การเปรียบเทียบความคาดหวังและการรับรู้ของผู้รับบริการต่อคุณภาพบริการของคลินิกหมอครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
ความคาดหวัง, การรับรู้, คุณภาพบริการ, คลินิกหมอครอบครัวบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับความคาดหวังและการรับรู้คุณภาพบริการของผู้รับบริการในคลินิกหมอครอบครัว (2) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความคาดหวังและการรับรู้ของผู้รับบริการต่อคุณภาพบริการในคลินิกหมอครอบครัว (3) เปรียบเทียบคะแนนความคาดหวังและการรับรู้ของผู้รับบริการต่อคุณภาพบริการคลินิกหมอครอบครัว ตามคุณลักษณะส่วนบุคคลกลุ่มตัวอย่าง คือประชาชนอายุ 20 ปีขึ้นไปที่มารับบริการที่คลินิกหมอครอบครัวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อ จำนวน 349 คน ได้จากการสุ่มแบบมีระบบ เก็บรวบรวมโดยใช้แบบสอบถาม ที่มีค่าความเที่ยงอยู่ระหว่าง 0.97-0.98 สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัย พบว่า (1) ผู้มารับบริการมีความคาดหวังและการรับรู้ต่อคุณภาพบริการอยู่ในระดับสูง (2) คะแนนเฉลี่ยการรับรู้ของผู้รับบริการสูงกว่าความคาดหวังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 (3) ผู้รับบริการที่มีระดับการศึกษา อายุ รายได้ และสถานภาพต่างกัน จะมีความคาดหวังและการรับรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05
ผู้รับบริการมีข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาคลินิกหมอครอบครัวของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อมากที่สุด 3 ประเด็นคือ 1) ควรเพิ่มการบริการเชิงรุกแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง 2) ควรจัดหาสถานที่จอดรถเพิ่มเติม 3) ควรใช้ไมโครโฟนเรียกผู้รับบริการ
เอกสารอ้างอิง
พุทธิพงศ์ บุญชู. (2560). คุณภาพบริการตามความคาดหวังและการรับรู้ของผู้มารับบริการกรณีศึกษา : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง. วารสารสาธารณสุขภาคใต้, 33 (1), 86-92.
มนัสชญาน์ โรมินทร์. (2561). คุณภาพบริการตามความคาดหวังและการรับรู้ของผู้มารับบริการที่แผนกส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อินเตอร์เนชั่นแนล. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อ. (2564). สรุปผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อ ปีงบประมาณ 2564. (อัดสำเนา).
วชิราภรณ์ ภูมิเขต. (2556). คุณภาพการให้บริการของคลินิกตาแผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทั่วไป วิทยาลัยการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.
วิทยา อิทธิญาโณ (กางเกตุ). (2561). คุณภาพการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปอใหญ่. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วนาพรรณ ชื่นอิ่ม. (2558). ความคาดหวังและการรับรู้ของบุคลากรต่อคุณภาพการบริการของหน่วยบริการสุขภาพบุคลากร. วารสารรามาธิบดีพยาบาลสาร, 21 (1), 122-135.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง. (2565). ฐานข้อมูลสาธารณสุขจังหวัด (43 แฟ้ม). ค้นเมื่อ ตุลาคม, 1, 2565 จาก https://www/trg.hdc.moph.go.th/hdc/main/index_pk.php
สำนักงานสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ. (2565). ทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ. ค้นเมื่อ มีนาคม, 1, 2566 จาก https://sites.google.com/site/primarycarecluster2017/home
โสภณ เมฑธน และคณะ. (2559). แนวทางการดำเนินงานคลินิกหมอครอบครัวสำหรับหน่วยบริการ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สรวัชร์ สุดแก้ว. (2563). คุณภาพการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.
อัจฉราพร กิ่งเล็ก และดวงกมล ปิ่นเฉลียว. (2560). คุณภาพบริการตามการรับรู้ของผู้ใช้บริการแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่. วารสารพยาบาลตำรวจ. 9 (2), 54-62.
Best, J.W. (1977). Research in Education. (3rd ed). London : New Jersey: Prentice-Hall.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
Zeithaml, VA., Parasuraman, A. and Berry, LL. (1990). “Delivering Quality Service : Balancing Customer Perceptions and Expectation. New York : 49 (4), 41-50.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร