ความสัมพันธ์ระหว่างความสุขและความลื่นไหลในการทำงานกับคุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เครือข่ายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก

ผู้แต่ง

  • ดวงนฤมล ลาดสม หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (จิตวิทยา) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คำสำคัญ:

ความสุข, ความลื่นไหลในการทำงาน, คุณภาพชีวิตในการทำงาน, บุคลากรทางการแพทย์, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับของความสุข ความลื่นไหลในการทำงาน และคุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เครือข่ายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายกและเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสุขและความลื่นไหลในการทำงานกับคุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เครือข่ายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก ประชากรทั้งหมด 3,149 คน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์จำนวน 342 คน ตามสูตรของ Krejcie & Morgan (1970) โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความสุขและความลื่นไหลในการทำงานกับคุณภาพชีวิตในการทำงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า (1)ระดับความสุขโดยรวมอยู่ในระดับ มีความสุข (𝑥̅=68.87 ,S.D.=7.22) ความลื่นไหลในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̅=3.65 ,S.D.=.51)  ส่วนคุณภาพชีวิตในการทำงานโดยรวมก็อยู่ในระดับมาก เช่นกัน (𝑥̅=3.75 ,S.D.=.48)  (2) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ความสุขมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลางกับคุณภาพชีวิตในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .473, p < .01) ส่วนความลื่นไหลในการทำงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงกับคุณภาพชีวิตในการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  (r = .680,p < .01) และความสุขในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวก กับความลื่นไหลในการทำงาน ภาพรวมอยู่ในในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .564, p < .01) สะท้อนให้เห็นว่าทั้งความสุขและความลื่นไหลในการทำงานเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานผลการประเมินความสุขของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer). กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.

งานทรัพยากรบุคคล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก. (2568). ข้อมูลสถิติบุคลากรทางการแพทย์เครือข่ายบริการ จังหวัดนครนายก. นครนายก: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก.

กานต์ธิดา วิวัฒนสินชัย. (2565). การพัฒนาแบบวัดความลื่นไหลในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

นพมล จุลรัตน. (2562). คุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.

พูนศักดิ์ ศรีประพัฒน์. (2566). แนวคิดคุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต. (2555). รายงานการพัฒนาเครื่องมือวัดความสุขของคนทำงาน (Happinometer). กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2561). รายงานสถานการณ์ความสุขของคนไทย. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.

Csikszentmihalyi, M. (1990). Flow: The psychology of optimal experience. New York, NY: Harper & Row.

Heppner, P. P. (2003). Research design in counseling (2nd ed.). Belmont, CA: Wadsworth/Thomson Learning.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. New York, NY: Free Press.

Sirgy, M. J., Efraty, D., Siegel, P., & Lee, D. J. (2001). A new measure of quality of work life (QWL) based on need satisfaction and spillover theories. Social Indicators Research, 55(3), 241–302.

Walton, R. E. (1973). Quality of working life: What is it?.Sloan Management Review, 15(1), 11–21.

Yan, J., Davison, R. M., & Wang, Y. (2013). Exploring the effects of flow in online group communication. Information & Management, 50(2–3), 123–132.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

22-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ลาดสม ด. (2026). ความสัมพันธ์ระหว่างความสุขและความลื่นไหลในการทำงานกับคุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เครือข่ายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก. วารสารสหวิทยาการทางสังคมและการจัดการสุขภาวะ, 2(1), e6947. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JSIHM/article/view/6947