ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรอดชีวิตในผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้น ก่อนถึงโรงพยาบาล โรงพยาบาลบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
ภาวะหัวใจหยุดเต้นก่อนถึงโรงพยาบาล, การรอดชีวิต, การช่วยฟื้นคืนชีพ, เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ, ระบบการแพทย์ฉุกเฉินบทคัดย่อ
ภาวะหัวใจหยุดเต้นก่อนถึงโรงพยาบาล (Out-of-Hospital Cardiac Arrest: OHCA) เป็นภาวะฉุกเฉินที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรอดชีวิตและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรอดชีวิตของผู้ป่วย OHCA ในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ย้อนหลัง (Retrospective Analytical Study) โดยใช้ข้อมูลจากเวชระเบียนและฐานข้อมูลผู้ป่วยฉุกเฉิน ตั้งแต่
วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2565 – วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2567 ศึกษาผู้ป่วยจำนวน 139 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยโลจิสติก
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นก่อนถึงโรงพยาบาลมีอัตราการกลับมาของการไหลเวียนโลหิตเอง (Return of Spontaneous Circulation: ROSC) ร้อยละ 27.34 และ อัตราการรอดชีวิตจนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลเท่ากับร้อยละ 8.63 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ อายุ การมีพยานเห็นเหตุการณ์ การได้รับเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) ก่อนถึงโรงพยาบาล และระยะเวลานำส่ง (p < 0.05)
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตในระยะก่อนถึงโรงพยาบาล โดยควรส่งเสริมการทำ CPR โดยประชาชน เพิ่มการเข้าถึง AED และพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Cummins RO, Ornato JP, Thies WH, Pepe PE. (1991). Improving survival from sudden cardiac arrest: the “chain of survival”. Circulation,
(5), 1832–1847.
Gräsner JT, Lefering R, Koster RW, Masterson S, Böttiger BW, Herlitz J, et al. (2016). EuReCa ONE—27 Nations, ONE Europe, ONE Registry:
A prospective one-month analysis of out-of-hospital cardiac arrest outcomes in Europe. Resuscitation, 105, 188–195.
Hansen CM, Kragholm K, Granger CB, Pearson DA, Tyson C, Monk L, et al. . (2015). The role of bystander defibrillation in survival after
out-of-hospital cardiac arrest. Circulation, 131(7), 622–629.
Kitamura T, Iwami T, Kawamura T, Nagao K, Tanaka H, Hiraide A. ((2010). Nationwide public-access defibrillation in Japan. New England
Journal of Medicine, 362(11), 994–1004.
Larsen MP, Eisenberg MS, Cummins RO, Hallstrom AP. (1993). Predicting survival from out-of-hospital cardiac arrest: A graphic model.
Annals of Emergency Medicine, 22(11), 1652–1658.
Myat A, Song KJ, Rea T. (2018). Out-of-hospital cardiac arrest: Current concepts. The Lancet, 391(10124), 970–979.
Ong MEH, Shin SD, De Souza NNA, Tanaka H, Nishiuchi T, Song KJ, et al. (2015). Outcomes for out-of-hospital cardiac arrests across Asia:
The Pan-Asian Resuscitation Outcomes Study (PAROS). Resuscitation, 96, 100–108.
Perkins GD, Graesner JT, Semeraro F, Olasveengen T, Soar J, Lott C, et al. (2021). European Resuscitation Council Guidelines 2021:
Epidemiology of cardiac arrest in Europe. Resuscitation, 161, 61–79.
Yan S, Gan Y, Jiang N, et al. (2020). The global survival rate among adult out-of-hospital cardiac arrest patients: A systematic review and
meta-analysis. Critical Care, 24, 61.
สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและขั้นสูงสำหรับบุคลากรทางการแพทย์. กรุงเทพมหานคร: สมาคมแพทย์โรค
หัวใจแห่งประเทศไทย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคกลาง)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 6
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 6 และบุคลากรท่านอื่น ในศูนย์ฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว