาล, 30(4), 57-71.
วาสนา สวัสดีนฤนาท, อมรพันธ์ ธานีรัตน์, ธารทิพย์ วิเศษธาร. (2558). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 25(1), 56-144.
วิริยา โพธิ์ขวาง-ยุสท์. (2560). การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง กรณีศึกษาหอผู้ป่วยประคับประคอง โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอัลเบิร์ต ลุดวิกส์ ไฟรบวร์ก
สหพันธรัฐเยอรมนี. (Palliative Care: A Case Study of Albert Ludwigs University Hospital, Freiburg, Germany). [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 4(พิเศษ), 345-360.
สมพร ปานผดุง, กิตติกร นิลมานัต และลัพณา กิจรุ่งโรจน์. (2558). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความผาสุกทางจิตวิญญาณด้วยหลักพุทธธรรมต่อความผาสุกทางจิตวิญญาณของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งในโรงพยาบาล [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารสภาการพยาบาล, 30(1), 8-16.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร