การพยาบาลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่มีภาวะช็อคร่วมกับมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหัวใจห้องล่างซ้าย: กรณีศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการพยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่มีภาวะช็อคจากหัวใจร่วมกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหัวใจห้องล่างซ้าย ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงและซับซ้อน มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 40-50 แม้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม การศึกษานี้ใช้วิธีการศึกษารายกรณี เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต การสัมภาษณ์ และวิเคราะห์เอกสารประวัติการตรวจรักษา ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 24 เมษายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลนครปฐม
ผู้ป่วยชายไทยอายุ 65 ปี เข้ารับการรักษาด้วยวูบ อาการหมดสติและเจ็บแน่นหน้าอก ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบ ST-segment elevation ใน V1-V5 การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจพบการอุดตันสมบูรณ์ที่ตำแหน่ง mid-LAD ได้รับการรักษาด้วยวิธี PPCI ร่วมกับการดูดลิ่มเลือดและใส่ขดลวดค้ำยันชนิดเคลือบยา ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้แก่ ภาวะช็อคจากหัวใจที่ต้องใช้ยากระตุ้นการทำงานของหัวใจและใส่เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจ ผลตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงพบค่า EF 23% และพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหัวใจห้องล่างซ้าย การพยาบาลดำเนินการตามข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล 10 ประการดังนี้ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นจากปริมาณเลือดออกจากหัวใจต่อหนึ่งนาทีลดลง มีภาวะพร่องออกซิเจน ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง มีน้ำคั่งในถุงลม เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง มีภาวะเสียสมดุลของอิเล็กโตรไลท์ในร่างกายเนื่องจากประสิทธิภาพการกรองของไตลดลง เสี่ยงต่อการขาดเลือดไปเลี้ยงบริเวณขาหนีบที่ทำหัตถการ เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการใส่เครื่องพยุงหัวใจ เสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดสมองและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหัวใจห้องล่างซ้าย ไม่สุขสบายเนื่องจากถูกจำกัดการเคลื่อนไหวบริเวณที่ทำหัตถการ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกง่ายหยุดยากจากการได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และตับเสียหน้าที่ ส่งเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลิกบุหรี่ ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลในการดูแลตนเองด้านจิตสังคม เพื่อมุ่งเน้นการเฝ้าระวังภาวะวิกฤต การจัดการภาวะพร่องออกซิเจน การป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เครื่องมือพิเศษ และการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว ผลลัพธ์พบว่าผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อการรักษาที่ดี ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้รับการดูแลแบบองค์รวม สามารถจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
ผลการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะซับซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด ช่วยพัฒนาคุณภาพการพยาบาลและลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้การรักษาได้รวดเร็วและถูกต้อง นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลทางวิชาการสำหรับการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรพยาบาลและการวางแผนการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารโรคหัวใจและทรวงอกถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสถาบันโรคทรวงอกถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ กรุณาอ้างอิงบทความนั้น ๆ
เอกสารอ้างอิง
Chiaranai C, Peungngean S, Prommart S, Doommai N. Nursing Care of a patient receiving intra – aortic balloon pump for treatment: A case study. J Health Sci BCNSP. 2022;6(1):1-15.
Eamsumang P. Case study: Nursing care of patient ST-Segment Elevation Myocardial Infarction with congestive heart failure. ECH. 2023;8(3):769-78.
Wangsom A, Wattanachai T. Nursing Care of Pneumonia Patients with Acute Respiratory Failure Receiving High-Flow Nasal Cannula Therapy: A Study of 2 Cases. MKHJ. 2021;18(2):123-32.
Pitugtan S. Nursing care End Stage Renal Disease of Anesthesia for Kidney transplantation : cases series. Reg 11 Med. 2019;33(3):589-600.
Prateepmanowong J, Chouyboon S, Nareumanphokin N. Nursing care for patients undergoing transradial cardiac catheterization: case study. Thai J Cardio-Thorac Nurs. 2019;30(2): 2-14.
Tinphonkrang S. Case study on nursing care for patients with acute coronary syndrome who underwent percutaneous coronary intervention [Internet]. Bangkok: Nopparat Rajathanee Hospital; Available from: https://shorturl.asia/09mny
Levine GN, McEvoy JW, Fang JC, Ibeh C, McCarthy CP, Misra A, et al. Management of patients at risk for and with left ventricular thrombus: A scientific statement from the american heart association. Circulation. 2022;146(15):e205-e223. doi:10.1161/CIR.0000000000001092
Satthing P. Nursing care for cirrhosis of the liver with esophageal variceal bleeding. AJNHS. 2024;4(1):152-62.
Ruamsook T, Lumrod N, Likitpongwit B. Community nurse practitioner’s roles on smoking cessation assistance for patients with non-communicable disease. Thai Journal of Nursing. 2021;70(1):34-41.
Jenchai S. Study: Nursing of methamphetamine addicted patients with alcohol addiction and research [Internet]. Pathum Thani: Princess Mother National Institute of Drugs Abuse Treatment; 2024. Available from: https://www.pmnidat.go.th/thai/downloads/research/67/pmnidat22-67.pdf
Wongsri P, Chintapanyakun T. Utilization of OREM’s theory with caring and advice for patients with heart failure. JPNHS. 2018;10(1):209-219.