การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพแบบประเมินความรู้และความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำเกินในผู้ป่วยไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
Development and Validation of an Instrument Measuring Knowledge and Health Beliefs Regarding Fluid Overload in Patients Undergoing Hemodialysis
คำสำคัญ:
ภาวะน้ำเกิน, ไตเรื้อรัง, แบบประเมิน, ความรู้, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพบทคัดย่อ
ภาวะน้ำเกินเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยมีอุบัติการณ์ร้อยละ 8-49 การจัดการตนเองของผู้ป่วยมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและควบคุมภาวะน้ำเกิน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความรู้และความเชื่อด้านสุขภาพของผู้ป่วย การมีเครื่องมือวัดที่มีคุณภาพจึงจำเป็นต่อการวางแผนการพยาบาลที่มีประสิทธิผล วิจัยนี้
เป็นการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวัดความรู้และความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำเกินในผู้ป่วยไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งพัฒนาแบบสอบถามจากการทบทวนวรรณกรรมและกรอบแนวคิดทฤษฎีความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model) ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ทดลองใช้กับผู้ป่วยกลุ่มตัวอย่าง 15 ราย วิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธี Kuder-Richardson 20 (KR-20) สำหรับแบบสอบถามความรู้ และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's alpha coefficient) สำหรับแบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพ ผลการวิจัยว่า เครื่องมือที่พัฒนาประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไป 2) แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับภาวะน้ำเกิน 20 ข้อ แบบเลือกตอบ 3 ตัวเลือก และ 3) แบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำเกิน 20 ข้อ มาตรประมาณค่า 5 ระดับ ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity Index; CVI) อยู่ระหว่าง 0.94-0.98 ค่าความเชื่อมั่น KR-20 ของแบบสอบถามความรู้เท่ากับ 0.79 และค่า Cronbach's alpha coefficient ของแบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพเท่ากับ 0.81
สรุป: เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพด้านความตรงเชิงเนื้อหาและความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ สามารถนำไปใช้ประเมินความรู้และความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำเกินในผู้ป่วยไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Johansen KL, Chertow GM, Foley RN, Gilbertson DT, Herzog CA, Ishani A, et al. US Renal Data System 2020 Annual Data Report: Epidemiology of Kidney Disease in the United States. Am J Kidney Dis 2021; 77(4): A7-A8. DOI: 10.1053/j.ajkd.2021.01.002
คณะอนุกรรมการลงทะเบียนการบำบัดทดแทนไต สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. ข้อมูลการบำบัดทดแทนไตในประเทศไทย พ.ศ.2563. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย; 2563.
อัปแร่ลียา อาฟีดาตุล, วีณา เที่ยงธรรม, อรวมน ศรียุกตศุทธ, ฐิติณัฏฐ์ อัคคะเดชอนันต์. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มระหว่างการฟอกเลือดในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ประเทศอินโดนีเซีย. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2565; 45(2): 111-23.
Assimon MM, Flythe JE. Rapid ultrafiltration rates and outcomes among hemodialysis patients:
re-examining the evidence base. Curr Opin Nephrol Hypertens 2015; 24(6): 525-30.
DOI: 10.1097/MNH.0000000000000174
Chou JA, Kalantar-Zadeh K, Mathew AT. A brief review of intradialytic hypotension with a focus on survival. Semin Dial 2017; 30(6): 473-80. DOI: 10.1111/sdi.12627
เพ็ญจันทร์ นันทะชัย, เมธาวี ดวงแก้ว, ทิวากร สุภากาศ. การพัฒนาโปรแกรมการให้ความรู้แบบเข้มข้นต่อความรู้และพฤติกรรมการจำกัดน้ำของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลลำพูน. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 2567; 17(1): 334–47.
จักรกฤษณ์ วังราษฎร์, สุวินัย แสงโย, กัญญาณัฐ อุ่มมี. อุปสรรคในการดำเนินพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต 2559; 6(2): 351-61.
บุษรินทร์ สุวรรณมาโจ. ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเพื่อชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2567; 9(1): 703-13.
Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social Learning Theory and the Health Belief Model. Health Educ Q 1988; 15(2): 175-83. DOI: 10.1177/109019818801500203
Bloom BS, editor. Taxonomy of Educational Objectives, Handbook 1: Cognitive Domain. New York: David McKay; 1956.
ธนานันต์ นุ่มแสง, ธนิตา ตันตระรุ่งโรจน์. การทดสอบความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นของแบบประเมินกลยุทธ์ในการรับมือกับความเครียดแบบสั้นฉบับภาษาไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2561; 63(2): 189-98.
Polit DF, Beck CT. Nursing Research: Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice. 10th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer Health; 2017. 784 p. DOI: 10.1016/j.iccn.2015.01.005
Gray JR, Grove SK, Sutherland S. Burns & Grove’s the Practice of Nursing Research: Appraisal, Synthesis, and Generation of Evidence. 8th ed. St. Louis: Elsevier; 2017.
Bujang MA, Omar ED, Foo DHP, Hon YK. Sample size determination for conducting a pilot study to assess reliability of a questionnaire. Restor Dent Endod. 2024; 49(1): e3. DOI: 10.5395/rde.2024.49.e3.
Jones CL, Jensen JD, Scherr CL, Brown NR, Christy K, Weaver J. The Health Belief Model as an explanatory framework in communication research: exploring parallel, serial, and moderated mediation. Health Commun. 2015; 30(6): 566-76. DOI: 10.1080/10410236.2013.873363.
มณีรัศมิ์ พัฒนสมบัติสุข. การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัยทางการพยาบาลและสังคมศาสตร์. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2564; 8(2): 329-43.
Eisinga R, Grotenhuis MT, Pelzer B. The reliability of a two-item scale: Pearson, Cronbach, or Spearman-Brown?. Int J Public Health 2013; 58(4): 637-42. DOI: 10.1007/s00038-012-0416-3
กิตติพงษ์ พิพิธกุล. คุณภาพเครื่องมือแบบสอบถาม: Validity กับ Reliability ในการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2561; 8(2): 104-10.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เผยแพร่ ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ท่านสามารถอ่านและใช้งานบทความเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เกียรติแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อความที่แสดงในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ผู้เขียนมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความ การนำไปใช้ซ้ำหรือตีพิมพ์ซ้ำอื่นๆ ต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร