ข้อมูลสำหรับผู้แต่ง
ถ้าท่านสนใจส่งบทความมาตีพิมพ์ เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบหน้า เกี่ยวกับวารสาร สำหรับนโยบายบทต่าง ๆ วารสาร ในสาขาที่รับ รวมถึง คำแนะนำสำหรับผู้แต่ง ผู้แต่งจะต้อง ลงทะเบียน เพื่อรับได้สิทธิ์ในการส่งบทความ หรือหากท่านได้เคยลงทะเบียนเป็นผู้แต่งของวารสารนี้แล้วก็จะสามารถ simply เข้าสู่ระบบ และเริ่มขั้นตอนการส่งบทความ
1) รายชื่อผู้แต่งบทความ: รายชื่อผู้แต่งที่ปรากฏบนบทความควรมีเฉพาะผู้ที่มีส่วนสำคัญในการคิดหัวข้อวิจัย ออกแบบ ดำเนินการ หรือแปลผลการวิจัยตามที่ปรากฏในบทความ ทุกคนซึ่งมีส่วนร่วมอย่างสำคัญควรได้รับการระบุชื่อว่าเป็นผู้เขียนโดยเรียงลำดับตามสัดส่วนของการมีส่วนร่วม ผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในลักษณะอื่น ๆ ควรได้รับการกล่าวถึงในกิตติกรรมประกาศ ผู้ประสานงานบทความควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ผู้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญทุกท่านมีชื่อปรากฏเป็นผู้เขียนบทความและไม่ปรากฏชื่อบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นผู้เขียนบทความ ผู้ประสานงานบทความต้องมั่นใจว่า ผู้เขียนทุกท่านได้อ่านและยินยอมให้มีการส่งบทความมายังวารสาร ยินยอมให้มีการเผยแพร่บทความฉบับสุดท้าย และยินยอมที่จะรับผิดชอบในผลงานที่ส่งมายังวารสาร
2) การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน: ผู้เขียนทุกท่านต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนซึ่งอาจมีผลสำคัญหรือมีอิทธิพลต่อผลการวิจัยหรือการแปลผลการวิจัยดังที่ปรากฏอยู่ในบทความ แหล่งเงินทุนสนับสนุนการวิจัยหรือการจัดทำบทความจะต้องถูกกล่าวถึงในกิตติกรรมประกาศ
3) การเป็นผลงานต้นฉบับ: เมื่อผู้เขียนส่งบทความมายังวารสารถือว่าเป็นการยืนยันของผู้เขียนต่อวารสารว่า เจ้าของบทความคือคณะผู้เขียนโดยแท้จริง ส่วนแนวคิดและข้อความต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่ของผู้เขียน แต่ได้ถูกระบุไว้ในบทความจะต้องได้รับการอ้างอิงอย่างเหมาะสม ผู้เขียนจะต้องยืนยันว่า บทความที่ส่งมายังว่าสารนั้นไม่เคยถูกเผยแพร่ในวารสารหรือไม่ถูกนำเสนอในการประชุมวิชาการต่าง ๆ มาก่อน (เว้นแต่ว่ามีการเพิ่มเติมอย่างสำคัญจนถือว่าเป็นงานที่ต่างจากงานที่นำเสนอ) และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารเล่มอื่น การส่งบทความเข้าสู่การพิจารณาของวารสารมากกว่า 1 ฉบับในเวลาเดียวกันถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรม
4) มาตรฐานการเขียนบทความ: รายละเอียดในบทความควรมีมากพอสมควรที่จะทำให้ผู้อ่านสามารถทำวิจัยซ้ำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของระเบียบวิธีวิจัยในประเด็นที่สำคัญ การนำเสนอข้อมูลในรายงานจะต้องมีความถูกต้อง การดัดแปลงข้อมูลหรือการจงใจแปลผลข้อมูลอย่างไม่ถูกต้อง ถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรม
5) การเข้าถึงข้อมูลและการเก็บรักษาข้อมูล: วารสารอาจขอให้ผู้เขียนส่งมอบข้อมูลดิบที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบความถูกต้องหากมีข้อสงสัย ดังนั้นผู้เขียนควรเก็บข้อมูลของการวิจัยไว้หลังการวิจัยเสร็จสิ้นจนกว่าจะได้รับการตีพิมพ์บทความไปแล้วระยะหนึ่ง
6) การพบข้อผิดพลาดที่สำคัญในงานตีพิมพ์: หากผู้เขียนพบความผิดพลาดที่มีความสำคัญในการวิจัยภายหลัง หรือพบความไม่ถูกต้องในงานที่ตีพิมพ์ ผู้เขียนมีหน้าที่แจ้งต่อวารสารและประสานงานกับบรรณาธิการเพื่อให้ปรับแก้บทความให้มีความถูกต้องหรือถอนบทความหากจำเป็น