การพัฒนารูปแบบการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน โดยใช้สถานีสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
DEVELOPMENT OF A BLOOD SUGAR CONTROL MODEL FOR DIABETIC PATIENTS USING HEALTH STATIONS AND COMMUNITY PARTICIPATION, BORABUE DISTRICT, MAHA SARAKHAM PROVINCE
คำสำคัญ:
การควบคุมระดับน้ำตาล, ผู้ป่วยเบาหวาน, สถานีสุขภาพ, การมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานโดยใช้สถานีสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชน กลุ่มผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบ 25 คน และกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ 40 คน ดำเนินการ 4 ระยะ ประกอบตามกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Kemmis & McTaggart ระหว่างเดือนมิถุนายน 2567 – มกราคม 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ สถิติอนุมาน ได้แก่ Paired t-test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ 1) การพัฒนาระบบสถานีสุขภาพที่บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 2) แนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 5 ฐาน ได้แก่ การรับรู้ตนเอง, Low-carb, Intermittent Fasting (IF), การออกกำลังกายและยา, และสุขภาพจิต หลังการใช้รูปแบบพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ขณะที่ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) ลดลงจาก 174.50 เป็น 146.30 mg/dl และ HbA1C ลดลงจากร้อยละ 9.22 เป็น 7.76 (p < .001) และผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้พร้อมทั้งญาติผู้ดูแลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 4.40 และ 4.77 ตามลำดับ)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Noncommunicable diseases 2016 [cited 2024 Aug 20].
Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศไทย พ.ศ. 2556. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2557.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5
พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2559.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 10th ed. Brussels: International Diabetes Federation; 2021.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 11th ed. Brussels, Belgium: International Diabetes Federation; 2025.
American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes-2023. Diabetes Care 2023; 46(1): S1-S291.
Zheng Y, Ley SH, Hu FB. Global aetiology and epidemiology of type 2 diabetes mellitus and its complications. Nat Rev Endocrinol 2018; 14(2): 88-98. DOI: 10.1038/nrendo.2017.151
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2561.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี
(พ.ศ. 2560-2579). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ; 2559.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (พ.ศ. 2566 - 2570) [อินเทอร์เน็ต] 2568 [อ้างเมื่อ 3 กรกฎาคม 2568].
จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1625920241004031950.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. รายงานสถานการณ์โรคเบาหวาน จังหวัดมหาสารคาม
พ.ศ. 2561-2565 [อินเทอร์เน็ต] 2566 [เข้าถึงเมื่อ 3 ก.ค. 2566].
โรงพยาบาลบรบือ. รายงานข้อมูลการบริการผู้ป่วยโรคเบาหวาน อำเภอบรบือ พ.ศ. 2562-2567 [อินเทอร์เน็ต] 2567 [อ้างเมื่อ 21 สิงหาคม 2567]. จาก: https://hdc.moph.go.th/mkm/public/standard-reportdetail/137a726340e4dfde7bbbc5d8aeee3ac3?subcatalogId=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการจัดบริการสถานีสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Station) ในชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2565.
พัฒนาภรณ์ หาญคำภา. การพัฒนารูปแบบการควบคุมระดับความดันโลหิตโดยใช้สถานีสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม 2567; 8(16): 1-15.
Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
Leesri T, Vannarit T, Srisupan W, Senaratana W, Rerkasem K. Development of collaborative diabetes management in communities. Chiang Mai Med J 2015; 54(3): 299-311.
DOI: 10.12982/CMUJNS.2015.0090
Wallerstein N. Powerlessness, empowerment, and health: implications for health promotion programs. Am J Health Promot 1992;6(3):197-205. DOI: 10.4278/0890-1171-6.3.197
Laverack G. Health promotion practice: building empowered communities. Maidenhead: Open University Press; 2007.
ชัยวุฒิ จันดีกระยอม, กาญจนา จันทะนุย. การพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยเบาหวานในหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้บริบทพื้นที่อำเภอทุรกันดาร อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2560; 7(2): 168- 178.
Kemmis S, McTaggart R. The action research reader. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.
Wagner EH, Austin BT, Davis C, Hindmarsh M, Schaefer J, Bonomi A. Improving chronic illness care: translating evidence into action. Health Aff (Millwood) 2001;20(6):64-78. DOI: 10.1377/hlthaff.20.6.64
นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, วัชรีพร สาตร์เพ็ชร์, ญาดา นภาอารักษ์. การคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*Power. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ 2562; 5(1): 496–507.
รังสิมาภรณ์ จิ้วล้อรังสิมาภรณ์ จิ้วล้อ. ประสิทธิผลการแช่เท้าด้วยผงฟองฟู่สมุนไพรในผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น 2566; 4(2): 29-38.
Bloom BS, Madaus GF, Hastings JT. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.
Toobert DJ, Hampson SE, Glasgow RE. The summary of diabetes self-care activities measure: results from 7 studies and a revised scale. Diabetes Care 2000; 23(7): 943-50.
DOI: 10.2337/diacare.23.7.943
Best JW. Research in education. 4th ed. New Jersey: Prentice-Hall Inc; 1981.
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย; 2566.
Glasgow RE, Davis CL, Funnell MM, Beck A. Implementing practical interventions to support chronic illness self-management. Jt Comm J Qual Saf 2003; 29(11): 563-74. DOI: 10.1016/s1549-3741(03)29067-5
ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดสําหรับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย; 2565.
กนกวรรณ ด้วงกลัด, อุบลรัตน์ บุญญะสิทธิ์, สุภาพร สังข์แก้ว. โปรแกรมการส่งเสริมการจัดการตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้. วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2563; 36(1): 66-83.
ศิรินทรา ด้วงใส. ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองแบบ 5 เอ ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาล
ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2561.
Kvedar J, Coye MJ, Everett W. Connected health: a review of technologies and strategies to improve patient care with telemedicine and telehealth. Health Aff (Millwood) 2014 ;33(2): 194-9.
DOI: 10.1377/hlthaff.2013.0992
ดารณี เทียมเพ็ชร, กศิมา สง่ารัตนพิมาน, มัญฑิตา อักษรดี, เพ็ญพร ทวีบุตร, วรเดช ช้างแก้ว. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานลงสู่ชุมชนแบบไร้รอยต่อ อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2558; 25(3):156-69.
สุปรียา เสียงดัง. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2560; 4(1): 191-204.
วินัย วงศ์อาสา, ภัชราภรณ์ ไชยรัตน์. ความพึงพอใจของประชาชนต่อการจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี. วารสารการบริหารท้องถิ่น 2559; 9(1): 83-90.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เผยแพร่ ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ท่านสามารถอ่านและใช้งานบทความเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เกียรติแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อความที่แสดงในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ผู้เขียนมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความ การนำไปใช้ซ้ำหรือตีพิมพ์ซ้ำอื่นๆ ต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร