ผลการให้โภชนบำบัดในผู้ป่วยวัณโรคที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 18.5 กก./ม² โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
คำสำคัญ:
โภชนบำบัด, ผู้ป่วยวัณโรค, ดัชนีมวลกาย, การประเมินภาวะโภชนาการ, Refeeding Syndromeบทคัดย่อ
ความเป็นมา: วัณโรคปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรค และความรุนแรงของโรคปัจจัยหนึ่ง ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการ ผู้ป่วยวัณโรคที่มีภาวะทุพโภชนาการมักฟื้นฟูสุขภาพได้ช้า การให้โภชนบำบัดที่เหมาะสมช่วยปรับปรุงภาวะโภชนาการ ผลลัพธ์ทางสุขภาพ ช่วยสนับสนุนการรักษาและลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลการให้โภชนบำบัด ในผู้ป่วยวัณโรคที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 18.5 กก./ม²
วิธีการศึกษา: ใช้การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อน–หลัง (One Group Pretest-Posttest Design) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยวัณโรคที่รักษาที่โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จำนวน 38 ราย ที่ผ่านเกณฑ์คัดเข้า และได้รับโภชนบำบัดต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินภาวะโภชนาการ (NAF) แบบประเมินความเสี่ยง Refeeding Syndrome การวัด BMI น้ำหนัก และระดับโปรตีน ในเลือด (Albumin) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และ Chi-square test
ผลการศึกษา: หลังให้โภชนบำบัด BMI และน้ำหนัก เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p < .001) ระดับ Albumin ปรับเข้าสู่เกณฑ์ปกติมากขึ้น จากร้อยละ 26.32 เป็น 52.63 คะแนน NAF ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .002) และความเสี่ยง Refeeding Syndrome ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (x² = 22.52, p < 0.001) โดยความเสี่ยงสูงและสูงมาก ลดจากร้อยละ 71.05 เหลือร้อยละ 28.94
สรุป: โภชนบำบัดที่เหมาะสมช่วยฟื้นฟูภาวะโภชนาการ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมสุขภาพในผู้ป่วยวัณโรคที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประยุกต์ใช้พัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนนโยบายโภชนาการในระดับชุมชนได้
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global tuberculosis report 2023. Geneva: World Health Organization; 2023.
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์และเฝ้าระวังวัณโรคประเทศไทย ปี 2567 [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 7 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://tbthailand.org/download/form/รายงานสถานการณ์วัณโรคเดือนมีนาคม.pdf
กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาวัณโรคและการสนับสนุนด้านโภชนาการสำหรับผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค; 2560.
Bhargava A, Benedetti A, Oxlade O, Pai M, Menzies D. Undernutrition and the incidence of tuberculosis in India: national and subnational estimates of the population-attributable fraction related to undernutrition. Natl Med J India. 2014;27(3):128-33.
Nishiura H, Tsukamoto K, Yamashiro T, Kogure T. Nutritional status and its impact on treatment outcomes among tuberculosis patients. Nutr J. 2018;17(1):123-30.
World Health Organization. Guideline: Nutritional care and support for patients with tuberculosis. Geneva: World Health Organization; 2013.
Kalita D, Das K, Baruah R, Baruah D. Impact of nutritional supplementation on treatment outcomes in patients with pulmonary tuberculosis. J Clin Tuberc Other Mycobact Dis. 2017;9:34-40.
สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย. คู่มือการดูแลด้านโภชนาการในผู้ป่วยวัณโรค. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล; 2562.
ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร, พัชยา บุญชยาอนันต์, ปรียานุช แย้มวงษ์, วีระนุช รอบสันเทียะ. แนวทางเวชปฏิบัติการให้โภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่ในโรงพยาบาล พ.ศ. 2560 ส่วนที่ 2: การให้อาหารทางสายให้อาหาร (คำแนะนำที่ 5-10). วารสารโภชนบำบัด. 2562;27(2):13-24.
Komindr S, Tangsermwong T, Janepanish P. Simplified malnutrition tool for Thai patients. Asia Pac J Clin Nutr. 2013;22(4):516-21.
National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Nutrition support for adults: oral nutrition support, enteral tube feeding and parenteral nutrition [CG32]. London: NICE; 2006 [updated 2017].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพโรงพยาบาลสุโขทัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยผู้เขียน และเผยแพร่ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
- สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างถูกต้อง
- ห้ามมิให้ใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ข้อความที่แสดงในบทความเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
- ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
- การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นใดต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
-
ภายหลังจากที่ผลงานได้รับการอนุญาติตีพิมพ์เเล้ว ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบในผลงานของตัวเองทั้งหมด