การพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดี และตับอ่อน : กรณีศีกษา

Main Article Content

สิริลักษณ์ ต้องทรัพย์อนันต์

บทคัดย่อ

นิ่วในท่อน้ำดีเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่พบบ่อยในประเทศไทยผู้ป่วยมักแสดงอาการคล้ายโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้หรือโรคกระเพาะอาหาร ซึ่งการวินิจฉัยเป็นไปได้ยาก นิ่วในท่อน้ำดีมักเกิดที่ถุงน้ำดีก่อน ถ้าปล่อยไว้นาน ไม่ได้รับการรักษา นิ่วจะตกลงไปในท่อน้ำดี ส่งผลให้ส่วนปลายอุดตัน1 การส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน(Endoscopic retrograde cholangiopancreatography:ERCP)เป็นหัตถการที่ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาไปพร้อมกัน ใช้ระยะเวลาสั้น ไม่มีแผลผ่าตัด แต่เสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้นผู้ศึกษาได้เห็นความสำคัญของการพยาบาลโดยพยาบาลต้องมีการประเมินอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมเพื่อให้ผู้ป่วย ปลอดภัยและสามารถกลับไปดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติ


วัตถุประสงค์


          เพื่อให้การพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน ปลอดภัย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และสามารถดูแลตนเองก่อนและหลังการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน และดูแลตนเองเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านได้อย่างถูกต้องเหมาะสม


วิธีการดำเนินการ


          กรณีศึกษาเชิงพรรณนา (descriptive case study)ผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการรักษาโดยวิธีการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic retrograde cholangiopancreatography:ERCP) จำนวน 1 ราย ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 – 21 กรกฎาคม 2567 ระยะเวลารวม 6 วัน โดยพยาบาลห้องส่องกล้องรวบรวมข้อมูลจากประวัติการรักษาผู้ป่วย และการสัมภาษณ์ผู้ป่วย โดยติดตามเยี่ยม 3 ระยะ คือติดตามเยี่ยมผู้ป่วยก่อนส่องกล้อง ให้การพยาบาลขณะส่องกล้อง ช่วยแพทย์ทำหัตถการ ติดตามเยี่ยมหลังส่องกล้อง และติดตามเยี่ยมทางโทรศัพท์ เมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน พร้อมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติเรื่องการดูแลตนเองเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน ป้องกันการกลับซ้ำของนิ่วในท่อน้ำดี


ผลการศีกษา


          พบว่าผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อนปลอดภัย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน สามารถดูแลตนเองก่อนและหลังการส่องกล้อง และเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านได้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เพื่อป้องกันการกลับซ้ำของนิ่วที่จะตกลงไปในท่อน้ำดี


สรุป


          ผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อนปลอดภัย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และไม่เกิดนิ่วกลับซ้ำ เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน

Article Details

ประเภทบทความ
รายงานผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

อรอนงค์ ทัพสุวรรณ์. คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการส่องกล้องตรวจรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน. งานการพยาบาลผู้ป่วยพิเศษ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล; 2559.

อมรพล กันเลิศ, วีระยุทธ โถวประเสริฐ. ตำราศัลยศาสตร์ธรรมศาสตร์ เล่ม 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2566.

กนกวรรณ ฤทธิ์ฤดี. การพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือด: กรณีศึกษา. Singburi Hospital Journal 2565;30:76–85.

งานเวชระเบียนและสถิติ โรงพยาบาลพุทธโสธร. สถิติผู้ป่วยในโรงพยาบาลพุทธโสธร ประจำปี 2565–2567.

สุธาสินี เงาศรี, ธนชวัล เจติยานนท์, วรดา ทาปินี. การศึกษาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลังอัตราการตายของผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินน้ำดีเฉียบพลันที่ได้รับการรักษาด้วยการส่องกล้องทางเดินน้ำดีและตับอ่อนภายในและภายหลัง 48 ชม. Health Science Clinical Research 2565;35:37–47.

ภัทรดิศ จุลภักดีเกื้อหนุน. ผลการรักษานิ่วในท่อน้ำดีด้วยวิธีการส่องกล้องผ่านทางเดินอาหารและท่อน้ำดี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา 2568;1:1–13.

สุวรรณา วิงวอน. การพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในท่อน้ำดีที่ได้รับการระงับความรู้สึกทั่วร่างกายเพื่อการส่องกล้องตรวจรักษาทางเดินน้ำดีและตับอ่อน. วารสารโรงพยาบาลพุทธโสธร 2566;39:145–51.

เอื้อมเดือน ชัยโพธิ์. ผลการรักษานิ่วในท่อน้ำดีผ่านการส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน. วารสารศูนย์การศึกษาแพทย์ศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า 2561;35:248–56.

สายฝน ไทยประดิษฐ์, อุมา จันทร์วิเศษ, กัลยา จรินทรานนท์. ประสบการณ์อาการและการจัดการอาการปวดท้องของผู้ป่วยหลังส่องกล้องท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2565;49:279–89.

พีรดล พรมใต้. ผลการรักษานิ่วในท่อน้ำดีด้วยวิธีการส่องกล้องผ่านทางเดินอาหารและท่อน้ำดีในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2566;8:220–28.

นฤดล เฉลิมสุขสันต์, นรินทร์ อจละนันท์. ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจากการส่องกล้องฉีดสีท่อน้ำดีและตับอ่อน. จุลสารสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย 2563;มกราคม–เมษายน:71–83.