การพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยใช้สื่อออนไลน์ ในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง โรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง, สื่อออนไลน์บทคัดย่อ
ความเป็นมา: ปัญหางานอนามัยแม่และเด็กเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะมารดาตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งในมารดาและทารกที่อยู่ในครรภ์จนทำให้เสียชีวิตได้ การดูแลมารดาตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงให้มีความรู้และพฤติกรรมการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง ย่อมส่งผลให้ทารกในครรภ์ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและประเมินผลรูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยใช้สื่อออนไลน์ในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง โรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย
วิธีการศึกษา: ประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพของ Nutbeam ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ การวิเคราะห์สถานการณ์ การพัฒนาโปรแกรม การทดลองใช้ และการประเมินผล กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง จำนวน 28 ราย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือในการศึกษาประกอบด้วยรูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยใช้สื่อออนไลน์ในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน Wilcoxon Signed Rank Test
ผลการศึกษา: รูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยใช้สื่อออนไลน์ในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง โรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย ประกอบด้วยความรู้ 6 มิติ ได้แก่ 1) การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ 2) ความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ 3) ทักษะการตัดสินใจในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ 4) การรู้เท่าทันสื่อในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ 5) ทักษะการสื่อสารในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ และ 6) การจัดการตนเองในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ ที่ใช้สื่อออนไลน์มาร่วมในการสร้างความรอบรู้ พบว่า ภายหลังการใช้รูปแบบฯ กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่าก่อนใช้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)
สรุป: ควรมีการพัฒนารูปแบบฯ ต่อเนื่องและขยายผลการวิจัยไปสู่ภาคีเครือข่ายสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Health promotion glossary. Geneva: World Health Organization; 1998.
Bandaanlanhoi Hospital. Bandaanlanhoi Hospital annual statistical report 2024. Sukhothai: Bandaanlanhoi Hospital; 2024. Available from: http://www.bph.moph.go.th/stat/ (in Thai)
Buayaem T, Yapan P, Pongprasob S. Nursing care of pregnant women at risk for preterm labor. Rama Nursing Journal 2019;25(3):243-54. (in Thai)
Tethasekhsri T, et al. Health literacy and quality of life of pregnant women. Journal of Nursing Science 2017;35(2):1-10. (in Thai)
Suwannaumpha T, Pruksamethanant T. Effects of a mobile application-based educational program on health literacy of pregnant women. Thai Journal of Nursing Council 2023;38(1):98-111. (in Thai)
Suvanich S, Panyasaisophon T, Phetmanee S. Effectiveness of a health literacy program for pregnant women. Journal of Nursing and Health Care 2021;39(4):49-62. (in Thai)
Patikharn S. Effects of a pregnancy prevention program applying health literacy concepts in female lower secondary school students in Udon Thani Province. KKU Journal of Public Health Research 2022;15(1): (in Thai)
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int 2000;15(3):259-67.
Romam W, Samnuanklang M, et al. Health literacy: concepts and applications in the Thai health system. Journal of Academic Public Health 2018;49(3):345-58. (in Thai)
Jirawatthanagun S. Qualitative research in health. Bangkok: Text and Journal Co., Ltd.; 2019. (in Thai)
ระนอง เกตุดาว, ปาริชาติ สระมูล, ชไมพร ศรีดาวเรือง. การพัฒนากระบวนการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก: อุดรธานี 7 ขั้นตอน. วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 2564;39(2):75-89.
สุรีย์ สร้อยทอง. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2566;26(1):1-13.
สรภัญ ส่งเสริมพงษ์, จิดาภา รอดโพธิ์ทอง, พายารี พิริยะอุดมพร. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงในยุคเปลี่ยนผ่านดิจิทัล. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2566;32(4):645-55.
นงเยาว์ สุวานิช, ธณกร ปัญญาใสโสภณ, สาโรจน์ เพชรมณี. ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2564;39(4):45-54.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพโรงพยาบาลสุโขทัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยผู้เขียน และเผยแพร่ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
- สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างถูกต้อง
- ห้ามมิให้ใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ข้อความที่แสดงในบทความเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
- ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
- การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นใดต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
-
ภายหลังจากที่ผลงานได้รับการอนุญาติตีพิมพ์เเล้ว ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบในผลงานของตัวเองทั้งหมด