ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมในกลุ่มเสียงโรคเบาหวานต่อพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวาน และระดับน้ำตาลในเลือด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัดพัทลุง
คำสำคัญ:
กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน, โรคเบาหวาน, โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานกลุ่มเสี่ยง และระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ หลังได้รับโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานกลุ่มเสี่ยง 2) เปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานกลุ่มเสี่ยง และระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ หลังได้รับโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานกลุ่มเสี่ยง กลุ่มตัวอย่างกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตำบลพนมวังก์ เป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 31 คน และกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตำบลชะมวง เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง เป็นโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานต่อพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานและระดับน้ำตาลในเลือด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน คือ paired t-test และ independent t-test ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มเข้าร่วมทดลองโปรแกรมมีประสิทธิภาพส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงเบาหวานโดยตรง
1) ระดับพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานของกลุ่มทดลอง พบว่า หลังทดลองสูงกว่าก่อนทดลอง คือ หลังทดลองพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานระดับมาก (Mean=3.77, S.D.=0.67) ก่อนทดลองระดับปานกลาง (Mean=3.48, S.D.=0.31) ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบไม่แตกต่างกัน คือ หลังทดลองพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานระดับปานกลาง (Mean=2.87, S.D.=0.42) ก่อนทดลองระดับปานกลาง (Mean=2.88, S.D.=0.44) 2) ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานของกลุ่มทดลองเพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังทดลอง พบว่า พฤติกรรมสุขภาพก่อนทดลองมีคะแนนเฉลี่ย 2.88 (S.D.=0.43) คะแนน หลังทดลองมีคะแนนเฉลี่ย 3.57 (S.D.=0.36) คะแนน พฤติกรรมสุขภาพมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.01) 3) ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือด (DTX.) ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานของกลุ่มทดลองเพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังทดลอง พบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนทดลองมีค่าเฉลี่ย 110.87 (S.D.=4.46) mg/dl. หลังทดลองมีค่าเฉลี่ย 104.58 (S.D.=4.89) mg/dl ค่าระดับน้ำตาลในเลือดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.01)
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2558). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อที่สำคัญ. นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่าน.
กระทรวงสาธารณสุข. (2565). โรคเบาหวาน. โรคเบาหวาน. เข้าถึงได้จาก https://plg.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566.
ทิพย์สุดา แสนดี. (2559). ผลการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพน้ำหนักและค่าน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารของกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในชุมชน (วิทยานิพนธ์). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ถนัด จ่ากลาง. (2561). รูปแบบการพัฒนาการจัดการสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน. (ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. จังหวัดมหาสารคาม.
นงลักษณ์ เทศนา, จมาภรณ์ ใจภักดี, บุญทนากร พรหมภักดี, กนกพร พินิจลึก. (2558) การพัฒนารูปแบบการป้องกันการป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น.
พวงทอง ไกรพิบูลย์. (2556). โรคของต่อมไร้ท่อ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์สุขภาพ.
มานิต ชาวงษ์ และรุ่งนภา สิงห์สถิต. (2560). การประยุกต์ใช้หมอลำกลอนเพื่อป้องกันโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด. การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 5 ราชภัฏบ้านจอมบึง.
มยุรี เที่ยงสกุล, สมคิด ปานประเสริฐ. (2562). ศึกษาการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2562; 28(4): 696-710.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสี่แยกไสยวน. (2565) ฐานข้อมูล JHCIS.
รัชดา เครสซี่. (2558). โรคเบาหวาน ความรู้พื้นฐานและการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง. เชียงใหม่. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ระวีวรรณ เลิศวัฒนารักษ์ และดวงกมล ปิ่นเฉลียว. (2558). กลุ่มอาการในระบบต่อมไร้ท่อและการรักษาโรคเบื้องต้น. ในประมวลสาระชุดวิชา การประเมินภาวะสุขภาพขั้นสูง การรักษาโรคเบื้องต้นและปฏิบัติการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน 1. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง. (2566). โรคเบาหวาน. เข้าถึงได้จาก https://plg.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php)
สุพัตรา ศรีวณิชชากร. (2564). การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศไทย และความท้าทายของหน่วยบริการปฐมภูมิ. 4-7.
อดิศร ชุมคช. (2564). ผลของโปรแกรมสมรรถนะด้านตนและแรงสนับสนุนทางสังคมที่มีต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง.
อารยา เชียงทอง. (2561). ศึกษาผลการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพด้วยการจัดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน. (ปริญญานิพนธ์). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพฯ.
Becker, Drachman & Kirscht. The Health Belief Model and Sick Role Behavior. 1974.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร