การพยาบาลผู้ป่วยวัณโรคปอดที่มีร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 : กรณีศึกษาผู้ป่วยในงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ผู้แต่ง

  • ญาดา ชัยกุลประเสริฐ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลสมุทรสาคร

คำสำคัญ:

วัณโรคปอดร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2, การวางแผนการพยาบาล, แบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน, การดูแลตนเอง

บทคัดย่อ

วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อที่สำคัญและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ป่วยวัณโรคทั่วโลกประมาณ 10.6 ล้านคน และเสียชีวิตจาก วัณโรคมากกว่า 1.3 ล้านคน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีโรคร่วม เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) เป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรคได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นภาวะที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ วัณโรค ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์วัณโรคเฉลี่ยประมาณ 150 รายต่อประชากร 100,000 คน4 และพบผู้ป่วยวัณโรคที่มีภาวะเบาหวานร่วมด้วยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีภาระวัณโรคสูง (high TB burden country) ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมเชื้อ Mycobacterium tuberculosis ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยวัณโรคที่มีภาวะเบาหวานร่วมด้วยมักมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นในระหว่างการรักษา และมีโอกาสกลับเป็นซ้ำมากกว่าผู้ป่วยวัณโรคทั่วไป 5 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพยาบาลในกรณีศึกษาผู้ป่วยวัณโรคปอดที่มีภาวะโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมด้วย และนำผลการศึกษาไปใช้เป็นแนวทางวางแผนทางการพยาบาลที่เหมาะสมต่อไป โดยใช้วิธีการศึกษาจากเวชระเบียนของผู้ป่วยนอก การซักประวัติผู้ป่วยและญาติ การสังเกต และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ โดยมุ่งเน้นการพิจารณาแบบแผนสุขภาพของผู้ป่วยพยาธิสภาพของทั้งสองโรค อาการและอาการแสดง ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล และแนวทางการดูแลที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย ผลการศึกษาคาดว่าจะช่วยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ระหว่างวัณโรคและโรคเบาหวาน โดยเน้นให้เห็นถึงผลกระทบของโรคเบาหวานต่อการดำเนินของโรควัณโรค เช่น อัตราการฟื้นตัวที่ช้าลง ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้ยารักษาวัณโรคร่วมกับยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้การศึกษายังมุ่งหวังที่จะนำเสนอแนวทางการพยาบาลที่สามารถลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ปรับปรุง กระบวนการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคของตนเองได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
กรณีศึกษา หญิงไทย อายุ 67 ปี อาการสำคัญ มีไอ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกมา 7 วัน รับประทานอาหารได้น้อยอ่อนเพลีย น้ำหนักลด จากผลตรวจ X-ray ปอด พบ LUL Capacity และตรวจเสมหะ Acid-Fast Bacillus (AFB) ผลเป็นบวก (3+) มีโรคประจําตัวเป็นเบาหวาน ได้รับการวินิจฉัยโรคเป็น Pulmonary tuberculosis with Diabetes mellitus type 2 ได้รับการรักษาด้วยยารักษาวัณโรคสูตรมาตรฐานเดิม (First Line Drug) ผู้ป่วยเข้าใจตระหนักเรื่องเบาหวานที่น้ำตาลในเลือดสูงก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี รวมทั้งควบคุมการรับประทานอาหาร รับประทานยาสม่ำเสมอ หลังรักษาอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้สัมผัสใกล้ชิดได้รับการตรวจคัดกรองวัณโรคไม่พบเชื้อทั้งหมดหลังรักษาวัณโรคครบ 6 เดือน ตรวจเสมหะไม่พบเชื้อวัณโรค ผู้ป่วยแข็งแรงไม่พบอาการผิดปกติอื่น แพทย์ยุติการรักษาวัณโรคจำหน่ายจากคลินิกวัณโรค10 นัดติดตามที่คลินิกเบาหวาน พร้อมตรวจเท้า และตรวจจอประสาทตา (DR) ในวันเดียวกัน นัดติดตาม Sputum AFB และเอกซเรย์ปอดทุก 6 เดือนอีก 4 ครั้งเพื่อติดตามการกลับซ้ำของวัณโรค ผู้ศึกษาได้นำทฤษฎีการพยาบาลของกอร์ดอน (Gordon’s Functional Health Patterns) มาใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการพยาบาล ในการให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ โดยมุ่งเน้นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยในหลากหลายมิติ เช่น แบบแผนการรับรู้สุขภาพและการดูแลสุขภาพ แบบแผนโภชนาการ และการเผาผลาญ แบบแผนการพักผ่อนนอนหลับ และแบบแผนการรับรู้และการปรับตัว โดยใช้ข้อมูลจากเวชระเบียน การซักประวัติ การสังเกต และการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติ เพื่อประเมินความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาช่วยสะท้อนความสัมพันธ์ ระหว่างวัณโรคและเบาหวาน รวมถึงความสำคัญของการวางแผนการพยาบาลแบบองค์รวม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรค และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติในสังคม

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global tuberculosis report 2024. [Internet]. 2024 [cited 2025 Apr 7]. Available from: https://www.who.int/teams/globaltuberculosis-programme/tb-reports/global-tuberculosis-report-2024

บุญชัย รัตนวงศ์. ความสัมพันธ์ระหว่างวัณโรคกับโรคเบาหวานในบริบทของประเทศไทย. วารสารสาธารณสุขและเวชศาสตร์เขตร้อน. 2566;52(3):143–152.

Al-Rifai RH, Pearson F, Critchley JA, Abu-Raddad LJ. Association between diabetes mellitus and active tuberculosis: A systematic review and metaanalysis. PLoS One. 2017;12(11):e0187967.

สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์วัณโรคประเทศไทย ปี 2566. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข. 2566

World Health Organization. TB and diabetes [Internet]. 2011 [cited 2025 Apr 7]. Available from: https://www.who.int/publications/digital/globaltuberculosis-report-2021/featured-topics/tb-diabetes

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรควัณโรคในผู้ป่วยเบาหวาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. 2564

Dooley KE, Chaisson RE. Tuberculosis and diabetes mellitus: convergence of two epidemics. Lancet Infect Dis. 2009;9(12):737–746.

World Health Organization. Global tuberculosis report 2023. [Internet]. 2023. [cited 2025 Apr 7]. Available from: https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/373828/9789240083851-eng.pdf?sequence=1

Baker MA, Harries AD, Jeon CY, Hart JE, Kapur A, Lönnroth K, et al. The impact of diabetes on tuberculosis treatment outcomes: a systematic review. BMC Med. 2011;9:81. doi: 10.1186/1741-7015-9-81.

Delgado-Sánchez G, García-García L, Jiménez-Corona ME, Villasante-Marcos V, Ferreyra-Reyes L, Cano-Arellano B, et al. Association of diabetes and tuberculosis: impact on treatment and post-treatment outcomes. Thorax. 2015;70(3):210–216.

กรมควบคุมโรค. สถานการณ์วัณโรคในทั่วโลกและในประเทศไทย. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2568]. สืบค้นจาก: https://ddc.moph.go.th/dtb/news.php?news=48091&deptcode=dtb&news_views=910

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ชัยกุลประเสริฐ ญ. (2026). การพยาบาลผู้ป่วยวัณโรคปอดที่มีร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 : กรณีศึกษาผู้ป่วยในงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร, 2(1), 41–59. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/HSN_SKHJ/article/view/7687

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานกรณีศึกษา