การศึกษาความพร้อมของสถานที่ผลิตน้ำและน้ำแข็งสำหรับบริโภค ในการแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ในจังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
ผู้ควบคุมการผลิตอาหาร, สถานที่ผลิตน้ำและน้ำแข็ง, หลักเกณฑ์ GMP 420บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพร้อมและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพร้อมในการใช้ระบบแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ของสถานที่ผลิตน้ำและน้ำแข็งสำหรับบริโภคจังหวัดตรังจำนวน 89แห่ง เก็บข้อมูลในเดือนพฤษภาคม-15 มิถุนายน 2567 ด้วยแบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเอง และทำการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยวิธีสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติการแจกแจงแบบที และสถิติไคสแควร์
การวิจัย พบว่า สถานประกอบการทุกแห่งแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ส่วนใหญ่ไม่ใช้ระบบแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP 420 คิดเป็นร้อยละ 64.04 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพร้อมในการใช้ระบบแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ดังนี้ ปัจจัยการบริการจัดการองค์กร ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย GMP 420 (P<0.001) บุคลากรที่มีความรู้ขั้นตอนเข้าใช้งานระบบ (P<0.001) ความสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อ (P=0.011) ความพร้อมด้านอุปกรณ์ (P=0.006) และปัจจัยการให้บริการของภาครัฐ ได้แก่ ศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการอธิบายขั้นตอนการใช้งานระบบ (P=0.014) การติดตามให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานระบบของเจ้าหน้าที่ (P=0.005) สื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม (P=0.005) นอกจากนี้ ผลการวิจัย พบว่า ระดับความรู้และความเข้าใจของผู้ประกอบการอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ต่อความพร้อมในการใช้ระบบแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ของสถานประกอบการ (P<0.001) จากผลการวิจัย สามารถเสนอแผนเพื่อสนับสนุนการใช้ระบบแต่งตั้งผู้ควบคุมการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ดังนี้ 1) พัฒนาความรู้ ความเข้าใจด้านกฎหมายและทักษะทางด้านดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการ 2) เพิ่มระบบติดตามและประเมินผลลัพธ์เชิงรุกของภาครัฐ พัฒนาสื่อให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย 3) พัฒนาโครงสร้างระบบที่ง่ายต่อการใช้งาน
เอกสารอ้างอิง
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข(ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร. (2564, กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 138. ตอนที่พิเศษ 31 ง หน้า 24-26.
จิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการยื่นขอปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตขั้นต้นของผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเขตจังหวัดภาคตะวันออก [วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]
ดอกจันทร์ คำมีรัตน์, บุญทัน ดอกไธสง, และ อิมรอน มะลูลีม. (2552). กลยุทธ์ในการบริหารของบริษัทเอ็นอีซีโทคิน อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด. ค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2567, จาก http://www.grad.vru.ac.th/download4/141.pdf
พีรพงษ์ แสงแก้ว, ศุภวิชญ์ มีศิริพันธุ์, กาญจนา พรวงศ์อาจ และโชติ บดีรัฐ. (2565). 7 กลไกการบริหารจัดการภาครัฐแนว ใหม่. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(3), 386-397.
วนิดา แสงชวลิตร อรัญญา นาคหล่อ และสุพิชา ศรีสุคนธ์. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับระบบ New e-Filing ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตของสำนักงานบัญชีในจังหวัดชลบุรี. วารสารสุทธิปริทัศน์, 38(1), 100-118.
ศศิกานต์ กลึงโรจน์พงษ์. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับเลขสารบบอาหารของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดกาญจนบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]
โสภาพรรณ สุริยะมณี. (2561). การวิเคราะห์ความพร้อมในปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน: กรณีศึกษาหน่วยงาน เลขานุการผู้บริหาร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2567, https://op.mahidol.ac.th/ga/wp-content/uploads/2022/06/Analysis-Executive.pdf
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed., p. 174). New Jersey: Prentice Hall.
Bloom, B. S. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York, NY: McGraw-Hill Co.
Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Attitude theory and measurement (pp. 90-95). New York, NY: Wiley & Sons.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร