ผลของโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่บ้านในผู้มีอาการ Long COVID ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจต่อ สภาวะอาการและคุณภาพชีวิตของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
ลองโควิด, คุณภาพชีวิต, สภาวะอาการ, บุคลากรสาธารณสุข, การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่บ้านบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่บ้านในผู้มีอาการ Long COVID ที่มีปัญหาในระบบทางเดินหายใจต่อสภาวะอาการ และคุณภาพชีวิตของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่าง บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลมหาราช เคยติดเชื้อไวรัสโคโรนาตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 และมีปัญหา Long COVID ระบบทางเดินหายใจ ขนาดกลุ่มตัวอย่างคำนวณโดยใช้การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบ (Power analysis) ด้วยโปรแกรม G*Power กำหนดอำนาจการทดสอบ (Power of test) เท่ากับ 0.95 ขนาดอิทธิพล (Effect size) 0.80 และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ซึ่งเป็นการกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างอย่างน้อยที่สุดที่พอจะสามารถแสดงให้เห็นความแตกต่างในการทดสอบสมมติฐานได้ จากการคำนวณได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 32 ราย กลุ่มทดลอง ได้รับโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่บ้านตามแผนการจัดกิจกรรม เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่บ้าน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นตามแนวคิดของลาร์สัน (Larson, J. L. (2007)) และดอดด์และคณะ ในการจัดการกับอาการ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1) ข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบประเมินสภาวะอาการ 3) แบบวัดคุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนสภาวะอาการ และคุณภาพชีวิต ด้วยสถิติทดสอบ Wilcoxon Signed – Rank Test
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มทดลองมีสภาวะอาการ และคุณภาพชีวิต ดีกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001
เอกสารอ้างอิง
ชุลีกร ลิ่งไธสง, ศศิธร ยี่ศรี, กชนันท์ นาครัตน์ และเตือนใจ ชีวาเกียรติยิ่งยง. (2563). การศึกษาผลกระทบภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ของบุคลากรสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง. สืบค้นจาก chromeextension://efaidnbmnnibpcajpcglclefindmkaj/https://mwi.anamai.moph.go.th/th/mwiresearch/download?id=95560&mid=36865&mkey=m_document&lang=th&did=28108
เมธาวี หวังชาลาบวร, ศรัณย์ วีระเมธาชัย และธนกมณ ลีศรี. (2565). ความชุกของภาวะหลังการติดเชื้อโควิด – 19 ในผู้ป่วยที่มีประวัติไวรัสโคโรนา 2019 จากการติดตามที่ระยะ 3 เดือนหลังการติดเชื้อ. วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 16(1) 1-11.
รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา. (2564). ภาวะ Long COVID เมื่อติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. สืบค้นจาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article
สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์ และคณะ. (2540). คุณภาพชีวิตและภาวะสุขภาพจิต. สืบค้นจาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kcn/article/download/161112/116179/445830
อชิรญา ทองเหม. (2565). ภาวะลองโควิดคืออะไร หายป่วยแต่ไม่จบ. สืบค้นจาก chrome-extension://efaidnbmnnibpcajpcglclefindmkaj/http://www.med.nu.ac.th/dpMed/fileKnowledge/375_2022-07-31.pdf
Dodd, M., Janson, S., Facione, N., Faucett, J., Froelicher, E. S., & Humphreys, J., et al. (2001). Advancing the science of symptom management. Journal of Advanced Nursing, 33(5), 668-676.
Halvani, Pourfarokh, & Nasiriani. (2006). The St George’s Respiratory Questionnaire. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/1759018/
Hospes, G., Bossenbroek, L., Hacken, N. H., Hengel, P. V., & Greef, M. H. (2009). Enhancement of daily physical activity increase physical fitness of out clinic COPD patient : Result of an counselling program. Patient Education and Counseling, 75, 274 – 278.
Hui, K. P., & Hewitt., A. B. (2003). A simple pulmonary rehabilitation program improve health outcome reduce hospital utilization in patient with chronic obstructive pulmonary disease. Chest, 124(1), 94 – 97.
Larson, J. L. (2007). Functional performance and physical activity in chronic obstructive pulmonary disease: Theoretical perspectives. Journal of Chronic Obstructive Pulmonary Disease, 4, 237 – 242.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร