พฤติกรรมการดูแลตนเอง และความสามารถในการควบคุมความดันโลหิต ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพดำบล จังหวัดกระบี่
บทคัดย่อ
การวิจัยภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลตนเอง ความสามารถในการควบคุมความดันโลหิต ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความสามารถในการควบคุมความดันโลหิต และการเกิดโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาตรวจรักษาที่ รพ.สต. จังหวัดกระบี่ จำนวน 400 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบบันทึกข้อมูลการรักษาพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ Chi-square test
ผลการวิจัย พบว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 69.2 มีพฤติกรรมการดูแลตนเองในระดับปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 15.5 และ 15.3 มีพฤติกรรมการดูแลตนเองในระดับต่ำ และดี สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ร้อยละ 62.5 ทั้งนี้ ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง การได้รับข้อมูลข่าวสารโรคความดันโลหิตสูง การได้รับการสนับสนุนทางสังคม พฤติกรรมการดูแลตนเอง มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.05) เกิดภาวะแทรกซ้อนร้อยละ 11.8 ซึ่งเป็นโรคหัวใจ โรคไต ไขมันในเลือดสูง และโรคอัมพฤกษ์/อัมพาต ร้อยละ 4.0, 3.8, 2.5 และ 2.3 ตามลำดับ
จากผลการศึกษา ควรส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ได้รับข้อมูลข่าวสารโรคความดันโลหิตสูง และการสนับสนุนทางสังคมเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองให้เหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
ญาณิน หนองหารพิทักษ์ และประจักร บัวผัน. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไปในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดอุดรธานี. (ออนไลน์). แหล่งที่มา https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/gskku/article/view/22960 (สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2566)
ฐิติรัตน์ ศิริพิบูลย์. (2564). พฤติกรรมการดูแลตนเอง และความสามารถในการควบคุมความดันโลหิต ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดสมุทรสาคร. รายงานวิจัย.
ทัศณีย์ บูระเห็ง. (2566). พฤติกรรมการดูแลตนเอง และความสามารถในการควบคุมระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลเหนือคลอง, กระบี่: ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลเหนือคลอง.
รัชกนก จันทร์เพ็ญ. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในคลินิกความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 1(2): 20-30.
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์. (2563). การประชุมวิชาการชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 เรื่อง “ความดันโลหิตสูง: สิ่งที่ควรรู้และต้องรู้”. (ออนไลน์). แหล่งที่มา https://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=seminar_detail&subpage=seminar_detail&id=3115 (สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2565)
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. เชียงใหม่: ทริค ธิงค์.
โอกาส การย์กวินพงศ์. (2565). คนไทย 7 ล้านคน ป่วยความดันโลหิตสูงไม่รู้ตัว สธ.เล็งวางเครื่องวัดความดันตามที่สาธารณะ. (ออนไลน์). แหล่งที่มา https://theactive.net/news/public-health-20220517/
(สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2566)
American Heart Association [AHA]. (2017). Hypertension: Ten ways to control your blood pressure. (Online) Available URL http://www.americanheart.org/presenten.html
(Retrieved March 8, 2023)
Bernstein, D. M. (1999). Perception is everything. New York: Ronjo Magic.
Cohen, S. & Will, T. A. (1995). “Stress, Social Support and the Buffering Hypothesis.” Psychological Bulletin, 98(2): 310-357.
Dodd, M., Janson, S., Facione, N., Faucett, J., Feroelicher, E. S., Humphereys, J., Lee, K., Miaskowski, C., Puntillo, K., Rankin, S., & Taylor, D. (2001). Advancing the science of symptom management. Journal of Advance Nursing, 33(5), 668-675.
Green, L. W., & Kreuter, M. W. (2005). Health program planning an educational and ecological approach. New York: Quebecor World Fairfield.
Joint National Committee (JNC). (2003). The seventh report of the Joint National Committee on prevention, detection, evaluation, and treatment high blood pressure: National high blood pressure education program. (online). Available from http:///www.nhbl.nih.gov/guidelines/hypertension/Express.pdf. (Retrieved December 2, 2022)
Kaplan, N. M. (2002). Kaplan’s clinical hypertension. (8th ed.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins.
Srinivasan, A.V. (2014). Managing a modern hospital. New Delhi: A Division of Sage India (P
Yamane, T. (1967). Statistics: An Introductory Analysis. London: John Weather Hill, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร