ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการอาการกับคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรง

Main Article Content

วรวรรณ เข็มจันทร์
Nathsapass Rawaiklang

บทคัดย่อ

ภูมิหลัง: โรคหืดรุนแรงเป็นภาวะที่ควบคุมอาการได้ยากและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การจัดการอาการอย่างเหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมอาการและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของผู้ป่วย วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการอาการกับคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรง วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบภาคตัดขวางเชิงหาความสัมพันธ์ในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรงจำนวน 93 ราย ที่เข้ารับบริการ ณ คลินิกเฉพาะทาง สถาบันโรคทรวงอก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินการควบคุมอาการของโรคหืด (Asthma Control Test: ACT) เกณฑ์การควบคุมอาการตามแนวทาง Global Initiative for Asthma (GINA) แบบตรวจสอบเทคนิคการใช้ยาพ่น แบบสอบถามความร่วมมือในการใช้ยา (Medication Adherence Report Scale: MARS) แบบสอบถามการจัดการอาการตนเอง (Asthma Self-Management Questionnaire: ASMQ) และแบบประเมินคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรง (Severe Asthma Questionnaire: SAQ และ SAQ-global) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน โดยแปลระดับความสัมพันธ์ตามเกณฑ์ของ Cohen (1988) ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีระดับการควบคุมอาการโรคหืดอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีคะแนน ACT เฉลี่ย 22.25 ± 2.68 และมีคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (HRQoL) อยู่ในระดับสูง โดยมีคะแนน SAQ เฉลี่ย 91.33 ± 14.10คะแนน SAQ-global ในภาวะไม่มีอาการสูงกว่าภาวะมีอาการอย่างชัดเจน ผลการวิเคราะห์พบว่า เทคนิคการใช้ยาพ่นมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูงกับคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (rₛ = 0.530, p < 0.01) การจัดการอาการตนเองมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง (rₛ = 0.442, p < 0.01) และความร่วมมือในการใช้ยามีความสัมพันธ์ทางบวกระดับต่ำ (rₛ = 0.241, p < 0.05) นอกจากนี้ การควบคุมอาการของโรคหืดจาก ACT และเกณฑ์ GINA มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวมและในภาวะมีอาการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่พบความสัมพันธ์ในภาวะไม่มีอาการ สรุป: การจัดการอาการมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรง โดยเฉพาะเทคนิคการใช้ยาพ่นและการจัดการอาการตนเอง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตมากกว่าความร่วมมือในการใช้ยา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
เข็มจันทร์ ว, Rawaiklang N. ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการอาการกับคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรง. CCIT.J [อินเทอร์เน็ต]. 8 มิถุนายน 2026 [อ้างถึง 16 ตุลาคาม 2026];2(2):1-9. available at: https://he05.tci-thaijo.org/index.php/CCIT/article/view/7852
ประเภทบทความ
บทความวิจัย/บทความทางวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

Global Initiative for Asthma. Global strategy for asthma management and prevention [Internet]. Fontana (WI): Global Initiative for Asthma; 2024 [cited 2026 May 11]. Available from: https://ginasthma.org/2024-report/

Holguin F, Cardet JC, Chung KF, Diver S, Ferreira DS, Fitzpatrick A, et al. Management of severe asthma: A European Respiratory Society/American Thoracic Society guideline. Eur Respir J. 2020;55(1):1900588. doi:10.1183/13993003.00588-2019

ชายชาญ โพธิรัตน์. การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืด (Management of patient with asthma). ใน: ชายชาญ โพธิรัตน์, บรรณาธิการ. ตำราโรคระบบการหายใจ 1. เชียงใหม่: ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2564. p. 145-80.

Kharaba Z, Feghali E, El Husseini F, Sacre H, Abou Selwan C, Saadeh S, et al. Assessment of quality of life in patients with asthma. Front Public Health. 2022; 10:883784. doi:10.3389/fpubh.2022.883784.

ภัทรวดี สุขสว่างวงศ์, ธนภรณ์ บุญญา, ปาริชาติ นิยมทอง, ธานินทร์ ฉัตราภิบาล. ปัจจัยทำนายที่สัมพันธ์กับการเกิดหืดกำเริบระดับปานกลางและระดับรุนแรงในผู้ป่วยที่ติดตามการรักษาที่คลินิกโรคหืดโรงพยาบาลแพร่. PMJCS Phrae Med J Clin Sci [Internet]. 2025 [cited 2026 May 18];33(1):29-36. Available from: https://thaidj.org/index.php/jpph/article/view/16261

Dodd M, Janson S, Facione N, Faucett J, Froelicher ES, Humphreys J, et al. Advancing the science of symptom management. J Adv Nurs. 2001;33(5):668-76. doi:10.1046/j.1365-2648.2001.01697. x.

Song WJ, Won HK, Lee SY, Park HK, Cho YS, Chung KF, et al. Patients’ experiences of asthma exacerbation: A qualitative descriptive study. ERJ Open Res. 2021;7(2):00528-2020. doi:10.1183/23120541.00528-2020.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

Rhyou HI, Kim HK, Song WJ, Lee SM, Kim SH, Kwon JW, et al. Effect of biologics on quality of life in severe asthma: PRISM study. World Allergy Organ J. 2024; 17:100957. doi: 10.1016/j.waojou.2024.100957.

Lomper K, Chudiak A, Uchmanowicz I, Rosiczuk J, Jankowska-Polanska B. Effects of depression and anxiety on asthma-related quality of life. Pneumonol Alergol Pol. 2016; 84:212-21. doi:10.5603/PiAP.2016.0026

Makki S, Siddiqua A, Ali Alqahtani B, Alkhuwaylidi H, Alhefzi L, Hussain M, et al. Self-management and asthma control among adult patients. Sci Rep. 2024; 14:16095. doi:10.1038/s41598-024-67136-0.

เกศรินทร์ ยอดมนต์ . ปัจจัยทำนายระดับการควบคุมโรคหืดในผู้ป่วยโรคหืดวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตบนอินเทอร์เน็ต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 18 พ.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก:https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2021/TU_2021_6114032086

_11843_21935.pdf