ผลของโปรแกรมส่งเสริมการปรับตัวตามแนวคิดของรอยต่อความสามารถในการปรับตัวและการรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของญาติผู้ดูแล

Effects of an enhancement adaptation program applying Roy Adaptation Model on the adaptation and self-efficacy of family caregivers

ผู้แต่ง

  • น้ำฝน บุญเรือง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ชุลีกร ด่านยุทธศิลป์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ชณิตา ประดิษฐ์สถาพร คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • เอื้อมพร หลินเจริญ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

การปรับตัวของรอย, ความสามารถในการปรับตัว, การรับรู้ความสามารถ, ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการปรับตัวตามแนวคิดของรอยต่อความสามารถในการปรับตัวและการรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของญาติผู้ดูแล
กลุ่มตัวอย่างคือ ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน คัดเลือกจากโรงพยาบาลในเขตพื้นที่อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย จำนวน 50 คน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม (n = 25 ) ได้รับการพยาบาลตามปกติ ขณะที่กลุ่มทดลอง(n = 25 ) ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการปรับตัวตามแนวคิดของรอย 12 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัยในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความสามารถในการปรับตัว และแบบประเมินการรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีค่าความเที่ยงโดยใช้สูตร สัมประสิทธิแอลฟาครอนบาคเท่ากับ .86 และ .88 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติทดสอบทีชนิดสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน และที่เป็นอิสระต่อกัน และ สถิติไค-สแควร์

               ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยความสามารถในการปรับตัวหลังได้รับโปรแกรมของกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ค่าเฉลี่ยความสามารถในการปรับตัวหลังได้รับโปรแกรมของกลุ่มทดลอง สูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ค่าเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มทดลอง หลังการทดลอง สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ค่าเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มทดลอง หลังได้รับโปรแกรม สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p < .001) สัดส่วนของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีความสามารถในการปรับตัว หลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (x2=50.00,p < .001)

ผลการศึกษาพบว่า โปรแกรมส่งเสริมการปรับตัวตามแนวคิดของรอยต่อความสามารถในการปรับตัวและ
การรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของญาติผู้ดูแล สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีบริบทที่ใกล้เคียงกันได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

World Stroke Organization. World Stroke Organization [cited 2026 Mar 19].

Available from: https://www.world-stroke.org/world-stroke-day-campaign/about-stroke/impact-of-stroke

กรมการแพทย์. ตัวชี้วัดที่ 018.1: อัตราตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke: I60-I69). 2567 [อ้างเมื่อ 19 มีนาคม 2569].

จาก: https://healthkpi.moph.go.th/kpi2/kpi/index/?id=2139&kpi_year=2567&utm_source=chatgpt.com

กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2561. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข; 2562.

สถาบันประสาทวิทยา ชมรมพยาบาลโรคระบบประสาทแห่งประเทศไทย. แนวทางการพยาบาลโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับพยาบาลทั่วไป. กรุงเทพฯ: สถาบันประสาทวิทยา; 2550.

กุลพัฒน์ วีรสาร, บรรณาธิการ. คู่มือในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตก. ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์; 2562.

อาจารีย์ จันทร์พานิชย์, วรรณรัตน์ ลาวัง, ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมุมมองเชิงบวกจากการดูแลของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา 2561; 11(2): 61–73.

Sohkhlet G, Thakur K, David SI, Verma P, Jadav V, S J, et al. Stress in Caregivers of Stroke Patients During Rehabilitation: An Observational Study. Cureus 2023; 15(4): e37410. DOI: 10.7759/cureus.37410

ฟางฟาน เซียน, นิภาวรรณ สามารถกิจ, เขมารดี มาสิงบุญ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาระการดูแลของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในเมืองเหวินโจว ประเทศจีน. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ 2567; 19(1): 81–88.

Aguiló S, Lopez-Barbeito B, García E, Aguiló J. Stress Management in Primary Caregivers: A Health Challenge. Transactions on Engineering and Computing Sciences 2017; 5(4).

DOI: 10.14738/tmlai.54.3292

ผ่องพักตร์ จันทร์ศิริ. ความรู้สึกเป็นภาระในผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะกลาง ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2564; 18(2): 72–80.

Morimoto T, Schreiner AS, Asano H. Caregiver burden and health-related quality of life among Japanese stroke caregivers. Age Ageing. 2003; 32(2): 218–23. DOI: 10.1093/ageing/32.2.21812.

Boonsin S, Deenan A, Wacharasin C. Factors Influencing the Burden of Family Caregiving for Survivors of Stroke. Pacific Rim International Journal of Nursing Research 2021; 25(1): 102–13.

Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company; 1997.

Phongtankuel V, Moxley J, Reid MC, Adelman RD, Czaja SJ. The Relationship of Caregiver Self-efficacy to Caregiver Outcomes: A Correlation and Mediation Analysis. Aging Ment Health 2023; 27(7): 1322–8. DOI: 10.1080/13607863.2022.2118666

Feigin VL, Lawes CM, Bennett DA, Anderson CS. Stroke epidemiology: a review of population-based studies of incidence, prevalence, and case-fatality in the late 20th century. Lancet Neurol 2003; 2(1): 43–53. DOI: 10.1016/S1474-4422(03)00266-7

พงศ์ศักดิ์ ธรรมกุลศักดิ์, วัลภา อรัญนะภูมิ, วรณัน ธีร์สุดาพรรณ, ปารย์วัชร จิตอารีย์. การประยุกต์ใช้แบบจำลองการปรับตัวของรอยกับการพยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิดเอสทีไม่ยกที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว: กรณีศึกษา. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 2567; 9(2): 1–10.

พรรณทิพา ขำโพธิ์, ชนิตา แป๊ะสกุล, กฤชมน เมธาธิรัตน์. ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มแข็งในการมองโลกและคุณภาพชีวิต ของผู้ดูแลผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล 2568; 31(3): 76–93.

จิณห์จุฑา ชัยเสนา ดาลลาส, นุชนาถ แก้วมาตร, พิชามญชุ์ ปุณโณทก, จันทนา เกิดบางแขม, สาวิตรี หลักทอง, ปณิชา พลพินิจ. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความผาสุกทางใจของผู้ดูแล เด็กออทิสติกในภาคตะวันออกของประเทศไทย. วารสารกรมการแพทย์ 2563; 45(2): 31–37.

Aman Z, Liew SM, Ramdzan SN, Philp I, Khoo EM. The impact of caregiving on caregivers of older persons and its associated factors: a cross-sectional study. Singapore Med J 2020; 61(5): 238–45.

DOI: 10.11622/smedj.2019100

อนันต์ พวงคำ, ดวงสุดา สุวรรณศรี, ธนพร แย้มศรี, มนธิดา แสงเรืองเอก, รุ่งอรุณ โทวันนัง. ผลกระทบของผู้ป่วยและญาติผู้ดูแล : ปัจจัยที่เกี่ยวข้องและความต้องการของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายที่บ้าน. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ 2563; 35(2): 303–16.

Jaracz K, Grabowska-Fudala B, Górna K, Jaracz J, Moczko J, Kozubski W. Burden in caregivers of long-term stroke survivors: Prevalence and determinants at 6 months and 5 years after stroke. Patient Educ Couns 2015; 98(8): 1011–6. DOI: 10.1016/j.pec.2015.04.008

ศรัณยา แสงมณี, มณี อาภานันทิกุล, ยุพาพิน ศิรโพธิ์งาม. กรณีศึกษา: การปรับตัวของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ทำงานนอกบ้าน. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล 2555; 18(1): 119–33.

สุรีย์พร โพธิ์ช่วย, พัชราพร เกิดมงคล, ขวัญใจ อำนาจสัตย์ซื่อ, พิชัย จันทร์ศรีวงศ์. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการปรับตัวต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล (วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ) 2563; 36(3): 105–22.

นุชจรินทร์ ไชยสัจ. ผลของการเตรียมความพร้อมของผู้ดูแลต่อการปรับตัวในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชน. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2561; 15(3): 45–54.

Cochran WG. Sampling Techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.

Bujang MA, Omar ED, Baharum NA. A Review on Sample Size Determination for Cronbach’s Alpha Test: A Simple Guide for Researchers. Malays J Med Sci 2018; 25(6): 85–99. DOI: 10.21315/mjms2018.25.6.9

สมพร มีมะโน, จตุพร เสือมี, สุนี จิรสมิทธา. ผลของโปรแกรมการพยาบาลตามทฤษฏีของรอยต่อพฤติกรรมการปรับตัว และระดับการควบคุมโรคหืด. พุทธชินราชเวชสาร 2561; 35(2): 215–81.

Chen L. Effectiveness of the Roy adaptation model-based nursing intervention in improving physiological, psychological, and social outcomes in patients with Parkinson’s disease. BMC Neurol 2025; 25(1): 219. DOI: 10.1186/s12883-025-04232-2

Bartoli D, Petrosino F, Nuccio E, Damico V, Rago C, Veronese M, et al. The Impact of a Video-Educational and Tele-Supporting Program on the Caregiver–Stroke Survivor Dyad During Transitional Care (D-STEPS: Dyadic Support Through Tele-Health and Educational Programs in Stroke Care): A Longitudinal Study Protocol. Healthcare 2025; 13(16): 2039. DOI: 10.3390/healthcare13162039

ภาสิกา กิมหงษ์, ดวงกมล วัตราดุลย์, อรอุมา ชุติเนตร. ผลของโปรแกรมดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเปลี่ยนผ่านต่อความพร้อมและภาระในการดูแลของญาติผู้ดูแล. วารสารพยาบาลตำรวจและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2567; 16(1): 52–66.

Xu Q, Ma J, Zhang Y, Gan J. Family resilience and social support as mediators of caregiver burden and capacity in stroke caregivers: a cross-sectional study. Front Psychol 2024; 15: 1435867.

DOI: 10.3389/fpsyg.2024.1435867

Chaknum P, Harnirattisai T, Somprasert C, Chiang LC. Development of the Family-Based Care Model for Stroke Survivors to Promote Healthy Family Dynamics: Participatory Action Research. Pacific Rim International Journal of Nursing Research 2023; 27(2): 244–59. DOI: 10.60099/prijnr.2023.262033

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-25

รูปแบบการอ้างอิง

บุญเรือง น., ด่านยุทธศิลป์ ช., ประดิษฐ์สถาพร ช., & หลินเจริญ เ. (2026). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการปรับตัวตามแนวคิดของรอยต่อความสามารถในการปรับตัวและการรับรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของญาติผู้ดูแล: Effects of an enhancement adaptation program applying Roy Adaptation Model on the adaptation and self-efficacy of family caregivers. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 14(3), 60–72. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/CHDMD_KKU/article/view/7616

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ