การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE โดยใช้พลังแกนนำเยาวชน อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, การขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE, แกนนำเยาวชน, พฤติกรรมเชิงบวกของเยาวชน, บริบทพหุวัฒนธรรมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาโครงสร้างและกลไกการดำเนินงานของโครงการ TO BE NUMBER ONE ในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส 2) พัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนโครงการโดยใช้พลังแกนนำเยาวชนระดับอำเภอ และ 3) ทดลองใช้และประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยเชิงสาเหตุ โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากเยาวชนสมาชิกโครงการ จำนวน 374 คน และข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 44 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบจากผลการวิจัยร่วมกับแนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก การเสริมพลัง และภาวะผู้นำเยาวชน และระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบกับเยาวชนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE จำนวน 160 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์แก่นสาระ
ผลการวิจัยพบว่า 1) โครงสร้างและกลไกการดำเนินงานของโครงการมีลักษณะเป็นระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงสถานศึกษา ชุมชน ศูนย์เพื่อนใจ หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนา โดยมีแกนนำเยาวชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน พฤติกรรมเชิงบวกของเยาวชนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.23 และการดำเนินโครงการอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย 3.91 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25 โดยชุดตัวแปรด้านประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรม การได้รับการอบรมภาวะผู้นำหรือทักษะชีวิต ความถี่ในการเข้าร่วมกิจกรรม และการดำเนินโครงการ สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมเชิงบวกของเยาวชนได้ร้อยละ 67.00 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้น คือ CHANAE Model ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ Collaboration, Heart Space, Active Youth Leaders, Network Continuity, Adaptive Activities และ Evaluation and Empowerment และ 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่า เยาวชนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.51 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.29 มีคะแนนรวมเฉลี่ย 90.25 คะแนนจาก 100 คะแนน โดยมีความพึงพอใจระดับสูง ร้อยละ 95.00 และระดับปานกลาง ร้อยละ 5.00
โดยสรุป CHANAE Model เป็นรูปแบบการขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่เหมาะสมกับบริบทพหุวัฒนธรรมของอำเภอจะแนะ มีจุดเด่นในการใช้พลังแกนนำเยาวชน การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ การเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย และการประเมินเพื่อเสริมพลัง สามารถใช้เป็นแนวทางพัฒนาเยาวชนและป้องกันปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ได้
เอกสารอ้างอิง
ก้องเกียรติยศ แขพิมพ์พันธ์, ประจักษ์ บัวผัน, และสุรชัย พิมพา. (2564). แรงจูงใจและปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีผลต่อการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดบึงกาฬ. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 21(3), 236–250.
คมวิทย์ สุขเสนีย์, และนินุสรา มินทราศักดิ์. (2566). รูปแบบการพัฒนาผู้นำเยาวชนในบริบทพื้นที่บ้านเกิด: กรณีศึกษา กลุ่มเยาวชนบ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(4), 65–76.
ชมพูนุท แสงวิจิตร, รุ่งนภา สูตินันท์โอภาส, ศรีประไพ อินทร์ชัยเทพ, และมณีรัตน์ พันธุ์สวัสดิ์. (2568). ผลของโปรแกรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดในเด็กวัยรุ่นตอนต้น. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 9(2). https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/279881
ชลิตา อุดมรักษาสกุล. (2564). รูปแบบการบริหารจัดการชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสหวิชาการเพื่อสุขภาพ, 3(1), 15–28.
เนตรชนก บัวเล็ก, ปราณี พวงเจริญ, นันทพร ฉวยกระโทก, และโอภาส พละกุล. (2567). การประเมินประสิทธิผลของค่ายพัฒนาสมาชิก TO BE NUMBER ONE สู่ความเป็นหนึ่ง. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 8(2), e270714. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/270714
ภานุพันธ์ ไพฑูรย์, และสิทธิชัย ใสสม. (2569). การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดพะเยาสู่ความเป็นเลิศในระดับประเทศ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา, 16(1), 1–28. https://he05.tci-thaijo.org/index.php/CHDMD_KKU/article/view/7592
อาจารินทร์ แป้นสุข, และภูมิกตวัชร์ ภูมพงศ์ศศิศ. (2562). การสื่อสารส่งเสริมเยาวชนโครงการทูบีนัมเบอร์วันพื้นที่ภาคใต้ สนองพระดำริฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา. วารสารการบริหารและการจัดการ, 9(1), 179-186.
Aresi, G., Ferrari, V., Marta, E., & Simões, F. (2023). Youth involvement in alcohol and drug prevention: A systematic review. Journal of Community & Applied Social Psychology, 33, 1256–1279. https://doi.org/10.1002/casp.2704
Ballard, P. J., Kennedy, H. K., Collura, J. J., Vidrascu, E., & Garcia Torres, C. (2023). Engaging youth as leaders and partners can improve substance use prevention: A call to action to support youth engagement practice and research. Substance Abuse Treatment, Prevention, and Policy, 18, Article 71. https://doi.org/10.1186/s13011-023-00582-7
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพดิจิทัลและนวัตกรรม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##