ผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลต่อความรู้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย ที่ได้รับการฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา
คำสำคัญ:
โรคจอประสาทตา, การฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา, แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, การติดเชื้อในลูกตาบทคัดย่อ
ความเป็นมา: การฉีดยา bevacizumab (Avastin) เข้าวุ้นตาเป็นวิธีการรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผู้ป่วยโรคจอประสาทตา อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้และการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมของผู้ป่วยมีความสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะการติดเชื้อในลูกตา (endophthalmitis) แนวปฏิบัติการพยาบาลอาจช่วยเพิ่มพูนความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสมหลังการรักษา
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย กลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด Avastin เข้าวุ้นตา กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลปกติ
วิธีการศึกษา: อัตราการติดเชื้อในลูกตา (Endophthalmitis) ภายใน 1 เดือนหลังฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคจอประสาทตา ที่มาตรวจรักษาที่งานผู้ป่วยนอกจักษุ โรงพยาบาลสุโขทัย กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลปกติจำนวน 30 ราย กลุ่มทดลองได้รับการพยาบาลตามแนวปฏิบัติ จำนวน 30 ราย เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ผ่านการตรวจความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน โดยทุกข้อมีค่า IOC มากกว่า 0.5 และมีค่าความเที่ยงอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ โดยใช้สูตร Kuder–Richardson 20 (KR-20) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Independent t-test Fisher's Exact Test
ผลการวิจัย พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติตัวของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) และทั้งสองกลุ่มไม่พบการติดเชื้อในลูกตา (Endophthalmitis) หลังการฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา
สรุปผล แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยา Avastinเข้าวุ้นตา ส่งผลให้ความรู้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องเพิ่มมากขึ้น จึงควรนำไปใช้ในทางปฏิบัติเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและการดูแลตนเองอย่างมีประสิทธิภาพหลังการรักษา
ผลการวิจัย พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ของผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตาของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติตัวหลังการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) อัตราการติดเชื้อในลูกตาหลังฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตาไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม
สรุปผล แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา ส่งผลดีต่อความรู้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย แนวปฏิบัติการพยาบาลดังกล่าวไม่มีผลต่ออัตราการติดเชื้อในลูกตาหลังฉีดยา Avastin เข้าวุ้นตา
เอกสารอ้างอิง
สมเกียรติ อาสนะวัฒน์. โรคตา: ภัยคุกคามสุขภาพคนไทยและความเสื่อมที่ต้องเตรียมรับมือ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 24 ก.พ. 2569]. จาก:https://www.bangkokbiznews.com/social/public_health/1023234
ดนัย สุวรรณจันทร. เบาหวานขึ้นจอประสาทตา [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 24 ก.พ. 2567]. จาก:https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/diabetic-retinopathy
ธัชพงศ์ วงศ์วิบุญสิน. การดูแลรักษาภาวะจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวานฉบับปรับปรุง. ใน: ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, บรรณาธิการ. จักษุวิทยาทางวิชาการ. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย; 2562: 439-60.
อัมพรพฤติ อ, โชติค้ำวงศ์ ป. ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสารต้านปัจจัยการเจริญเติบโตของผนังหลอดเลือด (Anti-VEGF) 2022. ใน: ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, บรรณาธิการ. จักษุวิทยาทางวิชาการ. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย; 2565: 296-310.
ยศอนันต์ จันทรสร. ของเหลวในจอประสาทตาในโรคจอประสาทตาเสื่อม: ความสัมพันธ์ระหว่างพยาธิสภาพและมุมมองทางคลินิก. ใน: ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, บรรณาธิการ. จักษุวิทยาทางวิชาการ. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย; 2564: 203-15.
ปิยะพงศ์ ศาสตราประภา. การตกเลือดใต้ชั้นชอรอยด์อย่างรุนแรงหลังการฉีดยา Bevacizumab เข้าวุ้นตาในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดแดงจอตาโป่งพอง: รายงานผู้ป่วย. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2565;30(2):312-8.
Bainy S, Arora R, Vaney N. Complications of intravitreal injections in patients of central retinal vein occlusion treated with intravitreal bevacizumab. Delhi J Ophthalmol. 2019;29(2):78-82.
Fileta JB, Scott IU, Flynn HW Jr. Meta-analysis of infectious endophthalmitis after intravitreal injection of anti-vascular endothelial growth factor agents. Ophthalmic Surg Lasers Imaging Retina. 2014;45(2):143-9.
Gomes NL, Rodrigues EB, Melo GB, et al. Feelings, preoperative anxiety, and need for information in patients undergoing intravitreal injections. Graefes Arch Clin Exp Ophthalmol. 2020;258(9):1965-71.
Tabas O, Garcia-Layana A, Cisneros-Lanuza A, et al. Evaluation of anxiety levels in patients undergoing intravitreal injections and associated risk factors related to the disease. J Ophthalmol. 2020;2020:8134275.
Borrelli E, Grosso D, Bandello F, et al. Discordance among patients and ophthalmologists regarding the burden of intravitreal injections. Clin Ophthalmol. 2025;19: [Epub ahead of print]. (PMC12341839)
Orem DE. Nursing: concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
สุชาดา ยอดเมือง, ปาริฉัตร คุนาวิสารุต. ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่ได้รับยาอะวาสตินฉีดเข้าวุ้นตาต่อความปวด ความรู้ในการดูแลตนเอง และความพึงพอใจ. วารสารวิจัยทางการพยาบาลและสุขภาพ. 2566;24(1):31-44.
มยุรา การะภักดิ์, อรวรรณ มโนรส, จุฑามาศ ชัยสุขโกศล, ปาริชาติ ปัญโญ. ผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับผู้ป่วยโรคจอประสาทตาที่ได้รับการฉีดยาอะวาสตินเข้าวุ้นตาในหอผู้ป่วยตา หู คอ จมูก โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2564;29(1):153-66.
National Health and Medical Research Council (NHMRC). A guide to the development, implementation and evaluation of clinical practice guidelines [Internet]. 1999 [cited 2020 Feb 13]. Available from: https://www.health.qld.gov.au/data/assets/pdf_file/0029/143696/nhmrc_clinprgde.pdf
โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง). การฉีดยาเข้าวุ้นตา [วิดีโอ]. Facebook. 14 ก.ย. 2565 [สืบค้นเมื่อ 26 ก.พ. 2569]. จาก: https://www.facebook.com/MIECfanpage/videos/1288206995333719/
Bloom BS. Learning for mastery. Eval Comment. 1968;1(2):1-12.
นริศรา ภะวงค์, ปัทมา สุขเปลี่ยน. ผลของวิดีโอให้ความรู้และการใช้คู่มือการดูแลเท้าต่อพฤติกรรมการดูแลเท้าเพื่อป้องกันการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้. วารสารการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 2 เม.ย. 2567];14(1):37-51. จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsurin/article/view/267094
Morioka, M., Takamura, Y., Nagai, K. et al. Incidence of endophthalmitis after intravitreal injection of an anti-VEGF agent with or without topical antibiotics. Sci Rep 10, 22122 (2020). https://doi.org/10.1038/s41598-020-79377-w.
Lau PE, Jenkins KS, Layton CJ. Current Evidence for the Prevention of Endophthalmitis in Anti-VEGF Intravitreal Injections. J Ophthalmol. 2018 Jul 24;2018:8567912. doi: 10.1155/2018/8567912. PMID: 30174946; PMCID: PMC6098904.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพโรงพยาบาลสุโขทัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยผู้เขียน และเผยแพร่ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
- สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างถูกต้อง
- ห้ามมิให้ใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ข้อความที่แสดงในบทความเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
- ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
- การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นใดต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
-
ภายหลังจากที่ผลงานได้รับการอนุญาติตีพิมพ์เเล้ว ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบในผลงานของตัวเองทั้งหมด