ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานกับความผูกพันองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุข ในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

ผู้แต่ง

  • ปรัช บุญกวี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

คำสำคัญ:

แรงจูงใจในการทำงาน, ความผูกพันต่อองค์กร, อาสาสมัครสาธารณสุข

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับแรงจูงใจในการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร 2. เพื่อศึกษาระดับความผูกพันต่อองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร และ 3. เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานที่แตกต่างกันส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ อาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จำนวนทั้งหมด 93 คน วิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออธิบายผลการศึกษา โดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความสัมพันธ์ โดยวิเคราะห์ประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS (Statistical Package for Social Science) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) ใช้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปรที่มากกว่า 2 ตัวขึ้นไป และวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)

ผลการศึกษาพบว่า แรงจูงใจในการทำงาน 1) ด้านความสำเร็จในการทำงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.05 2) ด้านการยอมรับโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.57 3) ด้านลักษณะงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.99 4) ด้านความรับผิดชอบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 และ 5) ด้านความก้าวหน้า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรระหว่างแรงจูงใจในการทำงานที่แตกต่างกันส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พบว่า แรงจูงใจในการทำงาน ไม่สามารถนำมาใช้ในการอธิบายความผูกพันต่อองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพรได้ หรือแรงจูงใจในการทำงาน ที่แตกต่างกันส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุขในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). (2552) เข้าถึงได้จาก http://www.nongkwang.go.th/site/attachments/article/97/1.pdf

เทียนศรี บางม่วงงาม. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ผ่านโครงการอบรมวิศวกรใหม่กรณีศึกษา : บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร. ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการองค์กร, มหาวิทยาลัยเกริก

นนครวัฒน์ กิตติพัฒนกร. (2561). การศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของพนักงานแผนกแม่บ้านและแผนกต้อนรับส่วนหน้า สำหรับโรงแรมห้าดาวในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานีปีที่ 12 ฉบับพิเศษ เดือนพฤษภาคม 2561

นิตยา บ้านโก้. (2558). ปัจจัยที่มีผลกับความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรภาครัฐศูนย์ฝึกพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่ากระทรวงคมนาคม. การค้นคว้าอิสระ รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (การบริหารจัดการสาธารณะ) สาขาวิชาการบริหารจัดการสาธารณะ สำหรับนักบริหารคณะรัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

บุญชนะ เมฆโต. (2560). อิทธิพลของสภาพแวดล้อมการทำงาน ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อความผูกพันในองค์กรของมุคเทศก์. มหาวิทยาลัยคริสเตียน

บุรินทรวิทย์ พ่วนอุ้ย. (2565). แรงจูงใจการทำงานในยุคปกติใหม่. วารสารวิชาการ สถาบันพัฒนาพระวิทยากร ปีที่ 5 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2565

วิภาวรรณ จิรัฐกุล. (2560). “ภาวะผู้นำกับความผูกพันต่อองค์การของพนักงานโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง.” วารสารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กร 9 (1): 80-102.

สำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ. คนและงานใน รพ.สต. เข้าถึงได้จาก https://hrdo.org/wp-content/uploads/2021/07/HRDO-fact-sheet_9-ok.pdf, (2552)

Agus Widarko - M. Khoirul Anwarodin. (2022). The purpose of this study was to analyze the effect of work motivation, organizational culture,

Greenberg, J. and Baron, R.A. Behavior in organization : Under standing and managing the human side of work. 5th ed. 23 (February 1993): 49 – 54.

Yamane, T. (1967) Statistics An Introductory Analysis. 2nd Edition, Harper and Row, New York.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-01

รูปแบบการอ้างอิง

1.
บุญกวี ป. ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานกับความผูกพันองค์กรของอาสาสมัครสาธารณสุข ในตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร . South. Reg. Prim. Health Care J. [อินเทอร์เน็ต]. 1 กุมภาพันธ์ 2026 [อ้างถึง 24 กุมภาพันธ์ 2026];38(2):62-71. available at: https://he05.tci-thaijo.org/index.php/SRTC/article/view/7381

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย