ผลของการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำต่อภาวะโรคอ้วน ในบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสุโขทัย
คำสำคัญ:
การรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ, โรคอ้วน, ปริมาณไขมันในร่างกาย, ระดับไขมันในเลือดบทคัดย่อ
ความเป็นมา: จากการตรวจสุขภาพประจำปี 2566 ที่โรงพยาบาลสุโขทัย พบว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 กก./ม2 ประมาณร้อยละ 43 การรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาลในเม็ดเลือดแดง (HbA1C) และไขมันในเลือด
วัตถุประสงค์: การวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม โดยเปรียบเทียบก่อนและหลัง เพื่อศึกษาผลของการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำต่อน้ำหนัก รอบเอว ปริมาณไขมันในร่างกายและระดับไขมันในเลือดในบุคลากรโรงพยาบาลสุโขทัยที่มีภาวะโรคอ้วน
วิธีการศึกษา: บุคลากรทางการแพทย์ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการโดยไม่มีการสุ่ม จำนวน 95 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 49 คน และกลุ่มควบคุม 46 คน ตามความสมัครใจ ในสัปดาห์แรกทำการประเมินข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ น้ำหนัก สัดส่วนร่างกาย และระดับไขมันในเลือด โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการบริโภคอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ (60-130 กรัม/วัน) ร่วมกับการติดตามผลผ่านแอปพลิเคชัน และการให้ความรู้โดยทีมสหวิชาชีพ ส่วนกลุ่มควบคุม รับประทานอาหารตามปกติ เมื่อครบ 12 สัปดาห์ จึงทำการประเมินผล เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติ Chi-square test และ Independent-sample t test เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารภายในกลุ่มเดียวกันใช้สถิติ Paired-sample t test
ผลการศึกษา: เมื่อครบระยะเวลา 12 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีระดับไตรกลีเซอไรด์น้อยกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เปรียบเทียบภายในกลุ่มทดลอง พบว่า น้ำหนัก เส้นรอบเอว ระดับไขมันในช่องท้อง และไตรกลีเซอไรด์ลดลงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) แต่น้ำหนักระหว่างสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัญหาด้านการปฏิบัติตามคำแนะนำในการบริโภคอาหาร อย่างเคร่งครัดของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีภาระงานมาก
เอกสารอ้างอิง
อภิชาต วิชญาณรัตน์, ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์, สุรัตน์ โคมินทร์, พรฑิตา ชัยอำนวย, จุฑามณี สุทธิสีสังข์, อภัสนี บุญญาวรากุล และคณะ. แนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัยและการดูแลรักษาโรคอ้วน. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคอ้วนไทย; 2562.
Jensen MD, Ryan DH, Apovian CM, Ard JD, Comuzzie AG, Donato KA, et al. 2013 AHA/ACC/TOS guideline for the management of overweight and obesity in adults. Circulation. 2014;129(25 Suppl 2):S102-38.
World Health Organization. Obesity and overweight [Internet]. 2021 [cited 2023 Jan 31]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight
Gonzalez-Campoy JM, Castorino K, Ebrahim A, Hurley D, Jovanovic L, Mechanick JI, et al. Clinical practice guidelines for healthy eating for the prevention and treatment of metabolic and endocrine diseases in adults. Endocr Pract. 2013;19(Suppl 1):1-82.
Sato J, Kanazawa A, Makita S, Hatae C, Komiya K, Shimizu T, et al. A randomized controlled trial of 130 g/day low-carbohydrate diet in type 2 diabetes with poor glycemic control. Clin Nutr. 2017;36(4):992-1000.
กองโรคไม่ติดต่อ. ร้อยละของประชากรวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 31 ม.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://sti.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/format1.php&cat
Merrill JD, Soliman D, Kumar N, Lim S, Shariff AI, Yancy WS. Low-carbohydrate and very-low-carbohydrate diets in patients with diabetes. Diabetes Spectr. 2020;33(2):133-42.
Shai I, Schwarzfuchs D, Henkin Y, Shahar DR, Witkow S, Greenberg I, et al. Weight loss with a low-carbohydrate, Mediterranean, or low-fat diet. N Engl J Med. 2008;359(3):229-41.
Foster GD, Wyatt HR, Hill JO, McGuckin BG, Brill C, Mohammed BS, et al. A randomized trial of a low-carbohydrate diet for obesity. N Engl J Med. 2003;348(21):2082-90.
Garr Barry V, Stewart M, Soleymani T, Desmond RA, Goss AM, Gower BA. Greater loss of central adiposity from low-carbohydrate versus low-fat diet in middle-aged adults with overweight and obesity. Nutrients. 2021;13(2):475.
เจษฎา บุญญานุภาพพงศ์, นวรัตน์ ชุติปัญญาภรณ์. ประสิทธิผลของอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารควบคุมโรค. 2564;47(4):1254-65.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพโรงพยาบาลสุโขทัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยผู้เขียน และเผยแพร่ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
- สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างถูกต้อง
- ห้ามมิให้ใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ข้อความที่แสดงในบทความเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
- ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
- การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นใดต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
-
ภายหลังจากที่ผลงานได้รับการอนุญาติตีพิมพ์เเล้ว ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบในผลงานของตัวเองทั้งหมด