ผลการรักษาโรคคาวาซากิในโรงพยาบาลสมุทรสาคร: การศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา

ผู้แต่ง

  • พญ.ภัทรา จัยสิน กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร

คำสำคัญ:

โรคคาวาซากิ, การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง, การดื้อต่อยาอิมมูโนโกลบูลิน, หลอดเลือดหัวใจโป่งพอง

บทคัดย่อ

บทนำ: โรคคาวาซากิเป็นโรคที่เกิดการอักเสบของหลอดเลือดขนาดกลางในเด็กซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาจะนำไปสู่การโป่งพองของหลอดเลือดหัวใจได้ถึงร้อยละ 25 แนวทางเวชปฏิบัติ American Heart Association (AHA) 2024 ได้มีการปรับปรุงแนวทางให้เข้มงวดขึ้น ทั้งการติดตามด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจที่ถี่ขึ้นในกลุ่มเสี่ยง และการปรับแนวทางการให้ยา อย่างไรก็ตาม ในบริบทของโรงพยาบาลสมุทรสาครที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร การนำแนวทางใหม่มาปรับใช้ยังเป็นประเด็นที่ท้าทาย

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของขนาดหลอดเลือดหัวใจเปรียบเทียบที่ 1-2 สัปดาห์กับหลังการรักษาที่ 4-8 สัปดาห์ และเพื่อศึกษาลักษณะการดำเนินโรคคาวาซากิในโรงพยาบาลสมุทรสาคร

วิธีการศึกษา: รูปแบบการวิจัยเป็นการศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา โดยรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคคาวาซากิ อายุ 1 เดือน ถึง 15 ปี ที่รักษาและตรวจติดตามในโรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 จนถึงเดือนธันวาคม 2567 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วย ข้อมูลทางอาการและอาการแสดง ผลทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจของขนาดหลอดเลือดหัวใจในครั้งแรก (1-2 สัปดาห์) และครั้งที่ 2 (4-8 สัปดาห์) จะถูกบันทึกลงในตารางบันทึกข้อมูล และนำไปวิเคราะห์ทางสถิติ

ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งหมด 28 ราย อายุมัธยฐานคือ 16 เดือน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 60.7 พบผู้ป่วย incomplete Kawasaki สูงถึงร้อยละ 64.3 และมี IVIG-resistance คิดเป็นร้อยละ 21.4 ระยะเวลาเฉลี่ยที่ได้รับยา IVIG คือวันที่ 6 ของการมีไข้ กลุ่ม IVIG-resistance มีอัตราการเกิดหลอดเลือดหัวใจขยายตัวและโป่งพองสูงกว่ากลุ่มที่ตอบสนองต่อยาอย่างมีนัยสำคัญ (p=0.019 และ p=0.029 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจติดตามพบว่า ความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถกลับสู่ขนาดปกติได้ภายใน 8 สัปดาห์หลังการรักษา

สรุป: ผู้ป่วยโรคคาวาซากิในโรงพยาบาลสมุทรสาครมีสัดส่วน incomplete Kawasaki และ IVIG-resistance สูงกว่าข้อมูลทางระบาดวิทยาทั่วไป การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูงอย่างใกล้ชิดในช่วง 6-8 สัปดาห์แรก มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดหัวใจและวางแผนการรักษาตามแนวทางมาตรฐานใหม่

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

McCrindle BW, Rowley AH, Newburger JW, Burns JC, Bolger AF, Gewitz M, et al. Diagnosis, Treatment, and Management of Kawasaki Disease: A Scientific Statement From the American Heart Association. Circulation. 2017;135(24):e927-e999. doi: 10.1161/CIR.0000000000000484.

Newburger JW, Baker AL, de Ferranti SD, Dahdah N, Kim KY, Mahony L, et al. Diagnosis and Management of Kawasaki Disease: A Scientific Statement From the American Heart Association. Circulation. 2024;150(23):e481-e500. doi: 10.1161/CIR.0000000000001295.

Ogawa S, Ayusawa M, Ishii M, Echigo S, Onouchi Y, Kamada M, et al. JCS/JSCS 2020 Guideline on Diagnosis and Management of Cardiovascular Sequelae in Kawasaki Disease. Circ J. 2020;84(8):1348-1407.

doi: 10.1253/circj.CJ-19-1094.

Hongkan W. Clinical Spectrums and Treatment Outcomes of Kawasaki Disease in Children. Chonburi Hospital journal. 2019;16(1):181-90.

Lopez L, Colan SD, Frommelt PC, Ensing GJ, Kendall K, Younoszai AK, et al. Recommendations for Quantification Methods During the Performance of a Pediatric Echocardiogram: A Report from the Pediatric Measurements Writing Group of the American Society of Echocardiography Nomenclature and Standards Committee and the Task Force on Pediatric Echocardiography. J Am Soc Echocardiogr. 2010;23(5):465-95.

doi: 10.1016/j.echo.2010.03.019.

Santimahakullert K, Vijarnsorn C, Wongswadiwat Y, Chanthong P, Khrongsrattha S, Panamonta M, et al. A retrospective cohort study of major adverse cardiac events in children affected by Kawasaki disease with coronary artery aneurysms in Thailand. PLoS One. 2022;17(1):e0263060.

doi: 10.1371/journal.pone.0263060.

Wongbundit C, Vijarnsorn C, Sosothikul D, Srisuwan P, Laohaprasitiporn D, Chanthong P, et al. Coronary changes and cardiac events in children diagnosed with Kawasaki disease without initial coronary aneurysm:

A multicenter retrospective cohort study. Front Pediatr. 2023;11:11:1121905.doi: 10.3389/fped.2023.1121905.

Durongpisitkul K, Sangtawesin C, Khongphatthanayothin A, Sopontammarak S, Silvilairat S, Chotivitayatarakorn P, et al. Epidemiologic study of Kawasaki disease and cases resistant to IVIG therapy in Thailand. Asian Pac J Allergy Immunol. 2006;24(1):27-32.

Sittiwangkul R, Pongprot Y, Silvilairat S, Makonkaewkeyoon K. Clinical spectrum of incomplete Kawasaki disease in Thailand. Paediatr Int Child Health. 2013;33(3):176-80. doi: 10.1179/2046905513Y.0000000062.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

จัยสิน ภ. . (2026). ผลการรักษาโรคคาวาซากิในโรงพยาบาลสมุทรสาคร: การศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร, 3(1), 15–29. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/HSN_SKHJ/article/view/8150

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ